
ยุคข้าวยากหมากแพง
ยุคข้าวยากหมากแพง : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 12เม.ย.2555
ช่วงสงกรานต์ปีนี้คงจะไม่คึกคักอย่างที่คิด มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงลิ่ว และคงปฏิเสธไม่ได้ที่ยังมีคนส่วนมากที่ได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านหลังจากเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังลังเลที่จะใช้จ่ายเงินสืบเนื่องจากอีกเพียงเดือนเศษ ก็จะเข้าสู่ฤดูฝน และยังไม่รู้ว่าปีนี้เหตุการณ์จะซ้ำรอยปีที่ผ่านมาหรือไม่ การใช้จ่ายในครัวเรือนจึงต้องกันเงินบางส่วนไว้ ดูจากตัวเลขจากการสำรวจพบว่า คนกรุงเทพฯ จะออกไปเที่ยวต่างจังหวัดเพียงร้อยละ 50 กว่าเท่านั้น ที่เหลือยังอยู่เล่นสงกรานต์ในเมืองหลวง นี่คงรวมถึงแรงงานอพยพด้วย
ประเด็นทางการเมืองยังมีส่วนทำให้คนส่วนใหญ่เริ่มตระหนกถึงความขัดแย้งที่ส่อเค้ารุนแรงขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ความพยายามเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำให้หลายฝ่ายยังคงเป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงรอบใหม่ขึ้น ในขณะที่รัฐบาลโดยเฉพาะท่าทีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่พยายามหลีกเลี่ยงถึงความเห็นในประเด็นความขัดแย้งที่กล่าวมาข้างต้น พยายามลอยตัวจากปัญหาที่ ส.ส.ส่วนใหญ่พรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดง พยายามผลักดัน ที่สำคัญงานของรัฐบาลในส่วนของการแก้ไขเรื่องปากท้องยังน้อยมาก เมื่อเทียบกับความเร่งรีบในการแก้ปมทางการเมือง
นอกจากประเด็นการเมืองแล้ว ปัญหาข้าวของแพงกำลังโถมเข้าใส่ผู้บริโภคแทบทุกระดับชนิดที่ตั้งตัวไม่ติด กระทบตั้งแต่ร้านอาหารขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้าระดับ 5-6 ดาว มีคนเข้าไปใช้บริการลดน้อยลง มาตรการควบคุมราคาสินค้าของรัฐบาลยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง สองข้างทางที่ชาวบ้านกินอยู่ประจำวันราคาพุ่งสูงขึ้นไปถึงจานละ 35-40 บาท ราคาต้นทุนที่รัฐบาลคุยว่าจะควบคุมได้ก็ดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและทำท่าว่าจะไม่สำเร็จเอาเสียด้วย ประกอบราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นใกล้ถึงลิตรละ 50 บาท ทำให้ค่าใช้จ่ายภาคขนส่งสูงขึ้นตามมา คนที่แบกรับกลายเป็นชาวบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากดูจากช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา จะเห็นว่าการบริโภคและภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ นี่ยังไม่นับรวมเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เริ่มประทุขึ้นมาอีกครั้ง การประกาศมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่คุมเข้มพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ แม้จะดูว่ามีแผนป้องกันอย่างดี แต่ในแง่จิตวิทยา นักท่องเที่ยวก็ต้องระแวงภัยที่อาจเกิดขึ้น ส่งผลให้บางส่วนงดเดินทางด้วยเช่นกัน ตัวเลขนักท่องเที่ยว เม็ดเงินที่จะไหลเข้าประเทศอาจไม่สูงอย่างที่คาดการณ์ สงกรานต์ปีนี้เงินไหลเวียนในท้องถิ่นก็อาจไม่มากอย่างที่คิด จากราคาสินค้า ราคาน้ำมันที่พุ่งต่อเนื่อง ในยุคข้าวยากหมากแพงอย่างนี้คนไทยอาจไม่ร่าเริงอย่างที่คิด ถ้ารัฐบาลยังเห็นเรื่องการเมืองสำคัญกว่าปากท้อง



