
เสรีภาพสื่อไทยต้องปกป้อง
เสรีภาพสื่อไทยต้องปกป้อง : โลกสาระจิปาถะ โดย กวี จงกิจถาวร
วันนักข่าวมาบรรจบครบรอบอีกครั้งหนึ่ง มันเป็นวันสำคัญ คนทำสื่อมวลชนไทยทั้งหลายจะได้ใช้โอกาสนี้สำรวจตัวเองและพรรคพวก โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า--สื่อเป็นผู้สื่อสารข้อมูลและรายงานข่าว หรือเป็นผู้ยุยง เสี้ยม ให้เกิดความแตกแยกในสังคมกันแน่ กลุ่มอื่นๆ ไม่มีขีดความสามารถในการประเมินสื่อ หรือทำได้แบบในสมัยก่อน ก็ไม่ดีพอ เพราะมันขาดจิตวิญญาณของนักข่าว
ในบริบทไทย สื่อมวลชนดั้งเดิมถูกท้าทายอย่างรุนแรงโดยสื่อมวลชนในรูปแบบใหม่ที่สามารถส่งข้อมูลสั้นๆ และใหม่สดเสมอ ถึงแม้ว่าจะเป็นข้อมูลเก่าหรือไม่ได้ตรวจสอบก็ตาม เข้าถึงผู้รับแบบฉับพลัน มีความรวดเร็วสูงในการเชื่อมโยงเครือข่าย ใช้ความเจริญทางด้านสารสนเทศเป็นเครื่องมือ ต้องยอมรับว่า คนที่สามารถใช้สื่อใหม่ในการสื่อสารได้เปรียบ เพราะมันเป็นสื่อใหม่ที่กำลังแปรสภาพเป็นสื่อกระแสหลัก เนื่องจากสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้รับที่กว้างขวาง รวดเร็วและหลากหลายกว่า
ส่วนสาระที่ส่งกันจะมีมากน้อยแค่ไหน ยังเป็นประเด็นสำคัญที่คนในวงการไม่ค่อยหยิบขึ้นมาคิดเท่าไร โดยเฉพาะในสังคมไทยที่ชอบข่าวลือ ข่าวเล่าที่ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องข้อเท็จจริง ยังไง ยังไงมันก็เป็นข่าวเล่าอยู่ดี คนทั่วไปเลยคิดว่าไม่สำคัญ แต่อย่าลืมว่าข่าวที่ไม่มีการยืนยันแต่มีการพูดซ้ำๆ กันในพื้นที่สาธารณะ นานๆ เข้าอาจจะกลายเป็นความทรงจำในหัวสมองที่ใช้บทสนทนาอ้างอิงได้ ซึ่งในประเด็นนี้ต่างจากข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิง
เนื่องจากข้อมูลที่ส่งกันไปมาทางสารสนเทศยุคใหม่ต้องอาศัยความเข้าใจในระดับหนึ่ง มิฉะนั้นแล้วทั้งผู้ให้-ผู้รับจะได้รับอันตรายเพราะไม่รู้อิโหน่อิเหน่ถึงข้อมูลที่ได้รับ โดยเฉพาะในสถานการณ์การเมืองแบบไทยๆที่ไม่มีอะไรชัดเจนสักอย่าง
เมื่อสื่อมวลชนไทยมีสภาพเช่นนี้ มีความจำเป็นต้องให้สื่อมีเสรีภาพในการทำงานและมีความเป็นวิชาชีพสูง ได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริงโดยไม่มีการแทรกแซงจากรัฐหรือบริษัทเอกชน อาทิตย์ก่อนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ได้คลอดออกมาหลังผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งต้องถือว่าเป็นผลงานของรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้พยายามผลักดันให้มีกลไกมาสนับสนุนการทำงานของสื่อมวลชนอย่างมีประสิทธิภาพ
นายกรัฐมนตรีคนก่อนเข้าใจความสำคัญและกลไกการทำงานสื่ออย่างถ่องแท้โดยไม่มีการบิดพลิ้วประจำวัน ตอบทุกคำถามไม่มีการหลบหน้าหรือแม้แต่ข้อแก้ตัว ถือว่าเมื่อเข้ามาเป็นผู้นำแล้วจะต้องตอบคำถามนักข่าวหรือประชาชน การใช้เครื่องมือโซเชียลมีเดียในการแถลงข่าวนั้นค่อนข้างแปลก ไม่มีผู้นำใดในโลกทำกัน นอกจากเรื่องส่วนตัวทั้งนั้นของไทยที่เห็นปนกันเละ
สื่อมวลชนไทยยังอ่อนในการจับประเด็นข่าว บรรณาธิการข่าวหรือผู้จัดรายงานข่าววิทยุและโทรทัศน์ตั้งใจตกประเด็นข่าวสำคัญมีเยอะ เพราะกลัวว่าจะเป็นวาระข่าวในกระแสโดยเฉพาะในเรื่องอ่อนไหวต่างๆ ทำให้คนรับรู้ข่าวสารทางบ้านไม่สามารถวิเคราะห์หรือสร้างความเข้าใจในภาพกว้างและใหม่ หรือโยงกับปัญหาดั้งเดิมได้ สื่อมวลชนไทยมักจะมุ่งหาข่าวสด ประเด็นสำคัญๆ ถูกมองข้าม หารู้ไม่ว่า ทุกข่าวในสังคมไทยโดยเฉพาะในรัฐบาลชุดนี้ มีที่มาที่ไปจากอดีตทั้งนั้น ทั้งที่เกิดขึ้นมานานแล้วหรือเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสองสามวันก่อนนั้น มีอดีตที่ยังใหม่สด



