
นิติกรรมอำพราง
นิติกรรมอำพราง : บทบรรณาธิการประจำวันที่15มี.ค.2555
ปัญหาความซับซ้อนในเรื่องที่ดินบ้านเรามีอยู่มาก มีบางส่วนเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงของประเทศโดยเฉพาะช่องว่างทางกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาถือครองกรรมสิทธิ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในงานสัมมนาที่คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา จัดขึ้นในหัวข้อเรื่อง นิติกรรมอำพรางต่างชาติกับการถือครองที่ดิน มีประเด็นน่าตกใจจากการเปิดเผยของนายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่า ที่ดินในประเทศไทย 1 ใน 3 อยู่ในมือต่างชาติ ประมาณกว่า 100 ล้านไร่ เปรียบเสมือนการแย่งดินแดนโดยใช้ระบบเศรษฐกิจและช่องโหว่ของกฎหมาย
ที่ดินในเมืองท่องเที่ยวสำคัญไม่ว่า พัทยา เกาะสมุย เชียงใหม่ ภูเก็ต และอีกหลายเมือง ล้วนตกอยู่ในความครอบครองของนักลงทุนข้ามชาติ ถือสิทธิตามกฎหมายเช่น นักลงทุนที่เกินกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สามารถซื้อที่ดินได้ หรือการถือครองโดย "นอมินี" ซึ่งตามกฎหมายการจัดตั้งบริษัทคนไทยจะต้องถือหุ้นอย่างน้อย 51 เปอร์เซ็นต์ ต่างชาติจะมีหุ้นได้ไม่เกิน 49 เปอร์เซ็นต์ แต่ในความเป็นจริง นักลงทุนข้ามชาติเหล่านี้ล้วนจ้างบริษัททนายความ เพื่อหาช่องหลีกเลี่ยงกฎหมาย ถือหุ้นในลักษณะนิติบุคคลบ้าง ใช้การไขว้หุ้นไปมาบ้าง ทำให้อำนาจการบริหารในทางปฏิบัติตกอยู่ในมือของคนต่างชาติ
หลายครั้งที่นักลงทุนข้ามชาติเกิดข้อพิพาทกับชาวบ้านในพื้นที่หรือมีปัญหากับชุมชนเช่น ถมดินทับทางระบายน้ำหรือการปิดเส้นทางเข้าออกที่ชาวบ้านเคยใช้เป็นประจำจนกลายเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่สำคัญเมื่อเกิดปัญหาชาวบ้านกลับเสียเปรียบเนื่องจากบริษัทข้ามชาติเหล่านี้สามารถสั่งการให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการตามแนวทางของตนเองได้เพราะข้าราชการที่เกี่ยวข้องล้วนมีผลประโยชน์แอบแฝง ยิ่งพื้นที่ไหนมีมูลค่าหรือเป็นโครงการขนาดใหญ่ก็ยิ่งส่งผลถึงความชอบธรรมในการตัดสินข้อพิพาทและหลักกฎหมาย
ประเด็นสำคัญที่ทำให้ปัญหานี้เรื้อรังบานปลายคือ เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างเที่ยงตรงและเป็นธรรม กลับถูกบิดเบือน ขาดความรับผิดชอบและไม่สำนึกถึงผลประโยชน์ของชาติ ขณะเดียวกันช่องโหว่ทางกฎหมายก็ไม่ได้รับการแก้ไข นักการเมืองไม่ได้คิดในแง่การปรับปรุงเพื่อให้กฎหมายทันสมัยและรู้เท่าทันการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม นักการเมืองมุ่งออกกฎหมายเพียงเพื่อประโยชน์ทางการเมืองและพวกพ้อง มีกฎหมายหลายฉบับที่ล้าหลังไล่ตามความฉ้อฉลไม่ทัน ไม่เฉพาะกฎหมายที่ดินเท่านั้น แต่รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจข้ามชาติต่างๆ ที่มีการทำนิติกรรมอำพรางมากมาย แม้แต่หน่วยงานที่มีขอบเขตอำนาจกว้างขวางอย่าง ปปง. ก็ยังดำเนินการอย่างจริงจังไม่ได้ เพียงเพราะการทำธุรกรรมที่ไม่เกิน 2 ล้านบาทเท่านั้น



