คอลัมนิสต์

ย้อนรอย'สภาสูง'ลงมติถอด'ภักดี'

ย้อนรอย'สภาสูง'ลงมติถอด'ภักดี'

07 มี.ค. 2555

ย้อนรอย'สภาสูง'ลงมติถอดถอน'ภักดี' ผลโหวตชี้ชะตาอนาคตองค์กรอิสระ : ขยายปมร้อน โดย ขนิษฐา เทพจร

              9 มีนาคมที่จะถึงนี้... “วุฒิสภา” ได้นัดประชุมเป็นพิเศษเพื่อลงมติในคำร้อง “น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.เพื่อไทย และคณะ” ที่ยื่นคำร้องขอให้วุฒิสภามีมติให้ “ภักดี โพธิศิริ” กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 248 ในรัฐธรรมนูญ 2550 หลังจากที่พิจารณาครบกระบวนความ
 
              ถือเป็นนัดชี้ชะตาอนาคต “ภักดี” ในตำแหน่ง ป.ป.ช. และอีกนัยคือ “ภาพลักษณ์องค์กรอิสระ” ที่มีหน้าที่ตรวจสอบข้าราชการและนักการเมือง
 
              เรื่องนี้...สืบเนื่องจากกรณีที่ “ป.ป.ช.ชุดใหญ่” แต่งตั้ง “ภักดี” ให้เป็น "ประธานอนุกรรมการไต่สวนคดีการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ของกระทรวงสาธารณสุข" ในสมัยที่ "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" เป็น รมว.สาธารณสุข 
             
              โดย “คณะ ส.ส.เพื่อไทย” มองว่าเป็นการตั้งคนให้ทำหน้าที่ที่ขัดกับกฎหมาย ป.ป.ช. และระหว่างที่ “ประธานอนุไต่สวน” ปฏิบัติหน้าที่นั้นไม่ได้ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่ถูกตรวจสอบ โดยเฉพาะ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้อง
 
              ตามคำแถลงเปิดคำร้องของ “น.อ.อนุดิษฐ์” เมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา ระบุว่า “กรรมการ ป.ป.ช.” ได้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของบริษัทไทยวัฒนาฟาร์มาซูติคัล เด็กซ์โทรส จำกัด ซึ่งถือว่าขัดต่อ พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 11 (3) ที่ห้าม "กรรมการ ป.ป.ช." ไปมีตำแหน่งใดๆ ในห้างหุ้นส่วน บริษัทหรือองค์การที่ทำธุรกิจเพื่อมุ่งหากำไร และขัดต่อ พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 46 (1), ระเบียบว่าด้วยการไต่สวนของ ป.ป.ช.พ.ศ.2547 ข้อ 13 เพราะ “ภักดี” เคยเป็นรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่ไต่สวนมาก่อน และไม่เปิดให้ไต่สวนพยานที่ “คุณหญิงสุดารัตน์” พยายามยื่นเสนอ
  
              ส่วน “ภักดี” ได้ใช้เวที “วุฒิสภา” ชี้แจงแถลงไข โดยยืนยันว่าเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายทุกขั้นตอน...และได้ทำหน้าที่อย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา
 
              สำหรับขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ดำเนินการรวม 7 ครั้ง โดย 2 ครั้งแรกเป็นการวางกรอบการพิจารณาตามคำร้อง ครั้งที่ 3 ให้ผู้ร้องแถลงเปิดคำร้อง และให้ผู้ถูกร้องแถลงคัดค้าน ครั้งที่ 3 เปิดเวทีให้พยานฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้องชี้แจง ครั้งที่ 4 ตั้งคำถามซักถามเพิ่มเติม และตั้งกรรมาธิการซึ่งเป็นตัวแทนนำคำถามของ ส.ว.ถามต่อผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ครั้งที่ 5 การซักถามผู้ร้องและผู้ถูกร้องโดยกรรมการซักถาม ครั้งที่ 6 คือ การแถลงปิดคำร้องและคำโต้แย้งของผู้ถูกร้องซึ่งผ่านพ้นไปช่วงเที่ยงของวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา
 
              และครั้งที่ 7 นัดไว้วันที่ 9 มีนาคมนี้ คือ การลงมติ!!
 
              ขั้นตอนการลงมติ กำหนดไว้ในข้อ 9 ของข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา 2551 หมวด 6 ระบุว่า การออกเสียงลงคะแนนต้องทำโดยวิธีลับ ซึ่งมติให้พ้นจากตำแหน่งให้ใช้เสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 หรือ 112 เสียงจากจำนวน ส.ว.ทั้งหมด 149 คน
 
              อย่างไรก็ตาม ก่อนการลงคะแนนเสียงนั่นเอง... “ส.ว.กลุ่ม 40” ได้ออกมาเปิดเผยถึงใบปลิวซึ่งมีเนื้อหา...เป็นบทสรุปสำนวนของ “ผู้ร้อง” ที่เขียนถึงความผิดของ “ภักดี”
 
              รวมทั้งมีการอ้างถึง "พยานคนหนึ่ง" ติดต่อกับ ส.ว.ขอให้เป็นผู้รวบรวมเชิญ ส.ว.ไปรับประทานอาหารที่บ้านทำให้เกิดความหวาดหวั่นว่า...จะสามารถชี้นำการลงมติของ “ส.ว.ที่ยังไม่ตัดสินใจ” ได้
 
              จากการหยั่งเสียงก่อนลงมติ...โดยพิจารณาจากผลโหวต พ.ร.บ.งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2555, พ.ร.ก.กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ พ.ศ.2555 และ พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย พ.ศ.2555 พบว่า เสียงของส.ว.ที่โหวตสนับสนุนรัฐบาลมีมากกว่าเสียงคัดค้าน นับได้ครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งไม่ถึง 112 เสียง
 
              ดังนั้น ความหวังที่ “ส.ว.” จะเทมติจนทำให้ “ภักดี โพธิศิริ” พ้นจากตำแหน่งตามคำร้องของ “พลพรรคคุณหญิงหน่อย” เห็นแสงเพียงริบหรี่
 
              คนวงใน “วุฒิสภา” วิเคราะห์แบบฟันธงว่า...ผลลงมติของส.ว. ในเรื่องนี้ จะไม่ทำให้ “กรรมการ ป.ป.ช.” พ้นจากตำแหน่งอย่างแน่นอน เพราะเสียงสนับสนุนฝั่งรัฐบาลมีไม่ถึง 112 เสียง แต่ผลโหวตที่ออกมา ระหว่าง “ให้พ้น” กับ “ให้อยู่” จะไม่ทิ้งห่างกันมากนัก
 
              และนั่นจะทำให้กลายเป็นประเด็น ที่สะท้อนความเชื่อมั่นของสภาสูง ที่มีต่อ “ภักดี” ว่าจะยังมีความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งหรือไม่
 
              อีกนัยหนึ่ง คือ กระจกสะท้อนไปยังองค์กรต้นสังกัด อย่าง “สำนักงาน ป.ป.ช.”
 
              หากเสียงโหวตสูงถึง 90 คะแนน...จะเป็นตัวสั่นคลอน ภาพการตรวจสอบขององค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบนักการเมือง...อาจส่งผลถึงขั้นกลายเป็นเหตุผลหนึ่งที่นำไปสู่...การโละ “ป.ป.ช.” ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้


....................

(หมายเหตุ : ย้อนรอย'สภาสูง'ลงมติถอดถอน'ภักดี'   ผลโหวตชี้ชะตาอนาคตองค์กรอิสระ : ขยายปมร้อน โดย ขนิษฐา เทพจร)