
เรื่องจริงที่ภาคใต้ที่'เฉลิม'ต้องรู้
เรื่องจริงที่ภาคใต้ที่ร.ต.อ.เฉลิมต้องรู้ : บทบรรณาธิการประจำวันที่17มี.ค.2555
หนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" กำลังเปิดโปงเบื้องลึกความสัมพันธ์อันซับซ้อน แยบยล และเกื้อกูลซึ่งกันและกัน แบบ "น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า" ระหว่างขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันตั้งแต่ภาคเหนือ อีสาน กลาง และใต้ กับขบวนการค้าอาวุธสงครามและกลุ่มก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีการใช้พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นฐานในการฟอกเงินด้วยการเปิดธุรกิจบังหน้า อาทิ ธุรกิจค้าทองคำ ร้านรับแลกเงิน และร้านขายผ้าบางแห่ง รวมไปถึงการเป็นนายทุนใหญ่ให้กลุ่มก่อความไม่สงบสร้างกระแสขึ้น เพื่อเบนประเด็นและเพื่อให้กดดันเจ้าของสวนยางพาราเกิดความหวาดกลัวจนต้องประกาศขายที่ดินในราคาถูก เปิดช่องให้ขบวนการค้ายาเสพติดติดต่อขอซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่หลบซ่อนตัว
อาจจะเป็นครั้งแรกที่สื่อได้ถอดรหัสความเชื่อมโยงระหว่างขบวนการ "สามประสาน" ดังกล่าว โดยเฉพาะการเปิดโปงกลุ่มนายทุนใหญ่หน้าใหม่ของกลุ่มก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทดแทนท่อน้ำเลี้ยงจากต่างประเทศที่เริ่มตีบตันมากขึ้นหลังจากถูกสหรัฐและพันธมิตรช่วยกันสกัดกั้นท่อน้ำเลี้ยงที่ส่งไปยังกลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะเงินช่วยเหลือจากตะวันออกกลาง อาทิ ลิเบีย และซีเรีย ที่หดหายไปหลังจากรัฐบาลพันเอกกัดดาฟีถูกโค่นล้ม เป็นเหตุให้กลุ่มก่อความไม่สงบในประเทศต่างๆ รวมทั้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องหาทุนมาเลี้ยงตัวเอง ทั้งด้วยการหันมาค้ายาเสพติด หรือเรียกค่าคุ้มครอง จับคนเรียกค่าไถ่ ฯลฯ
การที่หน่วยงานด้านความมั่นคงในภาคใต้สามารถถอดรหัสความสัมพันธ์ของขบวนการค้ายาเสพติด ขบวนการค้าอาวุธสงครามและกลุ่มก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ถูกทางและขยายผลได้มาก ตั้งแต่ขึ้นบัญชีดำผู้ค้ายาเสพติด ควบคู่ไปกับมาตรการยึดทรัพย์เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยง ฯลฯ อย่างไรก็ดี การปราบปรามและกวาดล้างขบวนการสามประสาน อาจไม่ประสบความสำเร็จก็ได้ หากรัฐบาลโดยเฉพาะ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ไม่ยอมรับรู้ความจริงดังกล่าว ยังยึดติดแต่ข้อมูลเก่าๆ ที่ล้าสมัยว่าขบวนการค้ายาเสพติดกับกลุ่มก่อความไม่สงบเป็นคนละเรื่อง และยังได้เงินสนับสนุนจากต่างชาติ
เรายืนยันว่าเป็นเรื่องอันตรายมากที่คนระดับรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงไม่ยอมติดตามสถานการณ์โลกให้ทัน จนอาจเกิดความผิดพลาดได้เหมือนคราวที่ผู้ก่อการร้ายอิหร่านเตรียมก่อวินาศกรรมที่กรุงเทพฯ แต่โชคดีที่ระเบิดตัวเองเสียก่อน ไม่เช่นนั้นอาจสายเกินการณ์จนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ขึ้นเมื่อใดก็ได้



