คอลัมนิสต์

ภาครัฐ-เอกชนร่วมสร้าง...มาตรฐานความปลอดภัย

ภาครัฐ-เอกชนร่วมสร้าง...มาตรฐานความปลอดภัย

26 มี.ค. 2555

ภาครัฐ-เอกชนร่วมสร้าง...มาตรฐานความปลอดภัย : บทบรรณาธิการประจำวันที่26มี.ค.2555

            อุบัติเหตุรถบรรทุกแก๊สพลิกคว่ำกลางถนนย่านพัฒนาการเมื่อเช้าตรู่วันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา แม้ไม่ได้คร่าชีวิตผู้คนให้ล้มตายไปกับเปลวเพลิงที่พวยพุ่งออกจากถังแก๊สขนาดบรรจุ 4,000 ลิตรก็ตาม แต่ก็รุนแรงพอที่หน่วยงานของรัฐ รวมถึงผู้ประกอบการภาคเอกชน จะต้องแสดงความรับผิดชอบและออกมาตอบคำถามให้ชัดๆ ได้แล้วว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองนี้ เพราะอุบัติเหตุลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรก หากแต่เคยเกิดขึ้นซ้ำๆ กันมานับครั้งไม่ถ้วน จนบางครั้งกลายเป็นความชินชาที่หน่วยงานภาครัฐออกมาตีฆ้องร้องป่าวสร้างความขึงขังก่อนเงียบหายกลายเป็นคลื่นกระทบฝั่ง
   
             คงจำกันได้กับโศกนาฏกรรมรถแก๊สพลิกคว่ำใต้ทางด่วนเพชรบุรีตัดใหม่เมื่อปี 2533 เป็นเหตุให้มีคนตายมากมายถึง 59 คน บาดเจ็บ 89 คน ตึกแถว บ้านเรือนที่อยู่ในรัศมีการทำลายล้างของเปลวเพลิงจากถังแก๊สขนาดบรรจุ 2 หมื่นลิตร ฟุ้งกระจายแผ่ไปถึงถูกไฟเผาไหม้ดำเป็นตอตะโก พร้อมกับรถยนต์ที่ถูกเผาทำลายไปถึง 43 คัน ถือเป็นสัญญาณแรกที่ภาครัฐเริ่มตื่นตัวและกระตือรือร้นที่จะหามาตรการป้องกันไม่ให้เหตุร้ายในลักษณะนี้อุบัติซ้ำขึ้นอีก
   
             แต่ดูเหมือนว่า เมื่อระยะเวลาผ่านเนิ่นนานไป มาตรการต่างๆ ที่เคยคิด เคยวางไว้ กลับหย่อนยานไม่ได้ถูกนำมาปฏิบัติให้เคร่งครัดอย่างที่ควรจะเป็น ผลที่ตามมาก็คือ สถิติการเกิดอุบัติเหตุของรถบรรทุกสารเคมีและวัตถุอันตรายในเมืองที่มีให้เห็นบ่อยขึ้นทุกวัน ซึ่งในปี 2544 รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อบรรทุกสารอะคริโลไนไตรล์มาเต็มคัน พลิกคว่ำบนทางด่วนบางโคล่-แจ้งวัฒนะ บริเวณเหนือโรงพยาบาลรามาธิบดี ส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของสารเคมีปริมาณมากไหลลงท่อระบายน้ำจนต้องอพยพชาวบ้านได้รับผลกระทบจากไอระเหยของสารเคมีกันจ้าละหวั่น
   
             หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบถูกปลุกขึ้นจากภวังค์อีกครั้ง เพื่อลุกขึ้นมาล้อมคอกป้องกันวัวหาย โดยมีการกำหนดเส้นทางห้ามวิ่งสำหรับรถบรรทุกน้ำมันและสารเคมี 380 ชนิด ให้มีใบอนุญาตขับขี่ประเภทที่ 4 สำหรับผู้ขับขี่รถบรรทุกวัตถุอันตราย มาตรฐานของถังบรรจุที่มีการทดสอบทุก 5 ปี กระทั่งเหตุการณ์ล่าสุดรถแก๊สพลิกคว่ำบนถนนย่านพัฒนาการที่ดูเหมือนจะมีการพุ่งเป้าไปที่ความประมาทของคนขับรถบรรทุกก๊าซ ซึ่งจะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาควบคุม เช่น การติดจีพีเอส เพื่อให้บริษัทขนส่งก๊าซควบคุมความเร็วของการขับรถ และเส้นทางได้ดีขึ้น
   
             ในประเทศญี่ปุ่นมีการจัดตั้งโครงการบัตรเหลือง (yellow card) บันทึกข้อมูลรายละเอียดของสารเคมีที่ขนส่งสำหรับให้พนักงานขับรถพกติดตัว เพื่อให้ทราบข้อมูลและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ยังจะส่งผลให้การขนส่งอยู่บนพื้นฐานของความตระหนักถึงความเสี่ยงและอันตรายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นด้วย จึงเป็นเรื่องที่ภาครัฐและผู้ประกอบการต้องพิจารณาทบทวนมาตรการในการฝึกอบรมและให้ความรู้แก่พนักงานขับรถอย่างเหมาะสม เพื่อลดอุบัติภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าเพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด