
รัฐบาลเป็นเสียเอง
เหตุการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์ชุดเสื้อดำและชุดหลากสีอาวุธครบมือ บุกเข้าไปในพื้นที่พัฒนพงษ์ ย่านขายสินค้าที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว เข้าแย่งชิงเก็บกวาดสินค้าที่วางขายอยู่จากพ่อค้าแม่ค้า นำใส่ถุงขนาดใหญ่แล้ววิ่งไปใส่รถยนต์ที่เตรียมมา โดยไม่แจ้งว่าเป็นใคร มาจากหน
นี่เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ แม้จะมีการกล่าวอ้างภายหลังว่า เป็นเจ้าหน้าที่จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ก็ไม่พ้นผิด
ข่าวที่ปรากฏ นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์อ้างว่าเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องดำเนินการปราบปรามพวกที่ละเมิดลิขสิทธิ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่จับกุม แต่ไม่ดำเนินการ ก็มิได้หมายความว่าจะสั่งการให้กองกำลังจากที่ใดก็ได้มาทำหน้าที่นี้ เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจหรือบัญญัติให้มีหน้าที่แต่อย่างใด
ระวังจะต้องเผชิญกับกฎหมายอาญา มาตรา 157 ว่าด้วยเรื่องเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือ มาตรา 84 ว่าด้วยเรื่องผู้ใช้ให้กระทำความผิด
การที่กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ดำเนินการจับกุมผู้ค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อเอาใจกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกา เพราะทุจริตรับผลประโยชน์จากผู้ค้า เหตุใดจึงไม่ดำเนินการปรับย้ายให้ไปทำหน้าที่อื่น ย้ายผู้กำกับการ ผู้บังคับการ ผู้บัญชาการ เป็นตัวอย่างเสียบ้าง สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จะตั้งวางอย่างเปิดเผยได้ไหม ทางที่ถูกที่ควรกลับไม่ทำ กลับใช้วิธีการนอกกฎหมายเสียเอง
นี่หรือที่พร่ำพูดกันทั้งรัฐบาลว่า จะใช้หลักนิติรัฐในการแก้ปัญหาของประเทศชาติ ?
ขณะนี้ประชาชนพากันสงสัยว่า มีบุคคลในรัฐบาลบางคน บางกลุ่ม กระทำการที่ฝ่าฝืน หรือผิดกฎหมายหรือเปล่า จึงเอาใจตำรวจและเจ้าหน้าที่อื่นที่มีอำนาจหน้าที่บังคับใช้กฎหมายซึ่งมีโทษทางอาญา ไม่คิดจะปรับปรุงเอาคนที่ดีมีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความสามารถ มีศักยภาพในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย มาดำรงตำแหน่งแทนคนที่อยู่ในปัจจุบันบ้าง
เป็นอะไรกันไปหมดแล้ว ขนาดนายกรัฐมนตรีขวัญใจประชาชนยังออกมาให้สัมภาษณ์ได้ว่า การขึ้นภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงครั้งนี้ ประชาชนจะไม่เดือดร้อน เหตุผลของการขึ้นภาษีก็เพื่อให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้น จะได้นำไปใช้ในโครงการต่างๆ ที่พรรคร่วมรัฐบาลรับผิดชอบ !?!
คมพิทักษ์ราษฎร์



