
เข้าเกียร์5เดินหน้ากลับแบบเท่ๆ
เข้าเกียร์5เดินหน้ากลับแบบเท่ๆ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
ประเทศในตะวันออกกลางเป็นแหล่งเงินทุนของใครต่อใครหลายคน แต่สำหรับบางคนรู้ว่า ที่นั่นมีความลับของคนบางคน เพราะเป็นที่ลับสำหรับกักเก็บ "ความลับค่ามหาศาล" ทำให้สภาพที่ยักลึกติดกัก กลายเป็นพยัคฆ์ติดปีกขึ้นมาในทันที
ไม่ต้องถามว่า "ความลับค่ามหาศาล" นั้นมาจากไหน หรือเป็นของใคร สนแค่ว่า นั่นคือ "ข่าวสาร" ที่ผู้ที่รู้จักใช้มันย่อมได้ประโยชน์จากมัน
ข่าวสารคืออำนาจโดยแท้ !
การเข้าถึงข่าวสารบางอย่าง ทำให้ ทักษิณ ชินวัตร มีอำนาจเหนือ และเร่งเกมที่ควรจะค่อยเป็นค่อยไปให้รวดเร็วทันใจและเท่แบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
เป็นจังหวะที่เสียงข้างมากโหวตแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 และตั้งกรรมาธิการแล้ว ก็รอเนื้อหา "ที่จำเป็น" จากกรรมาธิการปรองดอง ที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. ที่นำกองทัพยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการของทักษิณ เป็นประธาน ซึ่งกรรมาธิการไปฝากให้สถาบันพระปกเกล้าไปศึกษาวิจัยอีกทอดหนึ่ง
และเมื่อบทวิจัยออกมาเสนอแนะทางออกที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 กรรมาธิการปรองดองก็ไม่ลังเลที่จะนำไปรายงานต่อสภา จนทำให้การปรองดองเป็นไปอย่างดุเดือดในสภามาแล้ว
ก้าวย่างที่สอดรับทำให้เกิดข้อกังขาว่าเกิดอะไรขึ้น
อยากจะปรองดองจริงๆ หรือเป็นเพราะถูกเสนอเงื่อนไขที่ไม่อาจปฏิเสธ
ทั้งหมดนั้นเอื้อให้หนทางที่จะไปสู่เป้าหมายได้อย่างสะดวกโยธิน
กำหนดการประชุมกรรมาธิการแก้รัฐธรรมนูญจึงถูกเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้าเพียงแค่วันพุธครึ่งวันก็เพิ่มเป็นอังคาร พุธ พฤหัสฯ จากนั้นก็ออกพระราชกฤษฎีกาขยายเวลาประชุมสภาไปแบบไม่มีกำหนด เพื่อให้ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย และเท่
หมายความว่า สิ้นเมษายนกระบวนการของกรรมาธิการแก้รัฐธรรมนูญจะจบลงตรงนั้น เดือนพฤษภาคมต้องได้ ส.ส.ร.
กระบวนการสำคัญอยู่ที่ ส.ส.ร. ที่ฝ่ายรัฐบาลใช้เสียงข้างมากหักฝ่ายค้าน หลังจากพ่ายโหวตเปลี่ยนสัดส่วน-ที่มา ส.ส.ร.ให้กลับมาโหวตใหม่อีกครั้ง จนได้สูตรที่พรรคเพื่อไทยวางเอาไว้ แบบไม่ต้องหยิกหนังหน้ากันเลยนั่นแหละว่า เมื่อกลับมาเข้าสูตรแล้วรัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขนั้นออกมาแล้วมันจะเท่แค่ไหน
สิ่งเหล่านี้ "หน่วยงานด้านความมั่นคง" ยังคงจดจ้องแทบไม่กะพริบตา
ขณะที่กองทัพเองก็ดูจะไร้เงื่อนไขที่จะเข้าไปแทรกฝ่ายการเมือง ที่เน้นใช้ "เสียงข้างมาก" หักเอาทุกเรื่องที่ต้องการ
ประเด็นอ่อนไหวของกองทัพยังคงเป็นเรื่องสถาบัน และการเปลี่ยนแปลงกฎกติกาลากกองทัพไปอยู่ใต้อำนาจการเมือง และความพยายามเอา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ไปเป็นคู่ขัดแย้ง ที่กองทัพมองว่าเป็นเรื่องที่อ่อนไหวต่อสถาบัน
แต่ถึงอย่างไรกองทัพก็ต้องประเมินอารมณ์ของประชาชนว่า "เอาด้วย" มากน้อยแค่ไหน
สิ่งที่กองทัพทำได้ในเวลานี้ คือ นิ่งให้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็พยายามบอกไปว่า ภายใต้ผิวน้ำอันราบเรียบนั้น คลื่นใต้น้ำพร้อมเร่งความแรงได้ตลอดเวลา
เพราะเกม "โลกล้อมประเทศไทย" ที่ฝ่ายนายห้างดูไบพยายามสร้างขึ้นตั้งแต่แรกนั้น ก็ยังคงอยู่ การตัดสินใจผลีผลามพลาดพลั้งไป ไม่เพียงทำร้ายตัวเอง หากแต่ยังทำร้ายประเทศไทยซ้ำหนักเข้าไปอีก
ต้องประเมินจากทุกปัจจัยที่มี
ยึดแล้วจะเป็นอย่างไร?
ถ้าไม่ยึดแล้วคนกำหนดเกมจากดูไบจะเลิกราต่อกันไปหรือไม่?
เป้าหมายสุดท้ายของคนดูไบคืออะไร กระทบต่ออะไรบ้าง?
ทั้งหมดทั้งมวลนั้นกลับไปสู่ประเด็นที่อ่อนไหวของกองทัพ นั่นก็คือ สถาบัน และการดึงเอากองทัพไปขึ้นกับการเมือง
ประเด็นที่หน่วยงานด้านความมั่นคงมองว่าจะทำให้สถานการณ์พลิกผันก็คือ ด้านมืดของการใช้เสียงข้างมาก ที่ดูจากการให้กรรมาธิการแก้รัฐธรรมนูญหักมติเดิม เพื่อกลับไปใช้สูตร ส.ส.ร.ที่พรรคเพื่อไทยกำหนด นั่นคือ ปฐมบทของจุดเปลี่ยน
เพราะเป็นการพิสูจน์แล้วว่า มุ่งที่จะใช้เสียงข้างมากหักทุกด่านที่ขวางหน้า
แน่นอนว่า ด่านสำคัญที่สุดก็คือ การลงลึกเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในบทเฉพาะกาล มาตรา 309 ที่เกี่ยวกับอำนาจ การกระทำคำสั่งของ คปค. หรือ คมช.ชอบด้วยรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่นักประชาธิปไตยทั้งหลายชิงชัง เพราะดันไม่จบเพียงแค่รัฐธรรมนูญเฉพาะกาล แต่ดันคงไว้ในรัฐธรรมนูญหลัก
แต่การยกเลิกมาตรานี้ก็ยังต้องใส่ให้ละเอียดว่า คำสั่งตั้ง คตส.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเพื่อให้ผลไม้ที่เกิดจากต้น คตส.อันมีรากเหง้ามาจาก คมช.เป็นพิษไปด้วย
ก็อาจจะมีคนตีความไปว่า คดีที่ดินรัชดาฯ ที่ทักษิณถูกสั่งจำคุก 2 ปี ก็คือว่า ไม่เคยมีคดีมาก่อน
นี่อาจจะเป็นเรื่องเท่ๆ ของทักษิณ
แต่กับบ้านเมือง กับประชาชนคนไทยทั่วไปแล้ว จะเท่ไปด้วยหรือไม่ เร่งเครื่องเข้าเกียร์ 5 มาขนาดนี้ รับรองไม่นานเกินรอ
...........
(หมายเหตุ : เข้าเกียร์5เดินหน้ากลับแบบเท่ๆ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)



