เจาะประเด็นร้อน

ประชาธิปไตยที่รัก // พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ [email protected]

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ประชาธิปไตยที่รัก // พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ [email protected] + จากความเป็นกลางสู่ความเป็นกลวง + น้ำเสียงที่เจือมาด้วยความเป็นห่วงของแม่ผ่านทางโทรศัพท์ เป็นที่มาของชื่อคอลัมน์ในวันนี้ "อย่าไปยุ่งกับเขามากนะลูก ตอนนี้ถ้าความเป็นกลางมันยุ่งนัก แม่ว่าเราก็ถือความเป็นกลวงไปก่อนดีกว่า" คำพูดประโยคนี้เองที่ทำให้ผมคิดอะไรได้หลายเรื่อง โดยเฉพาะในประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เราอาจจะมองความเป็นกลวงทางการเมืองได้สามด้าน คือในด้านแรก ความเป็นกลวงที่ถูกมองจากภายนอก กล่าวคือฝ่ายที่สถาปนาตัวเองเป็นขั้วความขัดแย้งนั้นย่อมรู้สึกหงุดหงิดกับความเป็นกลวงในฐานะพลังเงียบที่ไม่มีจิตสำนึกทางการเมือง ในด้านที่สอง ความเป็นกลวงทางการเมือง อาจหมายถึงความพยายามของคนจำนวนมากที่ต้องการแสวงหาความเป็นปกติของชีวิต โดยไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางการเมือง นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้กลวงเปล่าจริงๆ แต่เขาต้องปรับความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับการมีระยะห่างกับความวุ่นวายทางการเมืองโดยตลอด ในด้านที่สาม ความเป็นกลวงทางการเมืองอาจหมายถึงการพยายามที่จะยัดเอาจุดยืนและรูปลักษณะและรูปการณ์จิตสำนึกบางประการของฝ่ายตนเอง ลงไปในคำว่าประชาธิปไตย ในความหมายที่ว่า คำว่าประชาธิปไตยนั้นกลายเป็นคำที่กลวงเปล่าที่ฝ่ายตนจะยัดเอาอะไรเข้าไปในนั้นก็ได้ ซึ่งทำให้ต่างฝ่ายต่างอ้างว่า ฝ่ายตนนั้นเป็นประชาธิปไตยมากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง และอาจรวมไปถึงความเชื่อที่ว่า ฝ่ายของตนสามารถใช้อำนาจจัดการอีกฝ่ายหนึ่งได้ตามที่ตนต้องการ และอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าที่รุนแรงได้ตลอดเวลา ในอีกทางหนึ่ง ถ้าเราไม่ต้องการจะก่อให้เกิดความกลวงทางการเมือง สิ่งที่อาจจะต้องมานั่งคิดกันก็คือการแปรสภาพเรื่องของความเป็นกลางออกมาเป็นสองเรื่อง แทนที่จะมองว่าความเป็นกลางเป็นทางออกโดยตัวของมันเองในแง่ที่หาคนกลางมาตกลงกัน มาสู่เรื่องแรก ได้แก่การแสวงหาจุดร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ในแง่ของการหาตัวร่วมขั้นต่ำสุดว่าประชาธิปไตยนั้นจะต้องมีองค์ประกอบอะไรเป็นพื้นฐาน จริงหรือไม่ที่การเลือกตั้งนั้นถือเป็นองค์ประกอบขั้นพื้นฐานของประชาธิปไตย ? อะไรคือทางเลือกอื่นๆ คำตอบก็คือ ในบางกรณีนักวิชาการเสนอว่าการทำให้องค์กรของรัฐนั้นรับผิดต่อประชาชนได้ (accountability) นั้นอาจจะเป็นประเด็นพื้นฐานที่สำคัญ ไม่ใช่แค่เรื่องว่ามีการเลือกตั้งหรือไม่มีการเลือกตั้ง ในขณะที่ผมเองเชื่อว่า การมีข้อตกลงร่วมกันว่า เราจะมีความเข้าใจกฎหมายในสังคมประชาธิปไตยอย่างไรนั้นมีความสำคัญมาก เพราะจนถึงวันนี้เรายังอยู่ในสภาวะที่เรายอมรับกฎหมายเฉพาะที่เราได้ประโยชน์ และเรายังไม่ยอมรับกฎหมายร่วมกันว่าทุกคนนั้นเท่ากันในทางกฎหมายอย่างไร และเราจะเปลี่ยนกฎหมายได้อย่างไร ความสัมพันธ์ของประชาชนกับกฎหมายในสังคมประชาธิปไตยจึงมีมากกว่าการเคารพกฎหมาย เพราะประชาชนสามารถเปลี่ยนกฎหมายได้ ดังนั้นความสัมพันธ์จึงสลับซับซ้อนกว่าปกติ ในอีกเรื่องหนึ่ง หากเราไม่แสวงหาจุดร่วมพื้นฐานของสังคม เราก็อาจจะต้องแสวงหาคำขยายความคำว่าประชาธิปไตย มาเติมเข้าไป เพราะว่าคำว่าประชาธิปไตยเฉยๆ อาจจะไม่มีเนื้อหาแก่นแกนอะไรเลย ส่วนที่ขยายความเข้ามาต่างหากที่กลายเป็นเนื้อหาหลักของประชาธิปไตย
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง