คอลัมนิสต์

ของแพงปัญหาที่รัฐบาลต้องใส่ใจ

ของแพงปัญหาที่รัฐบาลต้องใส่ใจ

19 มี.ค. 2555

ของแพงปัญหาที่รัฐบาลต้องใส่ใจ: บทบรรณาธิการประจำวันที่19มี.ค.2555

                ปัญหาราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบไปทั่วโลก ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมด่วน ครม.เศรษฐกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งออกมาตรการออกมาแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ สินค้าแพง เพื่อประคองภาพรวมทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 และ 3 หลังจากราคาสินค้าที่ได้ขยับสูงเป็นลำดับตามฤดูกาลและอิงกับค่าขนส่ง พร้อมทั้งฝากให้กระทรวงพาณิชย์ทำงานเพิ่มขึ้นจากที่เคยดูแลแค่ปลายทางของการขึ้นราคาสินค้า ให้เข้ามาดูแลเพิ่มเติมตั้งแต่ต้นทางหรือผู้ผลิต และระหว่างทางหรือขายส่ง โดยให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
   
              นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้แสดงความแปลกใจกับข้อมูลของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ระบุว่า สินค้าด้านการเกษตรราคาตัวเลขลดลง แต่ในส่วนของเนื้อสัตว์ราคากลับเพิ่มขึ้นถึง 12% เครื่องปรุงอาหารราคาเพิ่ม 11% อาหารสำเร็จรูปบริโภคในบ้านราคาเพิ่มขึ้น 12.4% บริโภคนอกบ้านเพิ่ม 5.3% นั่นเท่ากับว่าการกินในบ้านแพงกว่ากินนอกบ้าน เนื่องจากอาหารสดประเภทเนื้อสัตว์ราคาเพิ่มขึ้นสูงมาก และได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปวิเคราะห์ดูเหตุใดถึงเป็นเช่นนั้น ทั้งที่แท้จริงแล้วไม่น่าจะต่างกันมากขนาดนี้ โดยให้ไปเช็กราคาเนื้อสัตว์ที่ขายยังท้องตลาดว่ามีราคาต้นทุนเท่าใด
   
              ความเป็นห่วงของนายกรัฐมนตรีดังกล่าวถูกสรุปในการแถลงข่าวของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ว่า ราคาสินค้าเมื่อเทียบช่วงระยะเวลาเดียวกันปรากฏว่าถูกกว่าปีที่ผ่านมา แม้ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ จะเพิ่มสูงขึ้นจากเหตุน้ำท่วม ขณะที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงผลสำรวจตลาดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่าราคาขายปลีกสินค้าหลายรายการลดลง โดยเฉพาะเนื้อหมู ไก่ และรับว่าไข่ยังคงมีราคาสูงอยู่
   
              แม้การประชุมจะยังไม่ได้ข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมของการแก้ไขปัญหา แต่คำแถลงของรัฐบาลดูจะสวนทางกับความเป็นจริง เนื่องจากค่าครองชีพในปัจจุบันได้พุ่งสูงขึ้นจากการปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ก่อนหน้านี้ที่คนทั่วไปสัมผัสได้ ดูได้จากราคาอาหารในชีวิตประจำวันทั้งข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ที่ปรับขึ้นต่ำจานละ 5 บาทถึง 10 บาท ถึงขนาดที่คนบางกลุ่มประกาศจัดตั้งโครงการธงแดงออกมาท้าทายธงฟ้าของกระทรวงพาณิชย์ อันเนื่องมาจากราคาสินค้าพลังงานที่เป็นต้นทุนของการผลิต
   
              ยิ่งการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทในวันที่ 1 เมษายนที่จะถึงนี้ แม้จะเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับผู้ใช้แรงงานก็ตาม แต่อย่าลืมว่ายังจะนำไปสู่ข้อพิพาทระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้าง และรัฐบาล รวมทั้งค่าครองชีพได้พุ่งพรวดไปก่อนหน้านี้นานแล้วและไม่มีใครรับประกันว่าจะไม่มีการขึ้นราคาอีก ขณะที่ค่าจ้างที่ไล่หลังนี้อาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายการใช้ชีวิตของผู้ใช้แรงงานเหล่านี้ได้ เพราะอีกด้านหนึ่งของการปรับขึ้นค่าแรง ทำให้การผลิตสินค้ามีต้นทุนเพิ่มขึ้น ความสามารถในการแข่งขันลดต่ำลง
   
              ดูเหมือนว่าในช่วงเมษาหน้าร้อนที่จะถึงอีกไม่กี่วันนี้ หลายสิ่งหลายอย่างจะประเดประดังใส่รัฐบาลอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง แม้สินค้าขึ้นราคาจะถือเป็นเรื่องปกติของกลไกตลาดที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามสภาพเศรษฐกิจบนหลักการของเหตุผลที่เหมาะสม แต่รัฐบาลก็ต้องมีมาตรการรองรับที่จริงจังเหมาะสมเช่นกัน เพราะปัญหาปากท้องเป็นความเดือดร้อนที่สำคัญของประชาชนในลำดับต้นๆ