คอลัมนิสต์

'สันติ'เจอสายแข็ง!

'สันติ'เจอสายแข็ง!

16 มี.ค. 2555

เจอสายแข็ง! : ขยายปมร้อน โดย สมถวิล เทพสวัสดิ์

             เจอสายแข็ง!
 
              หมายถึงการโยกย้ายข้าราชการครั้งนี้ ของ "สันติ พร้อมพัฒน์" รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เจอสายแข็ง!
 
              เพราะการเสนอย้าย "พนิตา กำภู ณ อยุธยา" ปลัด พม. ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ สำนักเลขาธิการนายกฯ อาจไม่เหมือนกับการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงประจำกระทรวงทั่วไป
 
              ที่ว่าไม่เหมือนทั่วไป เพราะ "พนิตา" เป็นพี่สาวของ "ประวัฒน์ อุตโมท" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญภายในพรรคยุคก่อตั้งพรรคไทยรักไทยในอดีต รู้จักกันดีในนามกลุ่ม 16 ที่มี "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" เป็นแกนหลัก
 
              และช่วงเหตุการณ์วิกฤติทางการเมือง "ประวัฒน์" ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญอย่างมากภายในพรรค "แกนนำสายบู๊" ในพรรคส่วนใหญ่ต่างรู้ดี และการตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีการเสนอเก้าอี้รัฐมนตรีให้ แต่ "ประวัฒน์" ก็ปฏิเสธ
 
              จึงไม่ต้องแปลกใจกับอัปกิริยาถึงขั้น "ชี้หน้า" สันติ พร้อมพัฒน์ ทันทีที่ "สันติ" เดินทางเข้ามาถึงที่ประชุมพรรค จนต้องมี "ผู้ใหญ่" จับสองคนเข้าไปเคลียร์ใจภายในห้อง
 
              เพราะแกนนำในพรรคเพื่อส่วนใหญ่จะทราบดีว่า "พนิตา" มีศักดิ์เป็น "พี่สาว" ของ "ประวัฒน์" การที่ "สันติ" เสนอย้าย "พี่สาว" โดยไม่ได้บอกกล่าวกับ "ประวัฒน์" ให้ทราบมาก่อนจึงถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติกัน
 
              อย่างน้อยก็ควรจะแจ้งเหตุผลให้ทราบในฐานะที่ "คนพรรคเดียวกัน" ย่อมต้องเห็นหน้าเห็นตากันบ่อยครั้งอย่างแน่นอนแม้ว่าจะมาจากต่างกลุ่มก็ตาม
 
              แต่ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ต่างคนต่างคิดว่าตัวเอง "สายแข็ง"
 
              ทำอะไรไม่จำเป็นต้องบอกผ่าน "เด็กๆ" ภายในพรรค เพียงแค่แจ้งให้ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี และ "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" รองนายกรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย ในฐานะ "หัวหน้าพรรค" ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
 
              เพราะถือว่าได้บอกกล่าว "ผู้ใหญ่" ภายในพรรค ประกอบกับมั่นใจใน "เอกสาร" ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งมาแจ้งเกี่ยวกับการใช้เงินงบประมาณผิดประเภท ตั้งแต่สมัย "พนิตา" ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) เมื่อปี 2551 ทำให้คิดว่าอีกฝ่ายคง "ปิดปาก" ไม่กล้าโต้แย้ง
 
              แต่เรื่องกลับไม่เป็นไปตามนั้น เพราะ "ประวัฒน์" หลังทราบเรื่องมติคณะรัฐมนตรีถึงกับ "ควันออกหู" ตรงดิ่งไปยังที่ทำการพรรคทันที เพื่อขอทราบเหตุผลจาก "สันติ"
 
              "สตง.ได้เข้ามาตรวจสอบเรื่องในอดีตตั้งแต่ปี 2551 ถ้ามีพฤติกรรมและมีความผิดอย่างนั้นจริง ท่านอิสสระ สมชัย อดีต รมว.พัฒนาสังคมฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ ยังตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ผมมั่นใจว่าพี่สาวผมมีความสามารถ ทำงานอยู่กับทุกพรรคการเมืองได้ ในเมื่อท่านไม่ให้เกียรติผม ผมก็ไม่ให้เกียรติท่าน" ถ้อยคำบางช่วงที่ "ประวัฒน์" ระเบิดใส่ "สันติ"
 
              ไม่เฉพาะท่าทีไม่พอใจของ "ประวัฒน์" เท่านั้นที่แสดงออกต่อ "สันติ" แม้แต่ "พนิตา" เองก็แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบต่อชื่อเสียงและตำแหน่งเท่านั้น แต่อาจจะถูกดำเนินคดีอาญาพ่วงอีกด้วย
 
              ทำให้ "พนิตา" ต้องแถลงยืนยันพร้อมกับจะเตรียมฟ้องกลับ "สันติ" ในข้อหาหมิ่นประมาท เพราะทำให้วงศ์ตระกูลเสียชื่อเสียง
 
              พร้อมกับเข้าพบ "ยิ่งลักษณ์" ที่รัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้เพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีที่สั่งให้ไปเป็น "ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ สำนักเลขาธิการนายกฯ" รวมทั้งให้ยกเลิกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย เพราะเป็นการสั่งสอบผิดคน
 
              โดย "พนิตา" ยืนยันว่า ถ้าวันที่ 20 มีนาคมนี้ ยังไม่มีการถอนมติคำสั่งดังกล่าวจะไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)
 
              ขณะที่ "สันติ" ซึ่งมีความมั่นใจ เพราะก่อนการตัดสินเรื่องนี้เคยนำเรื่องเข้าหารือกับ "ยงยุทธ" และ "ยิ่งลักษณ์" ประกอบกับมั่นใจใน "ฐานทุน" ของตัวเอง บวกกับกองหนุนค่อนข้างแน่นอย่าง "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวทักษิณ ชินวัตร
 
              การตัดสินใจอะไรจึงค่อนข้างมั่นใจ "ตัวเองก็สายแข็ง!"
 
              และดูเหมือน "ยงยุทธ" และ "ยิ่งลักษณ์" ซึ่งเป็นคนกลางของปัญหาก็รู้สึกอึดอัด จึงหาทางออกโดยการนำคนนอกอย่าง "วิเชียร ชวลิต" ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ มานั่งเป็น "ปลัด พม." แทน "พนิตา" เพราะเชื่อว่า ถ้าเป็นคนในกระทรวง พม.มานั่งอาจมีคำครหาตามมาอย่างแน่นอน
 
              "ยิ่งลักษณ์" จึงต้องตัดไฟต้นลม โดยการให้ "วิเชียร" มานั่งขัดตราทัพไปก่อน แทนที่จะให้เป็นคนที่ "สันติ" คัดเลือก
 
              แต่ไม่ว่ามติคณะรัฐมนตรีในวันที่ 20 มีนาคม จะออกมาเป็นบวกหรือลบต่อ "พนิตา" แต่เชื่อว่าวันนี้ "ประวัฒน์" กับ "สันติ" มองหน้ากันไม่ติดแล้ว!


..........
(หมายเหตุ : เจอสายแข็ง! : ขยายปมร้อน โดย สมถวิล เทพสวัสดิ์ )