
กระจกรธน.ส่อง'แม้ว'รวบอำนาจ
กระจกรัฐธรรมนูญสะท้อนพฤติกรรมรวบอำนาจฝ่าย ทักษิณ : ขยายปมร้อน โดยขนิษฐา เทพจร
เสียงสัญญาณเริ่มประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฯ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ในวาระ 2 ดังขึ้น เมื่อช่วงเช้าวันฟ้าใส 10 เมษายน 2555...ดูท่าบรรยากาศจะเป็นใจ ให้การประชุมเป็นไปด้วยดี
แต่เอาเข้าจริงบรรยากาศในห้องประชุมรัฐสภากลับอึมครึมตั้งแต่ยังไม่เริ่มเนื้อหาเป็นรายมาตรา
พอ “ประธานรัฐสภา" สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ กดเปิดไมโครโฟน พูดเข้าวาระปุ๊บ...!! “ส.ส.ประชาธิปัตย์” ก็ยกมือ-ขอหารือปั๊บ...ประหนึ่งตระเตรียมกันมา
สำหรับประเด็นที่หารือ “พลพรรคประชาธิปัตย์” นำความมาตอกย้ำให้เห็นถึงความไม่ชอบธรรม ไม่โปร่งใส ความเร่งรีบ ในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเป้าประโยชน์ของบุคคล โดยวางหมากไว้ 4 สเต็ป คือ
1.การบรรจุวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงวันหยุด และบอกให้สมาชิกรัฐสภามารับรายงานการประชุมล่วงหน้าเพียง 17 ชั่วโมง ทำให้ไม่มีเวลาพิเคราะห์สาระร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไข
2.ไม่มีการถ่ายทอดสดการประชุมผ่านทางทีวีช่องเอ็นบีที
3.องค์ประชุมกรรมาธิการไม่ครบตามข้อบังคับ
และ 4.คำแปรญัตติของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มีทั้งมีรายชื่อหล่นหายและมีรายชื่อเพิ่มในบางมาตราในรายงานที่เสนอต่อที่ประชุม
ทั้งหมด “สมศักดิ์” และ "สามารถ แก้วมีชัย" ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการ ชี้แจงในกระบวนความ รวมถึง “คำแปรญัตติของสมาชิกรัฐสภาที่ตกหล่น” โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่รัฐสภา จัดทำเอกสารใบแทรก 3 แผ่นมาให้ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสถานการณ์บานปลาย-ยืดเยื้อ
แต่การประชุมก็เตลิดไปถึงขั้น “เสนอญัตติให้เลื่อนการพิจารณา” ด้วยเหตุความไม่สมบูรณ์ของรายงานกรรมาธิการ...
แม้จะเป็นความโชคดีที่ “พลพรรคเพื่อไทย” รู้ทันและเสนอญัตติโต้กลับให้เดินหน้าพิจารณาต่อ
แต่ด้วยความกลัวองค์ประชุมฝั่งเพื่อไทยไม่ครบ ทำให้ “ประธานรัฐสภา” ต้องสั่งพักการประชุมไปถึง 2 รอบติดกัน เพื่อรอสมาชิกให้ครบองค์แบบท่วมท้น เมื่อเปิดให้ลงมติในญัตตินี้ผลคือ 337 เสียงให้เดินหน้าพิจารณาต่อไปได้
ต้องยอมรับ ว่าปฐมบทยื้อวาระแก้รัฐธรรมนูญ ในรอบแรกของ “สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์” ประสบความสำเร็จ
เมื่อเข้าสู่เนื้อหา มาตรา 1 ว่าด้วยชื่อร่าง...มีผู้แปรญัตติจากฝ่ายประชาธิปัตย์ 3 คน ได้แก่ “เทพไท เสนพงศ์-สาธิต ปิตุเตชะ-วัชระ เพชรทอง”...ดูสาระที่ขอแก้ เช่น รัฐธรรมนูญรวบรัดเพื่อทักษิณ, รัฐธรรมนูญฉบับ นปช. ครองเมือง หรือรัฐธรรมนูญฉบับยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ผ่านการทำประชามติประชาชนจำนวน 14.7 ล้านเสียง (ตามลำดับ)
สะท้อนถึงวุฒิภาวะ..และสะท้อนความรู้สึกเจ็บ-แค้น (แบบฝังหุ่น) ต้องขอเหน็บ-กัดจิก สักหน่อย แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่า...ท้ายที่สุดก็คงไม่ผ่านโหวตแน่ๆ
แน่นอนเมื่อ “ประชาธิปัตย์” ขออภิปรายด้วยถ้อยคำแบบนั้น “พลพรรครักพี่ทักษิณ” ก็ต้องออกมาแสดงความปกป้อง
ไม่เว้นแม้กระทั่ง “ประธานรัฐสภา” ที่เพียงแค่ “เทพไท” เอ่ยปากชื่อร่างที่ขอแก้ไข "สมศักดิ์" ก็ตัดบทยกข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 43 วรรคสองมาแย้งว่า พูดจาเสียดสีบุคคลอื่นทำให้ไม่สามารถอภิปรายได้ต่อไป พร้อมๆ กับจะใช้อำนาจตามข้อ 117 ให้เสียงที่ประชุมรัฐสภาโหวตรับรองคำวินิจฉัยของประธานถูกต้อง
อย่างที่รู้ๆ “เซียนเก๋าเกมรัฐสภา” อย่าง "ประชาธิปัตย์" มีหรือจะยอม! จึงแย้งด้วยข้อบังคับ ก็ยกข้อบังคับโต้กลับ
จน “ประธานรัฐสภา" ผู้ชอบอ้างข้อบังคับ ต้องสยบยอม และให้อภิปรายมาตรา 1 ได้ต่อไปจนเกือบจบ
ในช่วงท้ายของการอภิปรายมาตรา 1 ของ “วัชระ เพชรทอง” ที่ได้อภิปรายโดยหยิบจับเรื่องนอกรัฐธรรมนูญ-คนนครดูไบ-การยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญ มาอภิปรายจน “ส.ส.เพื่อไทย คือ วรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ และ มุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.ขอนแก่น” สลับกับสมาชิกสลับกันประท้วงติดต่อกันถึง 8 ครั้ง พุ่งประเด็นขอให้ประธานที่ประชุมใช้อำนาจ สั่งให้หยุดอภิปราย!
ทำให้เห็นว่า ปฐมบทแห่งการใช้ “ลุ และรวบอำนาจ” ของเสียงข้างมากได้เริ่มขึ้นเช่นกัน
แม้ว่า "ประชาธิปัตย์" จะพยายามอภิปรายโดยใช้ชุดความเชื่อตอกย้ำให้สังคมเห็นว่า แก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพื่อประโยชน์แห่งคนคนเดียว จนกลายเป็นอาการรลุกลี้ลุกลน-รวบรัด-ทำข้อความในรายงานผิดพลาดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง คนพรรครัฐบาลไม่มีสิทธิ์สั่งให้ผู้อภิปรายหยุดพูด หรือใช้อำนาจทางอ้อม โดยการประท้วงการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อให้ประธานใช้อำนาจวินิจฉัย ให้คนอภิปรายหยุดพูด หยุดอภิปรายตามแต่ใจต้องการ
เพราะนั่นจะยิ่งตอกย้ำชุดความเชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ที่พยายามชี้ให้เห็นว่า มีการรวบอำนาจจากรัฐสภา เพื่อมอบเป็นของขวัญวันสงกรานต์ให้แก่ “นายใหญ่” ที่นั่งรอฟังข่าวดีอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน
วันแรกของการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแม้บทสรุปจะไม่มีความคืบหน้าพิจารณาได้ไม่กี่มาตราแต่ใครเล่าจะสน
เมื่อเกมการเมืองในรัฐสภากำลังเข้าทางพรรคประชาธิปัตย์ และเข้าทางพรรคเพื่อไทย
วิธีแก้เกมของพรรคเพื่อไทยเดาได้ไม่ยากหาก “ประชาธิปัตย์” ยังเล่มเกมยื้อ “เพื่อไทย” ก็จะใช้เสียงข้างมาก หักดิบ ปิดอภิปรายโดยไม่แคร์เสียงครหาของ “ส.ส.ประชาธิปัตย์” ว่าใช้เสียงมากลากไป
เพราะดูแล้วมีเป้าหมายหนึ่งเดียว คือทำถูกใจ “ทักษิณ ชินวัตร” ก็เพียงพอ
...........
(หมายเหตุ : กระจกรัฐธรรมนูญสะท้อนพฤติกรรมรวบอำนาจฝ่าย “ทักษิณ” : ขยายปมร้อน โดยขนิษฐา เทพจร)



