
ปรองดองแบบ'พท.'ค่อยทำค่อยแตะ
จับทิศปรองดองแบบ'เพื่อไทย' ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ แตะ : ขยายปมร้อน โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ - ประพันธ์ จินดาเลิศอุดมดี
ความขัดแย้งในบ้านเมืองไทยที่ดำรงมาตลอด 6 ปี ถูกตั้งคำถามว่าจะจบลงเมื่อใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ "พรรคเพื่อไทย" ที่ใกล้ชิดกับคนเสื้อแดง และระบุตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำได้ก้าวเข้าสู่อำนาจ ทำให้หลายคนมองว่าจะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นได้หรือไม่
"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ประกาศ ณ วันก้าวเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า การสร้างความปรองดองถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
แต่จนถึงวันนี้ทิศทางกลับยังดูสะเปะสะปะ หาจุดยังไม่เจอว่าจะเดินไปทางไหนกันแน่ มีเพียงเรื่องเดียวที่ชัดคือ การเตรียมจ่ายเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติว่าจะสร้างความปรองดอง หรือยิ่งสร้างความแตกแยกกันแน่
ที่ผ่านมาสิ่งที่เราเห็นจากรัฐบาลคือ การ "รอ" ไม่ว่าจะเป็นผลการศึกษาของ คอป. หรือผลสรุปของกรรมาธิการปรองดอง ที่มีฐานแนวคิดจากการศึกษาของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งคนของพรรคต่างก็สงวนท่าที ไม่มีใครกล้าแหลมออกมา เพราะรู้ดีว่า งานนี้หากผิดพลาดย่อมหมายถึงอนาคตการกลับบ้านของ "นายใหญ่" จะต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
มีเพียง "เฉลิม อยู่บำรุง" เท่านั้น ที่ประกาศชัดว่า การศึกษาของพระปกเกล้าไม่มีผลทางกฎหมาย และเรื่องอะไรที่สาระเยอะเกินไปมักจะทำไม่สำเร็จ พร้อมทั้งยืนยัน ต้องทำในรูปแบบของเขาคือ ออกเป็น "พ.ร.บ.ปรองดอง" โดยไม่สนผลการศึกษาของสถาบันพระปกเกล้า
"เฉลิม" ตีฆ้องร้องป่าวมาก่อนหน้านี้ว่า "พ.ร.บ. 6 มาตรา" ของเขานั้น จะนำมาซึ่งความปรองดอง ถึงขนาดคุยว่า "ใครเห็นก็ต้องครางฮือ"
แต่หากจับสัญญาณจากพรรคเพื่อไทยแล้ว นาทีนี้ไม่ค่อยมีใครที่จะเชื่อว่าทำได้สำเร็จ เพราะ "พ.ร.บ.ปรองดอง" ที่กล่าวอ้างนั้น ยังไม่เคยมีใครได้เห็น เพราะ "เฉลิม" บอกว่าซุ่มเขียนกับคนเพียงไม่กี่คนและจะเปิดเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น
บางคนถึงกับปรามาสว่า วันที่เปิดออกมานั้นก็ตอบไม่ได้ว่าจะเป็นเหมือนราคาคุยหรือไม่
นอกจากนี้คนในพรรคก็ไม่ได้หนุน "เฉลิม" มากนัก เพียงแต่จำเป็นต้องเก็บไว้ทำงาน และไม่ต้องการให้อยู่ห่างตัว เพราะจะเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี
หลายคนใน "เพื่อไทย" บอกว่า นี่เป็นเพียงความพยายามในการสร้างตัวตนและผลงานเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวันพ้นโทษของ "บ้านเลขที่ 111" ใกล้เข้ามา ซึ่งไม่แน่ว่าจำเป็นจะต้องเปลี่ยนตัวใครออกเพื่อให้ตัวจริงเสียงจริงเข้ามาทำงานหรือไม่
ก้าวย่างในการปรองดองของพรรคเพื่อไทยในวันนี้นั้น เปิดทางรอ คอป. เพราะมองว่าเป็นคนกลางที่สามารถจะทำเรื่องต่างๆ ได้โดยไม่น่าเกลียด รวมทั้งถูกตั้งขึ้นมาโดยรัฐบาล "ประชาธิปัตย์" ดังนั้นย่อมตัดข้อครหาได้ว่าเป็นผลการทำงานของพวกตัวเอง และทำให้ภาพของรัฐบาลดูนุ่มนวลขึ้น เพราะจะเหมือนกับยอมรับความแตกต่าง
ซึ่งหากยังไปได้ระหว่างนี้ก็จะเลี้ยงกระแสปรองดองไปเรื่อยๆ แต่หากอะไรที่ต้องกระทบกับพรรคจริงๆ ก็อาจจำเป็นต้องออกมาแสดงท่าทีบ้าง แต่คงไม่ถึงขนาดกระโดดเข้ามาขวาง เพราะจะทำให้พรรคเสียหายได้
ส่วนข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้า หรือ กรรมาธิการปรองดองนั้น ก็ยังไม่ได้หยิบมาหารืออย่างเป็นทางการว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ เพราะหากออกมาดูดี พรรคไม่เสียประโยชน์ก็พร้อมที่จะรับเอามาไว้ และเดินหน้าต่อไป
อย่างไรก็ตาม ระหว่างรอก็ใส่ใจไปที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะ "เพื่อไทย" เชื่อว่าการปรับโครงสร้างอำนาจนั้น น่าจะสร้างความปรองดองอย่างแท้จริงได้ ซ้ำกติกาที่กำหนดใหม่ก็จะทำให้พรรคมีความได้เปรียบมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ตัวแปรหลักอย่าง "ทักษิณ ชินวัตร" ก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ เพราะหากเกิดผลีผลามมากเกินไปจะยิ่งทำให้เป็นไปได้ยากมากยิ่งขึ้น ทีมมันสมองของเพื่อไทยจึงเห็นว่า เรื่องนี้ควร "ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ แตะ"
"ทักษิณ" เองก็รู้เหมือนกันว่า หากเขารีบกลับมาในเวลานี้ แม้จะเหมือนการชนะศึก แต่อาจจะทำให้แพ้สงครามได้ วันนี้จึงยังไม่รีบร้อนและรอให้ทุกอย่างบ่มเพาะจนพร้อมเสียก่อนแล้วค่อยกลับก็ไม่มีอะไรเสียหาย
วันนี้แนวทางการปรองดองในมุม "เพื่อไทย" จึงไม่เป็นนโยบายเร่งด่วนอีกต่อไป และรอเพียงว่า คนกลางที่คาดหวังจะทำออกมาในรูปแบบไหนเท่านั้น โดยมิต้องเอาตัวเองออกมาเสี่ยงแต่อย่างใด
...........
(หมายเหตุ : จับทิศปรองดองแบบ'เพื่อไทย' ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ แตะ : ขยายปมร้อน โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ - ประพันธ์ จินดาเลิศอุดมดี)



