
ที่พึ่งแท้จริงของประชาชน
ที่พึ่งแท้จริงของประชาชน : บทบรรณาธิการประจำวันที่2มี.ค.2555
มีกระแสคัดค้านอย่างกว้างขวาง ต่อข้อเสนอของนายวัฒนา เมืองสุข ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เสนอลดจำนวนองค์กรอิสระลงให้เหลือเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะควรปรับศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นแผนกหนึ่งในศาลฎีกา ซึ่งนอกจากคำถามกลับที่ว่า ก็ในเมื่อเห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาแล้ว เหตุใดจึงดำริที่จะยุบศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง อันเป็นผลผลิตของรัฐธรรมนูญปี 2540 แล้ว ยังมีข้อเคลือบแคลงด้วยว่า มี "วาระซ่อนเร้น" อื่นใดอยู่หรอไม่
วิสัยทัศน์ของศาลปกครองระบุเอาไว้ว่า ศาลปกครองเป็นสถาบันหลักของประเทศที่ใช้อำนาจตุลาการอำนวยความยุติธรรมเกี่ยวกับข้อพิพาททางปกครอง โดยมุ่งให้เกิดความสมดุลในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและการดำนินงานของรัฐเพื่อประโยชน์สาธารณะ พิพากษาคดีพิพาทระหว่างเอกชนกับหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐ หรือคดีพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกันเอง อันเนื่องมาจากการใช้อำนาจทางการปกครองตามกฎหมายหรือเนื่องมาจากการดำเนินกิจกรรมทางการปกครองของรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐ
ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ศาลปกครองได้จัดตั้งขึ้น ได้พิสูจน์ให้สังคมประจักษ์ว่า ศาลปกครองคือที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้อำนาจทางการบริหารของรัฐตั้งแต่ระดับรากหญ้าขึ้นมาจนถึงระดับชาติ หากแต่ที่ผ่านมานั้น ความสนใจของสังคมมุ่งไปยังคดีพิพาทในระดับชาติ อย่างเช่น การแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) โครงการลงทุนต่างๆ ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งบรรดาผู้ "ได้-เสีย" ทางคดีล้วนแต่เป็นกลุ่มคนที่เรียกกันว่า "เสียงดัง" ในสังคมทั้งสิ้น เช่นนี้ ย่อมทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ศาลปกครองเป็นขวากหนามของการใช้อำนาจของคนกลุ่มหนึ่งหรือไม่ โดยเฉพาะข้อกังขาที่ว่า คณะกรรมาธิการมีประเด็นซ่อนเร้นอะไรอยู่หรือไม่ ด้วยเหตุที่กลุ่มนักการเมืองเสียงข้างมากที่ลงมติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 นั้น จำนวนไม่น้อยเคยได้รับผลกระทบจากคำพิพากษามาก่อน
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาลงลึกในคดีปกครองอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่อย่างปกติสุขของประชาชน เช่น ข้อพิพาทเรื่องการสอบเข้าศึกษาต่อ ข้อพิพาทเรื่องสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่น ข้อขัดแย้งระหว่างประชาชนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับต่างๆ จะเห็นคุณประโยชน์อเนกอนันต์ที่ศาลปกครองได้ประสิทธิ์ประศาสน์ความยุติธรรมให้กับสังคม อันหมายถึงการถ่วงดุลหรือคานอำนาจของฝ่ายบริหารบ้านเมืองเอาไว้ไม่ให้ใช้อำนาจไปในทางมิชอบก่อความเดือดร้อนแก่ประชาชน ซึ่งล้วนแต่อยู่นอกเหนือขอบเขตอำนาจของศาลแพ่งและศาลอาญา เช่นนี้แล้ว ความพยายามที่จะปรับหรือยุบรวมศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญหรือแม้แต่องค์กรอิสระอื่นๆ อันเกิดจากรัฐธรรมนูญปี 2540 ย่อมจะทำให้สังคมคิดเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากการลุแก่อำนาจของฝ่ายการเมือง



