
หนีไม่พ้น
เมื่อรัฐบาลนี้กำลังขนเงินขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อโปรยหว่านไปโดยอ้างว่าจะเป็นมาตรการสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้มีผู้ท้วงติงว่ารัฐบาลจะใช้จ่ายเกินตัวและต้องไปกู้เงินมาใช้ เอาเงินอนาคตมาใช้เป็นการสร้างภาระให้แก่ลูกหลาน ผู้ใหญ่ทางรัฐบาลก็ได้ออกมาแถลงเอาบุญเอา
ไม่วายที่กลิ่นปากจะจางหายไป รัฐบาลนี้ก็ต้องขึ้นภาษีนำมาโปะค่าใช้จ่ายที่ท่วมท้นรายได้โดยเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมาย อีกทั้งรายได้จากรัฐวิสาหกิจต่างๆ ก็ส่งมาไม่เข้าตามเป้า จึงหนีความจริงไม่พ้นลืมคำพูดที่กล่าวอ้างไว้สนิทแล้วก็หันมาเก็บภาษีเพิ่ม
การเก็บภาษีเพิ่มในรอบแรกนั้น รัฐบาลได้แก้ขวยด้วยการเริ่มเก็บภาษีที่ผู้คนจะไม่ค่อยว่ากันด้วยคำพูดสวยๆ ที่ว่า "เก็บภาษีบาป" คือเก็บจากสุรายาเมาเหล้าเบียร์
ภาษีบาปที่รอคิวอยู่ก็คือ ขึ้นภาษีบุหรี่ แล้วก็จะตามด้วยภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งใครๆ ก็ไม่สามารถเรียกว่าเป็นภาษีบาป ภาษีทรัพย์สินและที่ดินก็เข้าแถวรอคิวอยู่เช่นเดียวกัน
อันว่าราคาน้ำมันนั้น ใครๆ ก็ยอมรับกันว่ามีผลต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง ชั้นต้นรัฐบาลก็คงจะไม่ต้องการให้ “ไก่ตื่น” โดยภาษีสรรพสามิตที่เก็บนี้จะมีวิธียักย้ายถ่ายเทเอาจากเงินกองทุนน้ำมัน เช่น บางท่านก็มาอธิบายว่าจะลดเงินเก็บเข้ากองทุนน้ำมัน เพื่อไม่ให้ราคาขายปลีกน้ำมันสูงขึ้น แต่ถ้าน้ำมันต้องขึ้นราคาเพราะราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นก็ช่วยไม่ได้ อนึ่ง การผันเงินเก็บเข้ากองทุนฯ ไปเป็นภาษีสรรพสามิตนั้นก็มีให้เพียงแค่เดือนสองเดือน ดังนั้น ถ้าราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นตามแนวโน้มของโลก ก็เชื่อได้เลยว่าประชาชนจะโดนสองเด้ง ทั้งราคาขายปลีกที่เพิ่มจากราคาน้ำมันดิบและจากภาษีสรรพสามิต
ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลกนั้น ได้เริ่มส่งผลที่เป็นรูปธรรมชัดเจนแสดงออกทางปัญหาทางการคลังของประเทศไทย โดยมีข่าวว่างบปี 2552-2553 เริ่มต้นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552 นั้นปิดหีบไม่ลงจะต้องตัดลงถึงประมาณ 2 แสนล้านบาท โดยเฉพาะจากโครงการของพรรคร่วมฯ และการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกลาโหม ซึ่งเป็นการบ้านที่แสนยากของนายกฯ อภิสิทธิ์อย่างน่าเห็นใจ
ในเรื่องการตั้งงบประมาณ รวมทั้งการกู้เงิน 8 แสนล้านบาทมาเสริมเพิ่มงบลงทุนนั้น ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ก็เห็นเป็นการสมควร แต่แถมข้อสังเกตว่าจะต้องใช้จ่ายเงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพไม่ให้เกิดการทุจริตรั่วไหลแล้วแถมว่าในการลงทุนต่างๆ นั้นมีการเรียกค่าคอมมิชชั่นสูงถึง 20% ของมูลค่าโครงการ
ว่าอันที่จริงแล้ว ทีดีอาร์ไอก็มีทรัพยากรบุคคลพอที่จะสืบค้นหาความจริง ว่าโครงการใดบ้างของใครรับผิดชอบที่เรียกเงินค่าคอมมิชชั่นสูงขนาดนั้น ส่งให้ป.ป.ช.ดำเนินการไม่ใช่เพียงแต่กล่าวลอยๆ เหมือนชาวบ้านทั่วไป
ทั้งหลายทั้งปวงนี้ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สรุปว่า เฉลี่ยคนไทยอย่างคุณอย่างผมจะเป็นหนี้เพิ่มขึ้นเป็นคนละแสนบาท
เรื่องที่หนีไม่พ้นก็คือ เป็นคนชาติใดก็ต้องเสียภาษี เว้นแต่คนชาติที่มีรัฐบาลเก่งและดี ภาษีก็จะตกแก่ประชาชน ทำให้กินดีอยู่ดีมีความสุข
ทำอย่างไรเราจะได้รัฐบาลที่เก่งและดี
นายหนูใหญ่
[email protected]



