
'ศึกชิงอำนาจ'กับการแก้ไขรธน.
'ศึกชิงอำนาจ'กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
ยังไม่ทันมี "สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ" (สสร.) ประเด็น "ยุบศาลปกครองไปรวมเป็นแผนกหนึ่งในศาลฎีกา" ก็กลายเป็นประเด็นใหญ่ให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างแล้ว
จนทำให้ "องค์กรอิสระ" ตามรัฐธรรมนูญหลายหน่วยงานเริ่มออกมาแสดงความคิดเห็น
แม้ว่า "วัฒนา เมืองสุข" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ซึ่งถูกอ้างชื่อเป็นผู้เปิดประเด็นในเรื่องนี้ จะออกมาปฏิเสธไม่ได้หมายถึงการ "ยุบศาล"
แต่ "วัฒนา" ยอมรับว่าติดใจเรื่องการเข้าสู่อำนาจในตำแหน่ง โดยเห็นว่าต้องปราศจากการครอบงำ และตรวจสอบได้ รวมทั้งเห็นว่าดุลยภาพของ 3 อำนาจคือ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ไม่สมดุลกัน บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปัจจุบันขัดต่อบทบัญญัติระหว่างประเทศ และยังขัดต่อหลักนิติธรรม
การประชุมของ "กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550" สองนัดที่ผ่านมาเป็นการเลือก "คณะกรรมาธิการ" ยังไม่ได้มีการหารือเกี่ยวกับที่มาของ "สสร." อย่างเป็นทางการ เป็นเพียงหยิบข่าวในกระแสมาหารือในวงประชุมเท่านั้น
โดยเฉพาะประเด็น "ยุบศาล" ของ "วัฒนา" ได้มีการพูดคุยเป็นวงกว้าง จน "วัฒนา" ต้องชี้แจงต่อที่ประชุมกรรมาธิการ ไม่ได้เสนอให้ยกเลิกองค์กรอิสระหรือศาล เพียงแต่เห็นว่าที่มาของอำนาจควรได้มาอย่างถูกต้องและโปร่งใสกว่านี้
"กรรมาธิการ" หลายคนในห้องประชุมแสดงความเห็นว่า ขณะนี้กรรมาธิการชุดนี้ไม่ควรให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับประเด็นเนื้อหาสาระของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะจะทำให้สังคมเกิดความสับสน ควรเน้นให้สัมภาษณ์เฉพาะที่มาของสสร. และจำนวนสสร.เท่านั้น
เพราะหลังจากการจุดประเด็น "ยุบศาล" ทำให้ "องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ" ไม่ว่าจะเป็น "ศาลปกครอง" และ "คณะกรรมการการเลือกตั้ง" ได้ออกมาเคลื่อนไหวแสดงความคิดเห็นกันอย่างมาก
โดย "ทีมโฆษกศาลปกครอง" ประกอบด้วย "ไพโรจน์ มินเด็น-สายทิพย์ สุคติพันธ์ และวิรัช ชอบแต่ง" ได้ออกมาแถลงกระบวนการทำงานเกี่ยวกับการวินิจฉัยคดี มีการตรวจสอบตามขั้นตอนอยู่แล้ว โดยทำเป็นรูปแบบขององค์คณะตุลาการ หากผู้ฟ้องคดีหรือผู้ถูกฟ้องไม่เห็นด้วยก็สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้
ส่วนเรื่องการ "ยุบศาล" ทางทีมโฆษกศาลบอกไม่กังวล เพราะเชื่อว่าการแก้ไขดำเนินการอย่างถูกต้องอยู่แล้ว และขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการแก้ไขในประเด็นใดบ้าง ที่สำคัญการแก้ไขต้องบอกรายละเอียด เหตุผลที่มาที่ไปว่า เจตนารมณ์ในการแก้ไขเพื่อแก้ปัญหาในองค์กรนั้น ทำได้จริงหรือไม่ ประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไร
เพียงแค่ถ้อยแถลงเท่านี้ก็คงทำให้ "สสร." คงต้องคิดหนักก่อนจะมีการพิจารณาเรื่อง "ยุบศาลหรือองค์กรอิสระ"
"สงวน พงษ์มณี" ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ในฐานะ "สสร.2540" ได้ออกมาแสดงความเห็นหลังจากศาลและองค์กรอิสระได้ออกมาขยับกับกระแสข่าว "ยุบศาลและองค์กรอิสระ" โดยบอกว่า การหารือระหว่างการร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ได้ระบุว่า ถ้า 5 ปี องค์กรอิสระ เช่น ศาลปกครอง, ศาลรัฐธรรมนูญ, คณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ดีก็สามารถแก้ไขใหม่ได้
"เรื่ององค์กรอิสระไม่ใช่หน้าที่ใครจะมาบอกว่าควรแก้ไขหรือไม่ควร การที่ส.ส.หรือกรรมาธิการชุดนี้จะมาพูดว่าควรแก้ไขก็ไม่ใช่ เหมือนการนั่งทางใน เพราะไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ คนที่จะพูดว่าควรจะแก้ไขหรือไม่ ควรเป็นคนในองค์กรเอง เพราะคนเหล่านั้นรู้ปัญหา คุณวัฒนา เมืองสุข พูดก็ทำอะไรไม่ได้ เป็นเพียงกรรมาธิการ ไม่มีสิทธิไปยกร่างอะไรได้ เพราะไม่ใช่สสร."
ส่วนที่คนส่วนใหญ่มองว่าเสียงและแนวคิดของ "กรรมาธิการ" ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยชุดนี้มีถึง 19 คน อาจชี้นำทำให้ความเห็นที่จุดกระแสในสังคมมีความโน้มเอียง "กรรมาธิการ" สัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะขณะนี้สังคมจับตามอง และสื่อก็เฝ้าติดตามการทำงานของกรรมาธิการชุดนี้ รวมทั้งที่มาของสสร.จะหน้าตาเป็นอย่างไร และการประชุมของกรรมาธิการชุดนี้ก็เปิดให้สื่อมวลชน มีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุและทีวีดาวเทียมบางช่องการทำงานจึงต้องรอบคอบ
"สงวน" บอกว่า ขณะนี้การทำงานของคณะกรรมาธิการฯ เหมือนถูกล็อกไว้แล้วว่าต้องทำหน้าที่เพียงแค่ยกร่างมาตรา 291 เพื่อให้ได้มาซึ่ง ส.ส.ร.มาทำหน้าที่ในการยกร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ไขเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ ซึ่งในการประชุมกรรมาธิการแต่ละคนก็มีความเห็นหลากหลาย ทุกคนมีอิสระในความคิด และยืนยันว่าถ้ากรรมาธิการมานั่งประชุมครบทั้ง 45 คน กรรมาธิการสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยก็เสียเปรียบ เพราะในส่วนของพรรคมีเพียง 17 คน อีก 2 คน เป็นรัฐมนตรี บางครั้งก็ติดภารกิจไม่สามารถมาประชุมได้
การประชุมของ "คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550" จากนี้ไปจะมีทิศทางอย่างไรให้จับตาดูในวันที่ 8 มีนาคมนี้ จะมีการคัดเลือกตัวแทนจาก "ภาคประชาชน" เข้ามานั่งเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ
โดยมีตัวแทนจากกลุ่มที่เคยเคลื่อนไหวขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ "กลุ่มสภาประชาชนไทย" นำโดย "ยอดเยี่ยม ศรีมันตะ" ประธานสภาประชาชนไทย กลุ่มของ "นิรันดร์ ด่านไพบูลย์" และกลุ่มของ "ธิดา ถาวรเศรษฐ" ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดง
ที่ผ่านมาการประชุมของ "กรรมาธิการ" 2 นัดที่ผ่านมามักจะหาข้อยุติไม่ได้ สุดท้ายจบลงด้วยวิธี "โหวต" การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ สุดท้ายแม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็น "ผองเพื่อนคนเดือนตุลา" แต่ว่าเรื่องการช่วงชิง "อำนาจ" ไม่เคยเข้าใครออกใคร?
........
(หมายเหตุ :'ศึกชิงอำนาจ'กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)



