คอลัมนิสต์

กำลังพลโดดเดี่ยว-ประชาชนว้าเหว่

กำลังพลโดดเดี่ยว-ประชาชนว้าเหว่

06 มี.ค. 2555

กำลังพลโดดเดี่ยว-ประชาชนว้าเหว่ : ขยายปมร้อน โดย ศรุติ ศรุตา

            ไม่น่าแปลกที่ท่าทีของทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จะออกมายืนยัน นั่งยัน นอนยัน ว่าไม่ได้เป็นผู้บงการการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่จะเป็นหน้าที่ของ สสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง การจะแก้ไขในหมวดหมู่ใดก็เป็นเรื่องของส.ส.ร.ที่จะตัดสินใจ
 
            ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ชาวบ้านร้านตลาดก็คงจะเบาใจได้ระดับหนึ่งว่า ในหมวดที่ 1 และ 2 ของรัฐธรรมนูญ จะไม่ถูกแตะต้องแก้ไข
 
            หมวดที่ 1 คือ ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรเดียวแบ่งแยกไม่ได้
 
            หมวดที่ 2 เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชอำนาจส่วนพระองค์ อาทิ กฎมณเฑียรบาล การสืบสันตติวงศ์ การตั้งผู้สำเร็จราชการ เป็นต้น
 
            ซึ่งทั้ง 2 หมวด ไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างและรูปแบบการปกครองประเทศ
 
            แต่สิ่งที่หลายคนยังไม่วางใจ และน่ากังวลว่าจะมีกลุ่มคนนำมาเป็นชนวนต่อต้านก็คือ บทบัญญัติที่เกี่ยวกับการแต่งตั้งบุคคลไปดำรงตำแหน่งมีอำนาจหน้าที่ต่างๆ ที่สำคัญๆ
 
            พ.ต.ท.ทักษิณก็ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ แบะท่าว่าแล้วแต่ สสร. ขณะที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ชัดเจนว่า ต้องการจะเปลี่ยนแปลงขบวนการแต่งตั้งผู้ที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ
 
            ต้องการเปลี่ยนแปลงกระบวนการแต่งตั้งใหม่ เช่น แต่งตั้งผู้พิพากษาหรือประธานศาลฎีกา ต้องการให้ ครม.เป็นผู้แต่งตั้ง จากเดิมที่เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์
 
            นั่นทำให้มองได้ว่า จุดมุ่งหมายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เพื่อรวบเอาอำนาจของตุลาการมาอยู่ภายใต้อำนาจของการเมือง ภายใต้ข้ออ้างที่ว่า จำเป็นต้องยึดโยงกับอำนาจประชาชน โดยผ่านตัวแทนที่ประชาชนเป็นผู้เลือกมา
 
            รวมทั้งการแต่งตั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพ แม้ปากจะบอกว่าไม่แตะ พรบ.กลาโหม แต่ถ้าให้ ครม.เข้ามากำหนดการแต่งตั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพ ก็เท่ากับเป็นการครอบงำ พ.ร.บ.กลาโหม ไปโดยปริยาย
 
            เพราะเดิมนั้น บัญชีโยกย้ายนายทหารเป็นการเสนอเข้ามาเพื่อให้นายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเท่านั้น
 
            เพราะฉะนั้นเมื่อ รมว.กลาโหมเสนอบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย หรือเสนออะไรเกี่ยวกับความมั่นคงเข้ามา ถ้า ครม.ไม่เห็นด้วย ทุกอย่างที่จะตกไปเหมือนกับกระทรวง ทบวง กรมอื่นๆ
 
            ณ วันนี้ ทหารในกองทัพก็เริ่มมีความอึดอัด และไม่สบายใจ ถึงขนาดมีนายทหารรุ่น 12 บางคน โพล่งขึ้นในวงสนทนาว่า "ไ..ตู่ต้องรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ถ้าไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็ให้มันไปตายซะ"
 
            ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือ กำลังพลในกองทัพกำลังมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ถูกหลอกให้มายุ่งเกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการขุดลอกคูคลองจำนวนมาก ทั้งในแง่กำลังพล เครื่องจักรและงบประมาณ
 
            นอกจากนี้ยังมีคดี 91 ศพ ที่จะตามมานั้น จะไม่มีการดำเนินคดีกับพล.อ.ประยุทธ์
 
            โดยข้อมูลที่ออกมานั้นระบุว่า ผลการสืบสวนสอบสวนที่อัยการทำร่วมกับตำรวจมีการวางแนวทางและทำสำนวนการสอบสวนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
 
            1.ผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิต ถูกยิงตายด้วยกระสุน 5.56 มม.
 
            2.ผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิต ถูกยิงจากด้านหลัง ด้านข้าง
 
            3.ผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิต ไม่ได้มีอาวุธ หรือมีลักษณะที่จะเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่
 
            4.ผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิต อยู่ในเขตที่ปิดล้อมโดยเจ้าหน้าที่ทหาร
 
            จึงสรุปทุกสำนวนเป็นไปในแนวทางเดียวกันว่า เจ้าหน้าที่ทหารทำเกินกว่าคำสั่งของ ศอฉ. และการกระทำของทหาร ณ จุด ที่มีการปิดล้อมและผู้เสียชีวิตให้เป็นการกระทำในลักษณะเข้าข่ายฆาตกรรม
 
            ส่วนผู้ที่อาจถูกดำเนินคดีในข้อหาเข้าข่ายฆาตกรรมและต้องรับผิดชอบสูงสุดก็คือ
 
            1.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ.
 
            2.พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการรวมทั้งผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับหมวดทั้งหลายทุกชั้นยศที่เกี่ยวข้อง
 
            3.ฝ่ายการเมือง ก็คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่จะโดนข้อหาใช้ หรือสั่งให้เกิดการฆาตกรรมประชาชน
 
            ในส่วนของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นรองผบ.ทบ.ในขณะนั้น ไม่ได้รับผิดชอบในเรื่องของการปฏิบัติการ จึงลอยตัวจากคดีที่เกิดขึ้น
 
            ตรงนี้ทำให้ภายในกองทัพเฝ้ามองไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะยังดูแลคุ้มครองผู้ใต้บังคับบัญชาเหมือนเดิมอีกต่อไปหรือไม่
 
            ไม่ใช่แต่เพียงกำลังพลในกองทัพเท่านั้นที่กำลังรับรู้ถึงคำว่า "โดดเดี่ยว" หากแต่ประชาชนในส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ว่า ก็เริ่มรับรู้ว่า การต่อสู้เพียงลำพังนั้น ไม่ต่างจากอากาศที่กำลังจะขาดหายไป

.............

(หมายเหตุ : กำลังพลโดดเดี่ยว-ประชาชนว้าเหว่ : ขยายปมร้อน โดย ศรุติ ศรุตา )