
รอดยุบพรรค!จับตาอนาคต'ภท.'
รอดยุบพรรค!จับตาอนาคต'ภูมิใจไทย' : ขยายปมร้อน โดย สมถวิล เทพสวัสดิ์
โล่งทั้งพรรค!
สำหรับกรณี "บุญจง วงศ์ไตรรัตน์" ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษายกคำร้องกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอให้เพิกถอนสิทธิการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของ "บุญจง" และตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี
โดย "ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง" ให้เหตุผลว่า คำร้องของกกต.ยังไม่มีน้ำหนักให้ควรเชื่อได้ว่า "บุญจง" เป็นผู้สนับสนุนหรือสั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนของ จ.นครราชสีมา ใช้งบประมาณของราชการ พาผู้นำชุมชนไปพักอบรมที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง และจัดเลี้ยงแจกสิ่งของที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ในช่วงประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครราชสีมา เขต 6 เพื่อหาเสียงให้แก่ "บุญจง"
จากคำตัดสินของ "ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง" นอกจากจะทำให้ "บุญจง" ยังคงเป็นส.ส.ต่อไปได้แล้ว ยังทำให้ "กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย" ยังคงสภาพกรรมการบริหารพรรคต่อไปอีกด้วย
เนื่องจาก "บุญจง" มีตำแหน่งเป็น "รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1" คำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ออกมาอย่างไรย่อมมีผลต่อ "กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย" ไปด้วย
แต่ดูเหมือนสมาชิกพรรคไม่ค่อยรู้สึกกังวลต่อการตัดสินของ "ศาลฎีกาฯ" ในครั้งนี้มากนัก
เห็นได้จากบรรยากาศเช้าช่วงก่อนการประชุมพรรคภูมิใจไทย "ทรงศักดิ์ ทองศรี" ได้พูดคุยกับกลุ่มผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ถึงการตัดสินคดีของ "บุญจง" ทำนองว่า “วันนี้ฟ้าใส ท้องฟ้าเปิด”
และการประชุมพรรคภูมิใจไทยเริ่มขึ้นเวลาประมาณ 13.30 น. มีสมาชิกเดินทางมาร่วมประชุมน้อย ทำให้บรรยากาศการประชุมค่อนข้างเงียบเหงาไม่คึกคักตามที่สื่อพากันคาดหมาย
โดยมีแกนนำที่สำคัญเข้าร่วม เช่น "ปู่จิ้น" ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม, ชัย ชิดชอบ, สมศักดิ์ เทพสุทิน, อนุทิน ชาญวีรกูล รวมทั้ง ส.ส.และสมาชิกพรรคอีกไม่กี่คนเท่านั้น
เป็นที่น่าสังเกตว่าการประชุมครั้งนี้ไม่มีการหารือหรือสอบถามในประเด็น ศาลฎีกาฯ จะพิพากษาคดีของ "บุญจง" ในที่ประชุมพรรค ทั้งที่กำลังเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจเป็นพิเศษ
ขณะที่ "ศุภชัย ใจสมุทร" โฆษกพรรค ในฐานะมือกฎหมาย ได้เดินทางไปร่วมรับฟังคำตัดสินที่ศาลฎีกาฯ ทำให้การประชุมพรรคภูมิใจไทยครั้งนี้ไม่มีการแถลงข่าวหลังการประชุมเหมือนทุกครั้ง
หลังการประชุมพรรคเสร็จสิ้นเวลาประมาณ 16.00 น. "แกนนำคนสำคัญ" ต่างพากันแยกย้ายเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ และไม่รอฟังข่าวคำตัดสินของศาลฎีกาฯ มีแกนนำเพียงบางคนพูดกับนักข่าวว่า "ถ้ารู้ผลให้โทรบอกด้วย"
และเมื่อศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษายกคำร้องคดี "บุญจง" จึงมีเพียงภาพของเจ้าหน้าที่ภายในพรรคต่างกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจเท่านั้น
สำหรับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครราชสีมา เขต 6 ซึ่งเป็นที่มาของ "กกต." ตัดสินใจให้ใบแดง "บุญจง" ด้วยคะแนนเสียง 3 ต่อ 2 ในครั้งนั้นเกิดขึ้นหลังจาก "ศาลรัฐธรรมนูญ" มีมติ 7 ต่อ 1 ให้ 6 ส.ส.สิ้นสมาชิกภาพ เนื่องจากถือหุ้นในกิจการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 และมาตรา 48 รวมทั้งได้หุ้นมาหลังจากได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. และ "บุญจง" เป็น 1 ใน 6 ส.ส.ที่ถูกตัดสิทธิด้วย
ซึ่งขณะนั้น "บุญจง" มีตำแหน่งเป็น "รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย" (มท.2)
ต่อมา "บุญจง" ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม โดยคู่แข่งคนสำคัญคือ คือ "อภิชา เลิศพชรกมล" จากพรรคเพื่อไทย
โดยมีบรรดาเครือข่ายพรรคการเมืองใหญ่ในโคราช "ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี" จากพรรคเพื่อแผ่นดิน, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ จากพรรครวมชาติพัฒนา และบรรดาแกนนำส.ส.พรรคเพื่อไทย ใน จ.นครราชสีมา อาทิ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ, ประเสริฐ จันทรรวงทอง รวมถึง อัสนี เชิดชัย ที่ช่วยกันเทคะแนนให้แก่พรรคเพื่อไทย หวังให้ "บุญจง" พ่ายแพ้ในสนามนี้
ถือว่าการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครราชสีมา เขต 6 ครั้งนั้น "บุญจง" ถูกรุมสกรัมก็คงไม่ผิดนัก
แต่ปรากฏว่าการเลือกตั้งครั้งนั้น "บุญจง" ชนะได้คะแนนรวม 82,978 คะแนน ขณะที่ "อภิชา เลิศพชรกมล" ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ได้ 63,487คะแนน ต่อมาทางผู้สมัครพรรคเพื่อไทยได้ยื่นหลักฐานร้องเรียนการเลือกตั้งครั้งนั้นมีการทุจริต พร้อมนำหลักฐานคลิป หรือรูปถ่ายไปยื่นต่อ กกต.
และมีการไต่สวนมาจนกระทั่งวันที่ 23 สิงหาคม 2554 ที่ประชุม "กกต." มีมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 เสียง ให้เสนอต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง "บุญจง" เป็นระยะเวลา 5 ปี จากกรณีที่ถูกร้องว่ากระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2553
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ศาลฎีกาฯ ได้พิพากษายกคำร้อง!
จากนี้ไปคงต้องจับตาดูบทบาทของ "พรรคภูมิใจไทย" จะปรับทิศทางการขับเคลื่อนทางการเมืองอย่างไร
โดยเฉพาะกลุ่มของ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" ซึ่งระยะหลังมีข่าวจะกลับไปสังกัด "พรรคเพื่อไทย" บ้านหลังเก่า พร้อมกับมีข่าวหนาหูว่า "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล คู่ซี้ของ "เนวิน ชิดชอบ" มีการต่อสายเจรจากับ "ทักษิณ ชินวัตร" จะขอกลับไปซบพรรคเพื่อไทย
หลังจาก "เนวิน" ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าอนาคตคงไม่เปิดหน้าเล่นการเมืองเหมือนเช่นอดีต
ดังนั้นกลุ่มก้อนที่เหลืออยู่ภายใน "พรรคภูมิใจไทย" ในขณะนี้จะกำหนดอนาคตของตัวเองอย่างไร น่าสนใจยิ่ง !
.............................
(หมายเหตุ รอดยุบพรรค!จับตาอนาคต'ภูมิใจไทย'ขยายปมร้อน โดย สมถวิล เทพสวัสดิ์)



