คอลัมนิสต์

มรสุมของแพงวัดฝีมือรัฐบาล

มรสุมของแพงวัดฝีมือรัฐบาล

23 มี.ค. 2555

มรสุมของแพงวัดฝีมือรัฐบาล : บทบรรณาธิการประจำวันที่23มี.ค.2555

             ปัญหาเรื่องสินค้าราคาแพง มีผลกระทบต่อปากท้องของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นคนชนชั้นกลางหรือคนระดับรากฐาน แม้ว่ารัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีจะยืนยันจากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ว่าระดับราคาสินค้าในปัจจุบันเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนนั้นไม่ได้แพงขึ้นแต่อย่างใดเพียงแต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปีก่อนอาจจะสูงขึ้นจริง เพราะเป็นผลกระทบจากเหตุอุทกภัย และระดับราคาสินค้าได้เริ่มปรับตัวลดลงมาตามลำดับ แต่อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นย่อมกระทบต่อประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัจจัยที่สำคัญมีผลอย่างมากเป็นเรื่องพลังงาน ราคาน้ำมัน และต้นทุนในภาคการผลิต แต่ในทางตรงข้ามผลผลิตทางการเกษตรกลับราคาตกต่ำ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแม้เป็นสิ่งที่ต้องทำแต่ควรต้องพิจารณาในเรื่องโครงสร้างทั้งหมดที่เป็นตัวฉุดให้สินค้าราคาสูงขึ้นด้วย
 
             มาตรการเฉพาะหน้าไม่ว่าจะเป็นการยืดโครงการรถไฟฟรี รถโดยสารประจำทางฟรี เป็นเพียงการช่วยเหลือในระดับหนึ่ง หรือการที่รัฐบาลจะผลักดันโครงการ "โชห่วยช่วยชาติ" โดยใช้รูปแบบร้านโชห่วยภายใต้ชื่อ "ถูกใจ" จำหน่ายสินค้าราคาที่ถูกกว่าร้านค้าทั่วไปประมาณ 20 รายการ พิจารณาจากคุณสมบัติของร้านค้าดึงเข้าร่วมโครงการในลักษณะปูพรมทั่วประเทศ 1 ร้านค้าต่อ 1 ชุมชน ก็เป็นลักษณะการเข้าแทรกแซงตลาด เพราะกลไกตลาดจริงๆ ยังไม่ได้ถูกแก้ไข ซึ่งภาครัฐเองก็น่าจะรับทราบว่ามีจุดปัญหาตรงไหนบ้าง อย่างเช่นการที่รัฐบาลจะขึ้นบัญชีพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อสินค้าจากเกษตรกร เพื่อดูราคาต้นทุนที่แท้จริงและควบคุมในเรื่องการปั่นราคาหรือค้ากำไรเกินควร หรือกรณีสินค้าที่มีราคาสูงตามฤดูกาล เช่น มะนาว ก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสนใจ ดังนั้นการทำงานเพื่อแก้ปัญหาต้องบูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องและจัดการอย่างเป็นระบบ
 
             สิ่งที่น่าห่วงในระยะเวลาอันใกล้ คือเสียงสะท้อนเตือนถึงนโยบายของรัฐบาลในการขึ้นค่าแรง 300 บาทที่จะเริ่มในวันที่ 1 เมษายนนี้ จะส่งผลสองทาง ด้านหนึ่งในเรื่องรายได้ให้แก่ประชาชน แต่อีกด้านเป็นการเพิ่มต้นทุนในการผลิต ตรงนี้นักวิชาการให้ข้อมูลว่าการขึ้นค่าแรงเป็นปัจจัยด้านบวก แต่อีกส่วนก็ระบุว่าเป็นปัจจัยลบ โดยดูจากการขึ้นฐานเงินเดือนรายได้แต่ละครั้ง บรรดาสินค้าข้าวของขึ้นราคากันทั่วหน้า และที่กำลังจ่ออยู่ตรงหน้าในส่วนเอกชนขนส่งได้ขอปรับขึ้นราคาทั้งการขนส่งและค่าโดยสาร สิ่งเหล่านี้กลายเป็นมรสุมลูกใหญ่โถมเข้าหาประชาชน ซึ่งรัฐบาลในฐานะผู้บริหารประเทศหลีกไม่พ้นที่จะโดนตั้งคำถามว่าจะมีมาตรการหรือบริหารจัดการอย่างไร เพื่อช่วยเหลือประชาชน อย่าโยนกลับมาว่าให้ช่วยกันประหยัดพลังงาน เพราะทุกครัวเรือนต่างทำอยู่แล้วในยุคข้าวยากหมากแพง และกำลังจับตาดูว่ารัฐบาลมีฝีมือการบริหารแค่ไหนในการแก้ไขปัญหา