คอลัมนิสต์

ผลงานคือพลังสนับสนุน

ผลงานคือพลังสนับสนุน

12 พ.ค. 2552

 

แรงกดดันจากกลุ่มคนเสื้อแดงอ่อนแรงไปมาก หลังจากการก่อจลาจล สร้างความรุนแรงจนไม่ได้ถูกรังเกียจโดยประชาชน ทำให้ไม่กล้าใส่เสื้อแดงร่วมชุมนุม และจำนวนผู้เข้าร่วมวันอาทิตย์ที่ผ่านมาลดลงอย่างมาก แสดงให้เห็นความเสื่อมและการมีคดีอาญาติดตัว ไม่กล้ากระทำความผิดมากกว่าที่เป็นอยู่

 รัฐบาลยังต้องเผชิญปัญหาในสภา จากการกดดันโดยพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่นั่นก็เป็นวิถีทางของการเมือง รัฐบาลรู้ดีอยู่ว่านั่นเป็นกระบวนการทางประชาธิปไตย ซึ่งผลสุดท้ายการกระทำต่างๆ ของสมาชิกสภาต้องได้รับความยินยอมเห็นชอบจากประชาชน จะคิดทำอะไรเพื่อพวกพ้องหรือกลุ่มผลประโยชน์ดังที่เคยทำมาไม่ได้อีกต่อไป

 แต่รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งสร้างผลงาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปัญหามีหลากหลายมิติและวงการ สิ่งที่ต้องเร่งสร้างคือความเชื่อมั่นของประชาชน ผู้บริโภค และผู้ประกอบการธุรกิจ ถ้าหวังการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เดินหน้าพ้นจากสภาพซบเซา ทำให้กิจกรรมต่างๆ แทบหยุดชะงัก ส่วนหนึ่งเพราะทิศทางของอนาคตไม่แน่นอน รวมทั้งระยะเวลาการดำรงอำนาจของรัฐบาล ซึ่งขึ้นอยู่กับฝีมือการบริหารจัดการ และเจตนาว่าทำงานเพื่อประชาชนหรือเพียงเอาใจพรรคร่วมรัฐบาล หวังความอยู่รอดเท่านั้น

 สภาพการเมืองที่ผ่านมา น่าจะทำให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้รู้ซึ้งว่าการยอมรับของประชาชนเป็นฐานสำคัญ แม้แต่ผู้เคยได้รับความนิยมอย่างมากเช่นอดีตผู้นำซึ่งหนีคดีอาญาก็ยังมีวันเสื่อม เพราะการกระทำของตัวเองซึ่งประชาชนเห็นชัดด้านการทุจริตทุกรูปแบบ สร้างความเสื่อมโทรมให้โครงสร้างของประเทศ เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงทุกด้าน ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะฟื้นฟูให้เป็นสังคมไทยที่น่าอยู่เหมือนเดิม หลังจากถูกครอบงำด้วยระบบทุนนิยมนำด้วยความโลภไร้ขอบเขต ศีลธรรม จริยธรรม ความอายถูกทำลายด้วยตัณหาของนักการเมืองและเครือข่ายผลประโยชน์ทางธุรกิจ

 รัฐบาลจะประสบความสำเร็จได้ก็ด้วยการใช้อำนาจในทางที่เหมาะสมกับความจำเป็นต่อกรณีในการจัดการองค์กรต่างๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ นั่นหมายถึง การปรับเปลี่ยนด้านโครงสร้างการบริหารจัดการองค์กร เช่น คณะกรรมการ ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรหลัก รัฐวิสาหกิจต่างๆ ซึ่งรัฐมีส่วนในการควบคุม เพราะทรัพยากรสำคัญเหล่านี้ยังถูกกุมและควบคุมโดยเครือข่ายอำนาจเก่า เป็นแหล่งสร้างผลประโยชน์มหาศาลและรายได้ส่วนหนึ่งถูกผันไปเพื่องานการเมืองและทำลายรัฐบาลด้านความน่าเชื่อถือ จนถึงขั้นสร้างความวุ่นวายโดยมวลชน

 ถ้ารัฐบาลยังลังเล ขาดความกล้าหาญในการจัดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารองค์กร เช่นสถาบันการเงินของรัฐ การจัดการกองทุน รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรสื่อ หน่วยงานด้านความมั่นคง ข้อมูล ข่าวสาร และผู้รักษากฎหมาย รวมทั้งบุคคลในกระบวนการยุติธรรมบางระดับ จะทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข แต่เพิ่มอุปสรรคในการฟื้นฟูบ้านเมือง การปฏิรูปด้านต่างๆ รวมทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม นอกจากนั้น ความล้มเหลวเพราะลังเล ขาดความกล้าหาญ จะนำไปสู่ความเสื่อมด้านความนิยมศรัทธาของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล ทำให้บ้านเมืองต้องจมอยู่ในวิกฤติต่อไป