
กาสองตัว
เหรียญมีสองด้านฉันใด ตำรวจก็มีสองลักษณะฉันนั้น
ลักษณะหนึ่งคือ ความเป็นฮีโร่ เป็นต้นแบบในการปกปักพิทักษ์ผองภัยแก่เหล่าประชาชน
ส่วนอีกลักษณะหนึ่งเป็นสิ่งที่พึงรังเกียจ ทั้งรีดนาทาเร้น ข่มขู่รีดไถ จนคล้ายกับว่าเป็นโจรเสียเอง
แบบแรกนั้นเป็นเบ้าหลอมให้เด็กหลายคนใฝ่ฝันอยากเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ยามที่วัยเติบใหญ่ขึ้น
แต่สำหรับแบบที่สองกลายเป็นต้นกำเนิดของอาชญากรรมหลายคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีอุ้มฆ่า ด้วยการสมอ้างว่าเป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตำรวจ
สิ่งนี้มีนัยให้ขบคิดอย่างแรกเลย มิจฉาชีพเหล่านี้สร้างรูปแบบอาชญากรรมขึ้นมาเอง หรือว่าจดจำลักษณะวิธีการที่ตำรวจใช้หรือเคยใช้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หรือตำรวจนั่นแหละเป็นโจรเสียเอง
หากพูดในบริบทของ 2 ประเด็นแรก คือ สร้างจากจินตนาการว่าตำรวจน่าจะทำแบบนี้ ตัวตำรวจเองก็ต้องตระหนักคิดให้มากว่า เหตุใดมิจฉาชีพถึงได้คิดเช่นนั้น เรา (ตำรวจ) ทำให้พวกเขาคิดว่าการสวมเครื่องแบบสีกากีจะสามารถดำรงตนอยู่เหนือกฎหมายได้กระนั้นหรือ ?
หรือถ้าเป็นการจดจำวิธีปฏิบัติยิ่งต้องสำนึกให้มากขึ้น หนึ่งคือแม้จะเป็นตำรวจก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนกับประชาชนคนทั่วไป สองคือ วิธีการอันผิดกฎหมายนั้น ได้กลายเป็นต้นแบบให้โจรทำตาม
คดีอุ้มฆ่าเสี่ยรถตู้ที่ชลบุรีเป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ชายฉกรรจ์ 4 คนอ้างเป็นตำรวจ โชว์บัตรตำรวจ บุกเข้าไปอุ้มถึงวงเหล้า ที่มีประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์หลายคน แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะคิดว่าเป็นตำรวจจริง อีกไม่กี่วันถัดมาเขาก็ถูกยิงกรอกปากตายอนาถ
ทำไมคนร้ายเลือกใช้วิธีสมอ้างเป็นตำรวจ คำตอบง่ายๆ คือ อำนาจหน้าที่เอื้อต่อการกระทำดังกล่าว แม้จะรู้ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ทุกคนก็ยำเกรง
ถ้าเป็นตำรวจจริงก็เข้าใจได้ว่า ทำกันจนเป็นสันดาน โดยไม่สนว่าจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ลุแก่อำนาจ
แต่ไม่ว่าจะเป็นไปในรูปแบบไหน ตำรวจก็มีแต่เสียกับเสีย
เสียทั้งเกียรติยศ ชื่อเสียง และความเคารพศรัทธา ที่ประชาชนมีต่อเครื่องแบบและบทบาทหน้าที่ในการพิทักษ์สังคมให้อยู่เย็นเป็นสุข
กาจะอย่างไรก็เป็นอีกา แม้จะแซมขนสวยตกแต่งอย่างไรก็ไม่อาจเป็นหงส์ได้ เป็นได้ก็เพียงสัตว์ปีกขนสีดำ กินของเน่าเสีย นิสัยขี้ลักขโมยวันยังค่ำ
ยกเว้นแต่ว่ากาตัวนั้นจะลอกเลียนแบบกาอีกตัว !?!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



