คอลัมนิสต์

ผลงานกมธ.ปรองดองโละโทษ'แม้ว'

ผลงานกมธ.ปรองดองโละโทษ'แม้ว'

22 มี.ค. 2555

ผลงานกมธ.ปรองดอง...ส่งไม้ต่อ ออกกฎหมายโละโทษ'ทักษิณ-สาวกแดง' : ขยายปมร้อน โดย ขนิษฐา เทพจร

          ที่สุดกระบวนการทำงานของ “กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ (กมธ.ปรองดอง) สภาผู้แทนราษฎร" ที่มี “พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน” อดีตหัวหน้าคณะปฏิวัติ เป็นประธาน ก็เสร็จสิ้น
 
             แต่ผลการทำงานที่ออกมานั้น ยังเต็มไปข้อกังขาจาก “ผู้สูญเสีย” ในเหตุการณ์ขัดแย้ง ว่าทางเลือกนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมทางการเมือง จะทำให้ปรองดองจริงหรือไม่? หรือเป็นแค่ “กด" อุณหภูมิร้อน-ความเสียใจไว้เพื่อรอการปะทุ...เท่านั้น
 
             รวมทั้งจบด้วยคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ ของ “พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์"   ที่เปิดปมไว้ว่า “ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 49 ที่ถือเป็นสถานการณ์เติมและเร่งความขัดแย้งรุนแรงจนยากรับมือไหว”
 
             ส่วนการโละคดี-ผลการตรวจสอบ ของ “คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)” ทั้งหมด ทั้งนี้เป็นคนลงนามแต่งตั้ง...เพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่?
 
             เมื่อมองการทำงานของ “กมธ.ปรองดอง” ที่ผ่านมานับตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 พบว่าได้เสนอประเด็นสร้างกระแสวิจารณ์ทางสังคม เช่น ในเดือนแรก เปิดประเด็นด้วยเรื่อง “ออกกฎหมายนิรโทษกรรม-แก้กฎหมายที่ขัดต่อความปรองดอง” ทำให้สังคมที่สงสัยการทำงานตั้งแต่ต้นวิจารณ์ว่า กรรมการบางคนไปรับงาน “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งมีโทษอาญาติดตัวมาเพื่อหรือไม่ จึงตั้งต้นที่ประเด็นกฎหมายเพื่อสลายโทษทัณฑ์นั้น รวมถึงแนวคิดนำคำสั่ง 66/23 กลับมาใช้อีกครั้ง
 
             เมื่อสังคมวิจารณ์ และเสี่ยงที่ความน่าเชื่อถือจะถูกทำลาย "กมธ.ปรองดอง" จึงโยนภาระงานให้ “สถาบันพระปกเกล้า” ให้ศึกษาและวิจัยแนวทางที่นำไปสู่ความปรองดอง
 
             ทำให้เห็นว่าตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา "กมธ.ปรองดอง" ไม่มีบทบาทใดชัดเจน คงมีเพียงนำเสนอประเด็นลักษณะ “โยนหินถามทาง” เท่านั้น ส่วนหนึ่งเดาได้ว่า เพื่อสร้างความมีตัวตน รอผลการทำงานของ “สถาบันพระปกเกล้า” และเมื่อได้ข้อสรุป ก็ทำหน้าที่เป็นตรา-รับรองผล โดยไม่มีแก้ไข...ทั้งที่บางประเด็นถูกสังคมวิพากษ์ว่า...ขัดต่อหลักนิติรัฐ และเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง
 
             ซึ่งสุดท้ายข้อสรุปของ กมธ.ปรองดองเสียงข้างมาก ก็เห็นด้วยกับแนวทาง “ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผู้ชุมนุมที่มีคดีติดตัวทุกประเภท-โละคดี คตส. ทุกคดี”
 
             จึงเป็นข้อกังขาว่าเป็นไปตาม "ธง" หรือไม่
 
             มีความเป็นไปได้ว่า “รายงานฉบับสมบูรณ์ของ กมธ.ปรองดอง” จะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในช่วงต้นเดือนเมษายน
 
             จากนั้นเสียงส่วนใหญ่จะใช้วิธี "โหวต" เห็นด้วยกับรายงานแทนการรับทราบรายงานเพียงอย่างเดียว  และเข้าสู่กระบวนการภาคปฏิบัติของรัฐบาล
 
             ประเด็นออกกฎหมายนิรโทษกรรม “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ นักกฎหมายมือดี” เปิดประเด็นดักทางว่า...จะไม่ออกโดย คณะรัฐมนตรี ที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือฐานะน้องสาว “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” นั่งบัญชาการอย่างแน่นอน
 
             เพราะตามรัฐธรรมนูญห้ามไว้ ในมาตรา 122 ระบุด้วยเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ พ่วงกับมาตรา 265 และ 266 ดังนั้น เมื่อ “ยิ่งลักษณ์” ลงนามเสนอร่างกฎหมายเพื่อนิรโทษกรรมให้แก่ “พี่ชาย” เท่ากับทำผิดรัฐธรรมนูญทันที
 
             ดังนั้นเชื่อว่า “อดีตนายกฯ” จึงเลือกใช้หมากตัวเก่า คือ “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี” ที่เฝ้าเปิดประเด็นกับสังคม...ถึง “ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง 6 มาตรา” ที่ยกร่างเสร็จแล้ว แต่จนแล้วจนรอด ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียด ซึ่งผิดวิสัยอย่างผู้กล้าแห่งบางบอน...ทำให้หลายคนสงสัยว่า “เขารออะไรอยู่”?
 
             เมื่อบริบททางการเมืองส่งผลมาถึงตอนนี้....ย่อมทำให้ถึงบางอ้อ...ว่า แค่ต้องการรอคำยืนยันจากข้อสรุปของ กมธ.ปรองดอง และรายงานสถาบันพระปกเกล้า เพื่อนำมาเสริมความชอบธรรมของการออกกฎหมาย ว่า...“ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง 6 มาตรา” ที่ยกร่างไว้เป็นหนทางที่นำไปสู่ความปรองดองได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่ทำมั่วๆ หรือเพื่อ “ทักษิณ”
 
             หากพิจารณาสาระหลักของข้อเสนอ เรื่องออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตามร่างเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พบว่า บุคคลที่ได้รับอานิสงส์นอกจากเป็นประชาชนที่ร่วมชุมนุม ซึ่งมีความผิดฐานฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ ความผิดทางอาญาที่มีเหตุจูงใจทางการเมืองแล้ว ยังพบว่า...มี “ส.ส.เพื่อไทย ฐานะผู้ร่วมชุนนุม” อยู่อีกประมาณ 20 คนที่ได้รับอานิสงส์
 
             ดังนั้นทางเลี่ยงที่จะไม่ให้ให้การออกกฎหมายเป็นโมฆะ คือการไม่ให้ “ส.ส.เสื้อแดง” ที่มีส่วนได้เสียงร่วมลงชื่อเสนอกฎหมาย หรือโหวตผ่านร่างกฎหมาย ...แต่ด้วยเสียงข้างมากสุดท้ายย่อมผ่านไปได้
 
             ดังนั้นจึงไม่แปลกที่กระบวนการทำงานของ “กมธ.ปรองดอง” ดูเหมือนเร่งรีบ...ไม่ยอมปรับแก้ไขรายงานตามคำเรียกร้องของ “กมธ.ปรองดองเสียงข้างน้อย”
 
             เมื่อสาวถึงเนื้อหา...จะพบว่าเป็นกระบวนการที่คล้องจองและคล้ายกับหมากที่วางไว้ทั้งหมดแล้ว

.............

(ผลงานกมธ.ปรองดอง...ส่งไม้ต่อ  ออกกฎหมายโละโทษ'ทักษิณ-สาวกแดง' : ขยายปมร้อน โดย ขนิษฐา เทพจร)