
หรือจะรอให้ประชาคมอาเซียนประจาน
หรือจะรอให้ประชาคมอาเซียนประจาน : กระดานความคิด โดย อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง [email protected]
ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ค่อนข้างจะเน้นต้นเหตุที่มาในเรื่องของการขบวนการกู้เอกราชและขบวนการแบ่งแยกดินแดนเป็นหลักจนทำให้ประเด็นปัญหาอื่นที่มีผลอันเนื่องมาจากความขัดแย้ง การแย่งชิง การฉกฉวยโอกาสของการเล่นการเมืองในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน จนถึงระดับประเทศ การแย่งชิงผลประโยชน์ทางอำนาจอิทธิพลมืด เพื่อเป็นผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในกลไกการจัดกำลังคนเพื่อการคอรัปชั่นในภาครัฐ การค้าของเถื่อน ยาเสพติด แรงงานเถื่อน และความป่าเถื่อนทั้งปวงที่เกิดขึ้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ในปัจจุบัน ข้อมูลข้อเท็จจริงประการหลังเหล่านี้กลับถูกกวาดกลบไว้ใต้เสื่อกระจูด!!! อย่างเป็นระบบ จนทำให้การขับเคลื่อนในภาคส่วนราชการด้านความมั่นคงในพื้นที่ดูเหมือนจะให้ดูดีและมีความบกพร่องน้อยที่สุด คนชั่ว คนเลวคือสมาชิกขบวนการผู้ใช้กำลังและใช้ความรุนแรงเป็นสำคัญ และจะปฏิเสธโดยเข้มแข็งว่าไม่มีกองกำลังที่อยู่นอกแถวและไม่ปรากฏเป็นข่าวเลยเกี่ยวกับกองกำลังไม่ทราบฝ่าย (แต่มีเจตนาและเป้าหมายชัดเจนในการปฏิบัติการทำลายขบวนการประชาชนในพื้นที่)
การเคลื่อนไหวเพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาภาคใต้ในพื้นที่มีข้อจำกัดมากๆ เข้าใจว่าขณะนี้ข่าวของความขัดแย้งที่มีมาจากหลายสาเหตุกำลังเดินหน้าให้สังคมไทยและประชาคมอาเซียนตลอดจนไปถึงประเทศในองค์กรหลักๆ ของโลก เช่น OIC, UN (สหประชาชาติ) ไม่นับรวมที่เป็นงานในแผนงานเฉพาะของบางรัฐบาลเช่น USAID (อเมริกา), EU (กลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป) หรือแม้บางประเทศที่ลงมารุมสกรัมในนามสถานทูตของตนเอง โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจหรือกำลังเดินหน้าพัฒนาการมีอำนาจสำคัญของโลก (ที่จะยึดครองทุกรัฐบาลในทุกประเทศ?) NGO ในรูปแบบต่างๆ ทั้งหลาย ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากจะกล่าวในอีกความหมายหนึ่งก็คือข้อมูลความไม่สงบทั้งปวงที่เป็นเชิงปริมาณ (ตัวเลข) และเชิงคุณภาพเชิงลึก ที่เจาะไปในความคิดอ่าน ความรู้สึก ความเข้าใจ ความเข้มแข็ง ความอ่อนแอ ฯลฯ ของประชาชนและกลไกที่ทำงานทั้งปวงถูกรวบรวมโดยกลไกเหล่านั้นซึ่งมีมากมายที่ประชาชนในพื้นที่รู้ดีในอะไรบางอย่างและมีอีกมากมายที่ไม่รู้อะไรเลย เหล่านี้เป็นเครื่องมือที่องค์กรทั้งหลายพร้อมที่จะเดินหน้าไปในเจตจำนงที่แต่ละฝ่ายแต่ละองค์กรตั้งไว้ตั้งแต่เริ่มต้น
แต่เมื่อได้รับทราบนโยบายใหม่ของสภาความมั่นคงแห่งชาติที่เปิดเผยในที่สาธารณะว่า...จะเน้นการเมืองนำการทหาร และเศรษฐกิจพอเพียง โดยได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ให้ดำรงนโยบายการเมืองนำการทหารและการใช้พลังทางสังคมในการมุ่งปรับเปลี่ยนทัศนคติวิธีคิดของทุกฝ่ายจากการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหามาสู่การยึดมั่นแนวทางสันติวิธี โดยไม่มองกลุ่มผู้เห็นต่างเป็นศัตรู และมุ่งปรับเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้ของกลุ่มที่เลือกใช้ความรุนแรงมาเลือกใช้การต่อสู้ด้วยแนวทางสันติ แทนที่การมุ่งปรับความคิด ความเชื่อ ในเชิงอุดมการณ์เพียงอย่างเดียว
นโยบายการเมืองนำการทหาร จึงให้ความสำคัญกับเรื่องดังต่อไปนี้
1.การยึดมั่นแนวทางสันติวิธี ในการแก้ไขปัญหา โดยไม่ใช้แนวทางความรุนแรง
2.การมุ่งปรับเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้ ของกลุ่มที่เลือกใช้ความรุนแรงมาเลือกใช้การต่อสู้ด้วยแนวทางสันติ
3.การสร้างความโปร่งใส และความเชื่อมั่นในการดำเนินกระบวนการยุติธรรม ตามหลักนิติธรรม และหลักสิทธิมนุษยชนให้เป็นที่พึ่งของประชาชน และขจัดเงื่อนไขความไม่ยุติธรรมทุกรูปแบบ
4.การเสริมสร้างการมีส่วนของทุกภาคส่วน ในการดูแล และปกป้องทุกวิถีชีวิต และทุกศาสนา วัฒนธรรม ด้วยการเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนบนพื้นฐานของความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพื่อนำมาเป็นพลังสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่อย่างแท้จริง และ
5.การสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมและเอื้อต่อการพูดคุยในการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง และการให้หลักประกันในการเข้ามามีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการสันติภาพ
ถามว่าเมื่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีนโยบายที่ชัดเจนและผ่านกระบวนการตามขั้นตอนแล้วจะได้มีการแจกจ่ายนโยบายนี้ในภาษาต่างๆ ให้ทั่วถึง ฝ่ายที่จะต้องเดินหน้าปฏิบัติคือรัฐบาล เพราะทราบว่า สมช.เป็นหน่วยงานระดับนโยบาย ฝ่ายรัฐบาลต้องพิจารณาปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและสัญญาณที่จะบอกว่ารัฐบาลปฏิบัติคืออย่างน้อยๆ ต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าจะขจัดอุปสรรคที่จะสนองนโยบายข้างต้นคืออะไรโดยทุกข้อล้วนมีข้อจำกัดอย่างรุนแรงถ้ายังมีกฎหมายที่ขัดกับนโยบายข้างต้นโดยเฉพาะพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน)
รัฐไทยอย่าลืมว่าประชาคมอาเซียนมีประชากรที่พูดภาษามลายูและนับถือศาสนาอิสลามเหมือนคนจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 300 ล้านคนและมีประชากรที่นับถือศาสนาอิสลามกว่า 1,500 ล้านคน หรือว่ารัฐบาลจะรอให้ประชาคมอาเซียนประจานและบอยคอต (เรื่องการใช้กฎหมายที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำลายหลักการของสิทธิมนุษยชน) ในเวทีโลกก่อน...?



