
พม่ากับอนาคตในเอเชียอาคเนย์(1)
พม่ากับอนาคตในเอเชียอาคเนย์ (1) : โลกสาระจิปาถะ โดย กวี จงกิจถาวร
กรุงย่างกุ้ง พม่ากำลังเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว เที่ยวบินเข้าพม่าจากกรุงเทพฯ เต็มแทบทุกเที่ยวบิน ตอนนี้สายการบินยักษ์ใหญ่ในยุโรปกำลังหาโอกาสบินเข้าไปในพม่าโดยตรง ไม่ต้องผ่านไทย ในอดีตไทยเคยเป็นฮับการบินในภูมิภาคเพราะประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะรอบบ้านเราไม่ค่อยพร้อม อย่างไรก็ดี ขณะนี้ทุกประเทศในเอเชียอาคเนย์รวมทั้งพม่าซึ่งเป็นประเทศล่าสุดที่มีการปฏิรูป ได้มีโอกาสเท่าเทียมกับประเทศอื่นๆ ในการเข้าถึงทรัพยากรทุกรูปแบบทั่วโลก ไม่มีข้อกีดกันแบบสมัยก่อน
เริ่มวันที่ 1 เมษายน รัฐบาลพม่าจะใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นอัตราเดียว ไม่มีอัตราใต้ดินอีกต่อไป คือ 1 ดอลลาร์ต่อ 800 จ๊าต ซึ่งเป็นไปตามคำแนะนำของธนาคารโลก นอกจากนั้นรัฐบาลชุดนี้ยังพยายามจะออกกฎหมายสื่อสารมวลชนในเร็วๆ นี้ เพื่อยกเลิกมาตรการเซ็นเซอร์สื่อมวลชนที่มีมาตั้งแต่ปี 1962 กฎหมายสื่อมวลชนจะมีการหยิบยกขึ้นมาอภิปรายในช่วงสองสามอาทิตย์นี้เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม องค์การยูเนสโกให้คำปรึกษาและช่วยเหลือหาผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านสื่อมาระดมความคิด
รัฐบาลพม่าฉลาดมากที่ชักจูงสื่อพม่าลี้ภัยให้กลับเข้ามาในประเทศ มันเป็นยุทธศาสตร์ที่ได้ผลทันควัน เพราะมีผลในการสร้างความเชื่อมั่นให้คนพม่าโพ้นทะเลกว่า 6 ล้านคนที่กระจัดกระจายไปทั่วโลก และยังเป็นวิธีเดียวที่สามารถชนะใจประเทศโลกตะวนตกเพื่อเพิ่มแรงกดดันในการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางการค้า
เสรีภาพสื่อมวลชนพม่าดีขึ้นกว่าเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก ถ้าเปรียบเทียบกับหลายๆ ประเทศในอาเซียน จะพบว่าการปฏิรูปในพม่าที่ดำเนินอยู่ทุกวันนี้มีมากกว่าหลายร้อยเท่า ถ้าการปฏิรูปในพม่ายังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงักอย่างที่หลายคนว่า พม่าอาจจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการปฏิรูปการเมืองอาเซียนในอนาคตด้วยฃ้ำไป พม่าจะเป็นประธานอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า คงมีอะไรดีๆ มาอวดให้ประชาคมโลกได้ดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการพัฒนาประชาธิปไตยและการเคารพสิทธิมนุษยชน เพราะสาระของสิทธิมนุษยชนอาเซียนต้องมีการทบทวนทุกๆ 5 ปี
ปลายปีที่แล้วพม่าได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนขึ้นมาสร้างความประหลาดใจให้แก่ทั้งโลก พม่าเป็นประเทศที่ 5 ในอาเซียนที่มีคณะกรรมาธิการลักษณะนี้ สมาชิกหัวเก่าอาเซียนต้องปวดหัว ต้องมีท่าทีชัดเจนขึ้น จะมาแอบหลังฉากพม่าอีกต่อไปไม่ได้
พม่ามีพื้นที่เท่ากับเวียดนาม แต่มีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่าเวียดนามสองเท่าตัว แถมยังมีประชาชนส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว มีทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานมากมาย ฉะนั้นโอกาสการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วจึงไม่มีปัญหา
พม่าคือคู่แข่งพันธุ์แท้ของประเทศไทยตั้งแต่นี้ต่อไป ประเทศนี้ไม่มีปมด้อยเวลาเข้าหาหรือเจรจากับไทย ที่น่าเสียดาย คนไทยยังมองพม่าด้วยสายตาเหยียดหยาม ไม่ไว้ใจอยู่ดี มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวความคิดเกี่ยวกับพม่าใหม่หมด ในอนาคตพม่าจะเป็นประเทศปกติ มีประชาธิปไตย และมีสัมพันธ์ไมตรีกับทุกประเทศ มียุทธศาสตร์ในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ศักยภาพเหล่านี้แหละที่จะเอาชนะไทยได้ในที่สุด ไทยจะเอาพม่าไม่อยู่ในวันข้างหน้า



