
ต้องไม่มีใครเสียเลือดเนื้ออีก
ต้องไม่มีใครเสียเลือดเนื้ออีก : บทบรรณาธิการประจำวันที่22มี.ค.2555
มุมมองหนึ่งของนายธีรยุทธ บุญมี ผู้อำนวยการสถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกี่ยวกับประเด็นความรุนแรงทางการเมืองหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมองว่าถ้าการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เสร็จสิ้นอาจเกิดการแตกแยกโดยเฉพาะฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย และจะออกมารณรงค์ต่อต้านและมีโอกาสที่รัฐจะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้นั้น เหตุผลที่นำมาสนับสนุนในเรื่องดังกล่าวน่าจะเกิดจากสภาพทางการเมืองที่ผ่านมาระหว่างขั้วอำนาจของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรหรือกลุ่มรากหญ้ากับกลุ่มอนุรักษนิยม
แม้นักวิเคราะห์ทั้งฝ่ายวิชาการและกูรูทางการเมืองบางส่วนมองต่างว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจนำไปสู่ความปรองดอง เป็นประเด็นการคาดหวังหากไม่มีวาระอื่นใดแฝงเร้นอยู่ แต่ในความเป็นจริงจุดหมายของพรรคเพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดง ล้วนมีเป้าหมายตรงกันคือ การนำพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศ จุดนี้เองที่จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดปัญหาตามที่นายธีรยุทธคาดการณ์ไว้ ประเด็นที่นักวิชาการท่านนี้วิเคราะห์มาจากเงื่อนไขของสองขั้วอำนาจ ทำให้ความเคลื่อนไหวในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ดี คำประกาศจะนำอดีตนายกฯ กลับบ้านก็ดี กลายมาเป็นเรื่องเดียวกันโดยปริยาย ทำให้การเมืองในห่วงเวลาอันใกล้นี้ล่อแหลมละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่ง
กองทัพซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญก็ถูกลากเข้าไปอยู่ในเกม มีการหยั่งเชิงในเรื่องดุลอำนาจแฝงหรือการใช้กำลังทหารออกมาปฏิวัติอีกรอบ ซึ่งหลายฝ่ายยังไม่มั่นใจต่อสภาพทางการเมืองขณะนี้ แม้ความพยายามของรัฐบาลในการควบคุมกองทัพจะยังไม่เด็ดขาด ขณะที่กองทัพเองก็พยายามถอยห่างเพื่อไม่ให้รัฐบาลเกิดความหวาดระแวง โดยวิธีการออกมาสนับสนุนงานด้านสังคมมากขึ้น ด้านหนึ่งเพื่อให้ภาพทหารเป็นส่วนหนึ่งของประชาชน อีกมุมหนึ่งเพื่อลดความรู้สึกเป็นขวากหนามให้รัฐบาลเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง แต่ภาพของผู้นำทางทหารบางคนก็ยังทำให้รัฐบาลหวาดระแวงอยู่ดี โดยเฉพาะหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันหรือเพื่อให้ใครพ้นผิด ไม่ต้องรับโทษทางอาญาซึ่งเป็นการเขย่าสถานะนิติรัฐอย่างรุนแรง
ความล่อแหลมที่แฝงอยู่คือ การรวบรวมกำลังทางการเมืองของทั้งสองฝ่ายไม่ว่ากลุ่มอนุรักษนิยม หรือคนรากหญ้า ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทยและอดีตนายกฯ เมื่อประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับการนำตัวอดีตนายกฯ กลับบ้านแยกกันไม่ออก โอกาสที่การปลุกปั่นเพื่อให้การเกิดการลุกฮือย่อมมีความเป็นไปได้ แม้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร พยายามจะออกมาหยุดกระแสความร้อนแรง แต่นั่นไม่ได้ทำให้สถานะของรัฐบาลดีขึ้นหรือหลุดพ้นจากข้อสงสัยไปได้ ดังนั้นหากบ้านเมืองต้องเข้าสู่จุดอับอีกครั้ง และทหารอ้างความจำเป็นต้องใช้กำลังแล้วละก็ต้องไม่ซ้ำรอบประวัติศาสตร์ ทำเท่าที่จำเป็นและต้องไม่มีการเสียเลือดเนื้อกันอีก ทางออกของประเทศไม่ควรเข้าสู่วงจรปฏิวัติ แต่อยู่ที่ประชาชนทั้งประเทศจะเห็นพ้องอย่างไรกับกติกาที่ควรจะเป็น



