
ตอบข้อสงสัย-ประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์
สวัสดีครับ...อ.พิชญ์
ผมค่อนข้างสับสนในศัพท์ที่ได้ยินบ่อยครั้งในช่วงนี้ และขอตั้งข้อสังเกตและคำถามว่า เท่าที่มีโอกาสได้ศึกษาผ่านมา (ในชั้น ม.ปลาย) “ประชาธิปไตย” กับ “คอมมิวนิสต์” เป็นอุดมการณ์ที่อยู่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงไม่ใช่หรือครับ โดย “คอมมิวนิสต์” ถือเป็นเผด็จการอำนาจนิยมลักษณะหนึ่ง ฉะนั้น เหตุใดในการเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยของคนกลุ่มหนึ่งจึงมีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยไปได้ (น่าพิศวง!)
จาก ธนาคาร สาระคำ
ตอบคุณธนาคาร : ดีใจครับที่ได้รับจดหมายของคุณอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายกันไปนาน สำหรับท่านผู้อ่านคนอื่นอยากเขียนจดหมายมาแลกเปลี่ยนหรือถามคำถามก็เชิญเลยนะครับ
ผมเองคิดว่าคำตอบของผมคงไม่คมชัดลึกเท่าของ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่เขียนใน "ประเทศไทยหยุดทำร้ายประชาชน" (มติชน วันจันทร์ที่ 11 พ.ค. 52. หน้า 6) แต่ก็จะขอลองตอบดูนะครับ
จะว่าไปแล้ว ประชาธิปไตยนั้นไม่ได้อยู่ตรงข้ามกับใครครับ เพราะประชาธิปไตยนั้นเป็นทั้งอุดมการณ์และระบอบการปกครองที่มีหลายรูปแบบ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่าประชาธิปไตยนั้นต้องการ "คำขยายความ" ทั้งนั้น อาทิ ประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม (liberal democracy) ประชาธิปไตยสังคมนิยม (social democracy) ก็มี ส่วนคอมมิวนิสต์นั้น เขาก็มักจะตั้งชื่อประเทศว่า ประชาธิปไตย หรือ ประชาชน ด้วยเช่นกันเพราะเขาก็ต้องการผลักดันให้การปกครองนั้นเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับผม
เราจึงอยู่ในยุคที่เผชิญกับประชาธิปไตยหลายรูปแบบ ประชาธิปไตยบางแบบเน้นที่มาจากการเลือกตั้งมากกว่าตัวแปรอื่น บางแบบเน้นเรื่องของความเสมอภาคทางเศรษฐกิจโดยการกระจายการถือครองปัจจัยการผลิตและกรรมสิทธิ์/ทรัพย์สินอย่างเท่าเทียมกัน เพราะเชื่อว่าการมีสิทธิเลือกตั้งอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการทำให้ประชาชนนั้นมีอำนาจในการปกครองตัวเองได้ จนกว่าประชาชนนั้นจะเริ่มต้นจากการถือครองปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เท่ากัน
หรือแนวคิดที่ว่าประชาธิปไตยนั้นจะต้องคำนึงถึงความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ แต่ไม่ถึงกับใช้อำนาจรัฐบังคับและยกเลิกการถือครองกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล (รวมทั้งใช้กำลังอาวุธในการยึดอำนาจรัฐ) แต่จะต้องมีกลไกบางอย่างที่ทำให้ความเท่าเทียมกันเกิดขึ้นได้ เช่น มาตรการทางภาษีที่ก้าวหน้า คือเก็บเงินคนรวยในอัตราที่มากกว่าคนจน เมื่อพิสูจน์ได้ว่าความร่ำรวยนั้นๆ เกี่ยวพันกับความยากจนของคนอื่น และมีการผลักดันระบบสวัสดิการสังคมในรูปแบบที่ทำให้คนจนนั้นได้รับการดูแลจากรัฐและสังคมโดยรวมมากขึ้น เพราะว่าความเจ็บป่วยต่างๆ ของคนจนนั้นไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของเขา แต่เขาเจ็บป่วยเพราะเขาทำงานหนักให้แก่ความเติบโตทางเศรษฐกิจของสังคม และเขาควรได้รับการศึกษาที่ดีเพราะเขาต้องนำความรู้มาพัฒนาประเทศของทุกคน
ในขณะเดียวกัน ประชาธิปไตยเองนั้นก็มีมิติเผด็จการอยู่ด้วย เพราะเสียงข้างมากที่ไม่ฟังเสียงส่วนน้อยนั้นก็เป็นปัญหาที่นำไปสู่ความยั่งยืนของประชาธิปไตยเอง เพราะเสียงข้างมากที่อ้างว่าตนคือความถูกต้องนั้นจะทำการบังคับเสียงส่วนน้อยให้เชื่อว่าเสียงข้างมากคือความถูกต้อง ทั้งที่ในหลายกรณี เสียงข้างมากนั้นอาจถูกครอบงำหรือจูงใจจากผู้นำ หรือผลประโยชน์ระยะสั้น หรือเสียงข้างมากอาจถูกครอบงำโดยความกลัวหรืออุดมการณ์อื่นๆ ก็เป็นไปได้เช่นกัน
ประเด็นที่ท้าทายก็คือจะทำให้ประชาธิปไตยนั้นมีคุณภาพอย่างไร และในตอนที่กำลังสร้างคุณภาพของประชาธิปไตยนั้นประชาชนจะมีสิทธิมีเสียงอย่างไรด้วย
นั่นหมายความว่าจะสร้างประชาธิปไตยโดยไม่กีดกันประชาชนส่วนใหญ่ออกจากกระบวนการสร้างประชาธิปไตยในเวลาเดียวกันได้อย่างไร...ไม่ใช่บอกว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของ/มาจากปวงชนชาวไทย แต่ในกระบวนการทั้งหมดนั้น ประชาชนไม่ได้รู้สึกว่าเขามีส่วนกำหนดประชาธิปไตยที่มีคุณภาพได้เลย
วันอังคารหน้าจะมาพูดกันต่อเรื่องความเกี่ยวพันระหว่างการเรียกร้องประชาธิปไตยกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยครับ



