คอลัมนิสต์

เพลิงไหม้ในซอยแคบ

เพลิงไหม้ในซอยแคบ

06 มี.ค. 2555

เพลิงไหม้ในซอยแคบ : บทบรรณาธิการประจำวันที่5มีนาคม 2555

            มีความเป็นไปได้มากว่า ถ้าหากรถกระเช้าดับเพลิงสามารถเขาถึงที่เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารฟิโก้ เพลส ตั้งอยู่เลขที่ 18/8 ถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา ได้ทันการณ์ทันเวลาแล้ว ความเสียหายที่เกิดกับอาคารแห่งนั้นคงมีไม่มากเท่าที่ปรากฏเป็นข่าว ทั้งนี้ มีรายงานว่า รถกระเช้าดับเพลิงเสียเวลาไปราว 30 นาทีเนื่องจากถนนคับแคบ การจราจรไม่สะดวกเท่าที่ควร เมื่อเหตุและผลเป็นเช่นนี้ จึงต้องมาพิจารณากันว่า กฎหมายต่างๆ ที่สังคมใช้เป็นเครื่องมือบังคับให้เกิดความสงบสุขนั้นมีความหละหลวมหรือไม่ หรือว่าผู้ปฏิบัติตามกฎหมายหย่อนยานเองกันแน่น

            ถ้ายังจำกันได้ เมื่อเร็วๆ นี้ ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กับโรงแรมดิเอทัส ซึ่งเป็นอาคารที่มีความสูงเกินกฎหมายกำหนด ที่ปลูกสร้างในซอยร่วมฤดี ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน โดยที่ซอยแห่งนั้นมีผิวจราจรกว้างไม่ถึง 10 เมตร ตามข้อบังคับในกฎกระทรวงฉบับที่ 33(2535)ในข้อ 2 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร 2522 ดังเห็นแล้วว่า คำสั่งศาลปกครองนี้มีขึ้นก็เพื่อบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย หรืออีกนัยหนึ่งก็เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวมนั่นเอง

            กรณีล่าสุดที่เกิดกับอาคารสำนักงานให้เช่า ฟิโก้ เพลส แม้จะไม่ชัดเจนว่ามีการกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายดังตัวอย่างจากคำสั่งของศาลปกครองที่ยกมาหรือไม่ หากแต่ความจริงข้อหนึ่งก็คือ ถนนซึ่งต้องมีความกว้างพอสำหรับการบรรเทาสาธารณภัย เมื่อถนนเกิดก่อนอาคาร จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคาร 2522 โดยเคร่งครัดก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรม เพราะถ้าหากเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารสูงภายในซอยคับแคบขึ้นอีกไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย โรงแรมหรือว่าอาคารสำนักงานก็ตาม ก็อาจจะไม่โชคดีเหมือนกับครั้งนี้ซึ่งเหตุเกิดเวลากลางวัน และเป็นวันหยุดก็เป็นได้

            มีความเคลือบแคลงสงสัยและตั้งคำถามกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายว่า ยังมีอาคารสูงภายในซอยเล็กๆ ในกรุงเทพมหานครซุกซ่อนตัวอยู่อีกมากน้อยแค่ไหน ซึ่งนอกจาก กทม.จะต้องตรวจสอบโดยละเอียดแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการบังคับใช้กฎหมาอย่างเข้มงวด อย่าว่าแต่อาคารเหล่านั้นกระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร 2522เลย เพราะจะว่าไปแล้วบางครั้งกฎหมายก็อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายก็เป็นได้ อย่างเช่น ที่กำหนดว่าถนนต้องกว้างไม่น้อยกว่า 10 เมตรนั้น เอาเข้าจริงเมื่อเกิดเหตุในสภาพการจราจรที่หนาแน่น การบรรเทาความเสียหายอาจไม่สะดวกเท่าที่ควร

            ตัวอย่างจากคำสั่งศาลปกครองก็ดี จากเหตุการณ์เพลิงไหม้อาคารฟิโก้ เพลสก็ดี กทม.ควรถือเป็นจุดเริ่มต้น ตรวจสอบอาคารสูงอย่างจริงจัง ไม่เพียงเฉพาะประเด็นที่ว่ากระทำผิดกฎหมายหรือไม่เท่านั้น หากต้องลงลึกในความเป็นจริงของมาตรฐานการบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเป็นหลักประกันให้ได้ว่าถ้าเกิดเหตุเภทภัยขึ้นแล้ว จะต้องไม่เกิดโศกนาฏกรรมตามมา หรือไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้น หรือเสียหายน้อยที่สุด