
คนดีเห็นนานคนพาลเห็นเร็ว
คนดีเห็นนานคนพาลเห็นเร็ว : กระดานความคิด โดย อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง [email protected]
และแล้วความเลวร้าย สันดานดิบเกิดซ้ำแล้ว...ซ้ำอีก ความชั่วที่บังเกิดขึ้นในสังคมมุสลิมหลังจากการมีกำลังพลมากมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จริงอยู่จำนวนคนที่มากมายย่อมมีคนดีและคนเลว มีทหารที่ดีมากมาย และในขณะเดียวกันทหารที่ถูกติดป้ายเมื่อหลายเดือนก่อนตามจุดตรวจตั้งแต่ปัตตานีถึงนราธิวาสว่า...ขออภัยในความไม่สะดวกและการแสดงออกของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติตัวไม่สุภาพ คำว่า "ไม่สุภาพ" ถูกแปลเป็นภาษามลายูและเขียนด้วยอักขระญาวี (ตัวเขียนภาษาอาหรับ) ว่า "กูรังอาญัร" หากจะอ่านให้ถูกต้องสามารถเขียนเป็นภาษามลายูรูมี (ใช้อักขระภาษาอังกฤษ) คือ kurang ajar ซึ่งคำนี้เป็นความหมายที่ไม่ใช่ของการขออภัยในการปฏิบัติงานที่ไม่สุภาพ หากเป็นคำที่มีความหมายถึงการด่าทอและการติติงความประพฤติของบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติความเป็นคนที่มีคุณธรรมจริยธรรมที่ถูกที่ควรด้วย หากใครผู้ใดถูกด่าทอว่ากูรังอาญัร จะหมายถึงกระทบต่อถึงพ่อแม่บุพการีด้วย ? จึงกล่าวได้ว่าความหมายที่แท้จริงของคำว่ากูรังอาญัร คือ “พ่อแม่ไม่สั่งสอน!!!”
ป้ายที่เขียนนี้มีนัยหลายความหมาย ประการหนึ่งเพราะไม่รู้เลยว่าที่เขียนนั้นอ่านและแปลความว่าอย่างไร จึงปล่อยไปนึกว่าคงจะแปลและเขียนถูกต้องตามที่ตนเองต้องการ ประการต่อมารู้ทั้งรู้ว่าเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมกับประชาชนที่เดินทางไปมาผ่านจุดตรวจ เพื่อให้ประชาชนจะได้เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่เขาตั้งใจทำดีแล้วนะ? แต่อาจจะหลุดไปบ้างเพราะเหนื่อย อากาศร้อน อารมณ์ไม่ค่อยดี หิว (แต่แทนที่จะคัดสรรบุคคลที่นิสัยดีสุภาพอ่อนน้อม เพราะเป็นปราการด่านแรกของความรู้สึกที่ดี) ประการต่อมาคนแปลเอกสารนี้คงจะไม่มีความรู้เรื่องภาษามลายูมากนักจึงหาคำศัพท์ที่เหมาะสมไม่ถูกหรือหาไม่ทัน (ตามที่นายสั่ง) หรือเขาอาจจะรู้เรื่องภาษามลายูเป็นอย่างดีแต่แปลให้มันหลุดโลกไปเลยจะได้ช่วยกันประจานให้คนท้องถิ่นและผู้เดินทางชาวมาเลเซีย อินโดนีเซีย และคนที่ใช้ภาษามลายูทั้งหลายได้รับรู้ถึง "กี๋นของการแก้ไขปัญหาเชิงจิตวิทยาที่ขาดความรอบคอบของรัฐว่าแท้จริงเป็นอย่างไร" หรือบางทีอาจจะดิสเครดิตในหมู่กองกำลังกันเอง (ก็เป็นได้)...?
จากป้ายประชาสัมพันธ์เช่นนี้ทำให้เรามอง (เห็นมานานแล้ว) ถึงความล้มเหลวในกระบวนการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐว่าที่ผ่านมามันมีความสำเร็จกี่เปอร์เซ็นต์ มัวแต่ใช้วาทกรรมอันสวยหรู “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา?” เพราะถ้าจะหาคำตอบว่ามันมีผลเป็นอย่างไรบ้าง จำเป็นต้องตั้งคำถามกลับไปว่าที่เข้าใจนั้นเข้าใจอะไร อย่างไรเช่น วิถีชีวิต ศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรมประเพณี แนวคิดปรัชญาชีวิตและการศึกษาของท้องถิ่นคืออะไร มีกี่แบบ กี่ประเภท แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร มันแตกต่างกับโรงเรียนของรัฐบาลอย่างไร มีมัสญิด มีสุเหร่า มีบาลัย มีมูซอลลา มีความหมายลึกซึ้งขนาดใดสำหรับผู้นับถือศาสนาอิสลาม มีสตรีคลุมผม สตรีมุสลิม (บางคน) ที่สยายเปลือยผมเหมือนสตรีทั่วไปคืออะไร ทำไมเมื่อก่อนคนมุสลิมและชาวพุทธอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันและกัน เดี๋ยวนี้เมื่อใต้ถุนโรงเรียน ในสถานีอนามัย ในชุมชนพุทธ ไม่ต้องเอ่ยถึงในวัดจะเต็มไปด้วยกองกำลังที่พูดภาษาอีสาน ภาษาเหนือและภาษากลางบ้าง คนในหมู่บ้านหวาดระแวงมากขึ้น... มากขึ้น...ในขณะที่ปากทางเข้ามัสยิด หน้าโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม หน้าสถาบันการศึกษาปอเนาะมีรถฮัมวี รถสื่อสารทหารจอดนิ่งอยู่...บางครั้งมีรถจักรยานยนต์จอดขวางถนนเป็นด่านตรวจก็เคยพบเห็น อย่างนี้คือความเข้าใจในอะไร แบบใด?
ความหมายของการเข้าถึงคือเข้าถึงคน ถึงในใจ ถึงอารมณ์ความรู้สึกของความเป็นคนเท่าเทียมมากน้อยเพียงใด หรืออย่างที่เป็นคือเข้าถึงทุกพื้นด้วยกองกำลังพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ร้ายแรงที่ใช้ในสนามรบเต็มรูปแบบและสอดส่ายสายตาหาแต่ศัตรู โดยไม่เห็นหัวความเป็นคนเป็นมนุษย์ในท้องถิ่นว่า “มีชีวิตและวิญญาณ” เหมือนกัน
การพัฒนาที่เป็นเป้าหมายสุดท้ายมิได้หมายถึงว่ามีแต่ตนเท่านั้นที่ทำได้สารพัด กลไกรัฐอื่นง่อยเปลี้ยพิการไปหมด สถานการณ์ที่วิกฤติหนักกลไกรัฐอื่นทำงานไม่ได้ค่อยว่ากัน แต่ที่เป็นอยู่มันคือการ“วิตกจริต” มากจึงพัฒนาอย่างที่เป็น พัฒนาความใกล้ชิดระหว่างทหารกับผู้นำเพื่อสร้างความหวาดระแวงในหมู่ประชาชนมากขึ้น ซึ่งพัฒนาถึงการเก็บผู้นำในที่สุด กับประชาชนก็ไม่แตกต่างกัน คนอายุรุ่นปู่ถูกกล่าวหาและถูกฆ่าว่าเป็นผู้ก่อการ วัยรุ่นเมาเหล้าและติดยามากขึ้น ความสัมพันธ์ฉันชู้สาวระหว่างทหารกับสาวมุสลิมมีมากขึ้น มีทั้งคลิปพลอดรักระบาด มีทั้งการข่มขืน บางรายถึงฆ่ากันให้ตายและเบี่ยงเบนความผิดให้เป็นอื่น นึกถึงคำคมไทยๆ ที่ว่า “คนดีเห็นนาน คนพาลเห็นเร็ว” ทำให้น้ำดีในสถาบันทางทหารเสื่อมเสีย นี่คือความอ่อนแอและความล้มเหลวในเชิงจิตวิทยามวลชนเพิ่มมากขึ้น จึงไม่แปลกที่ทหารบางท่านถึงกับเปรยอย่างเบาๆ แต่หนักแน่นว่า...สิ้นภารกิจนี้จะเปลี่ยนงานหรือจะลาออกจากราชการไปประกอบอาชีพอื่น ชีวิตและครอบครัวจะมีความสุขและมีคุณค่าดีกว่าอยู่เช่นนี้...?



