คอลัมนิสต์

อาเซียน-จีนร้าวลึกทะเลจีนใต้(1)

อาเซียน-จีนร้าวลึกทะเลจีนใต้(1)

10 เม.ย. 2555

อาเซียน-จีนร้าวลึกทะเลจีนใต้ (1) : โลกสาระจิปาถะ โดย กวี จงกิจถาวร

            สัมพันธ์อาเซียน-จีนถูกท้าทายอีกครั้งหนึ่งที่ประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงพนมเปญ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์ออกมาโต้และแสดงท่าทีแข็งกร้าวกับจีน กันไม่ให้จีนเข้ามามีส่วนร่างข้อปฏิบัติงานในการรักษาสันติภาพและแก้ไขปัญหาในทะเลจีนใต้ เพราะต้องการให้อาเซียนตกลงกันก่อน
 
            ประเด็นนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่อาเซียน ท้ายที่สุดจีน-อาเซียนก็หนีกันไม่พ้น และร่างข้อปฏิบัติการนี้ทั้งสองฝ่ายต้องเห็นชอบด้วยถึงเซ็นร่วมกันได้ ตั้งใจไว้ว่าจะทำให้ได้ในปีนี้เพื่อชูหน้าชูตาประธานอาเซียนคนเก่งคือนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ขณะนี้ชักจะไม่แน่เพราะฟิลิปปินส์มีทัศนคติที่รุนแรงกว่าที่คิด ขนาดว่าเวียดนามที่เคยเป็นคู่กันมาเป็นเวลากว่า 3,000 กว่าปียังดูกร่อยไปเลย
 
            ฮุน เซนพยายามที่จะไม่ให้ปัญหาทะเลจีนใต้เข้ามาอยู่ในวาระอาเซียนในประชุมสุดยอดครั้งนี้ แต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะทางฟิลิปปินส์ไม่ยอม ประธานาธิบดีเบนิโญ อาคีโนชอบทำอะไรโฉ่งฉ่าง ไม่เกรงใจอาเซียนเลย ทำให้ประธานฮุน เซนหน้าแตกในงานนี้ ถ้าไม่มีความสำเร็จของพม่าจากการเลือกตั้งที่ได้รับคำชมจากประชาคมโลก อาเซียนก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาชูความสำเร็จในการประชุมครั้งนี้ ฝ่ายผู้จัดพยายามหาประเด็นมาโฆษณาความสำเร็จอาเซียนเพื่อไม่ให้ประธานเสียหน้า เลยดึงเอาประเด็นครบรอบ 45 ปีของอาเซียนมาเป็นจุดขายครั้งนี้
 
            ตั้งแต่นี้ต่อไป อาเซียนต้องระมัดระวังให้ดีเพราะประธานการประชุมไม่มีขีดความสามารถในการกำหนดวาระต่อไปแล้ว ขนาดฮุน เซนยังทำไม่ได้ นั้นหมายความว่า การพูดคุยในบริบทอาเซียนเกี่ยวกับจีนจะเพิ่มความเข้มข้นต่อไป และเพิ่มพูนอัตราความเสี่ยงมาก ขณะนี้จีนมีฐานะการเมืองที่สูงกว่าเดิมมาก แต่ความอดทนที่มีต่ออาเซียนเริ่มน้อยลงไปเรื่อยๆ ฝ่ายจีนพยายามเข้าใจสถานการณ์ในอาเซียนว่าทำไมจึงปล่อยให้สมาชิกอย่างฟิลิปปินส์ซึ่งตามปกติไม่เคยสนใจเรื่องอาเซียนเลยเป็นผู้กำหนดทิศทางการทูตอาเซียนต่อจีน
 
            การทูตเวียดนามฉลาดกว่ามาก ที่ประชุมสุดยอดในพนมเปญ ผู้นำเวียดนามไม่พูดจามากเดี๋ยวมากเรื่อง เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์ได้พูดเต็มที่แล้ว ในปี 2510 ช่วงเวียดนามเป็นประธาน ได้ผลักดันให้ประเด็นทะเลจีนใต้สู่วาระนานาชาติเรียบร้อยไปแล้ว โดยมีมหาอำนาจต่างๆ รวมทั้งสหรัฐอเมริกาโดดเข้ามาเล่น ทำให้จีนไม่พอใจในยุทธศาสตร์เวียดนามมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
 
            ต้องติดตามดูท่าทีของจีนต่อสมาชิกอาเซียนที่ไม่ชอบหน้าและท่าทีจีน เพราะมันส่งผลในภาพใหญ่และต่อเนื่องต่อความร่วมมือกับจีนในกรอบต่างๆ ซึ่งมีมากที่สุดในบรรดาคู่เจรจาทั้งหลาย จีนจะใช้ความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจมาเป็นตัวแปรในการดำเนินนโยบายกับอาเซียนอย่างแน่นอน ในหมู่สมาชิกอาเซียนสัมพันธ์การค้าการลงทุนระหว่างจีน-ฟิลิปปินส์มีมูลค่าน้อยที่สุด
(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)