
สอบจริยธรรมนักการเมืองยุค'ปู'
สอบจริยธรรมนักการเมืองยุค 'แม่ปูสอนลูกปู' ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
นับวันกระแสเรียกร้อง "จริยธรรม" จากนักการเมืองเริ่มมีความถี่มากขึ้น
ด้านหนึ่งแสดงให้เห็นได้ว่าความผิดในเรื่อง "จริยธรรม" ของนักการเมืองมีปริมาณสูงขึ้นเป็นลำดับ การกระทำบางครั้งอาจมีความผิดไม่รุนแรงถึงขนาดต้องติดคุกติดตะราง แต่ในทาง "จริยธรรม" ถือว่าเป็นการทำผิดค่อนข้างรุนแรงในสิ่งที่สังคมมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรกระทำ
โดยเฉพาะเป็นการกระทำของ "นักการเมือง" ที่กินเงินเดือนจากภาษีของประชาชนเดือนละกว่าแสนบาท ไม่รวม "สิทธิพิเศษ" ที่ได้รับจากการเป็นตัวแทนของประชาชนเข้าไปทำหน้าที่ "สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร" ในสภา
การตรวจสอบ "จริยธรรม" ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 ในปัจจุบันถือว่ามีบริบทที่น่าสนใจ หลังจากมีการประกาศใช้ "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง" ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2551 ในสมัย "สมัคร สุนทรเวช" เป็นนายกรัฐมนตรี
โดยเฉพาะ "ข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ ส.ส.และกรรมาธิการ 2553" ได้มีผลบังคับใช้ทำให้ "ข้าราชการการเมือง" สมัยรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" มีผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ให้ตรวจสอบเรื่องจริยธรรมมากที่สุด
แม้ว่าก่อนหน้านี้ "สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เคยถูกร้องกรณีเอสเอ็มเอส(SMS) แต่เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" ถือว่ายังถูกร้องเรียนน้อยกว่า
โดยในสมัยรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" มีการยื่นร้องเรียน "จตุพร พรหมพันธุ์" ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กระทำการฝ่าฝืนจริยธรรมของ ส.ส.หลายประการ เช่น การขึ้นเวทีปราศรัยของ นปช. การนำผู้ชุมนุมไปยึดสถานที่ต่างๆ
ตามด้วยการยื่นสอบจริยธรรม "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี และ "อำพน กิตติอำพน" เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กรณีการแต่งตั้ง "นลินี ทวีสิน" เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้ง "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากทั้ง 2 คนมีคุณสมบัติไม่เหมาะสม
ซึ่งในประเด็นของ "นลินี" และ "ณัฐวุฒิ" ทาง "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ได้ประชุมหารือกันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พิจารณาตามมาตรา 279 วรรคสี่ ที่ระบุว่า "การพิจารณา สรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งบุคคลใดเข้าสู่ตำแหน่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้อำนาจรัฐ รวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนเงินเดือน และการลงโทษบุคคลนั้น จะต้องเป็นไปตามระบบคุณธรรม และคำนึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลดังกล่าวด้วย"
โดยในที่ประชุม "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมามีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยพิจารณาจากข้อมูลจากทุกแห่ง อาทิ คำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรของนายกรัฐมนตรี-"อำพน กิตติอำพน", ข้อมูลประกอบจากสถานทูตอเมริกา รัฐธรรมนูญ มาตรา 279และ 280 รวมทั้งประมวลจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง ที่ประชุมจะนัดประชุมหาข้อสรุปกันอีกครั้งในวันอังคารที่ 6 มีนาคมนี้
แต่หากดูจากคำแถลงของ "ผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ" ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็น่ากลัวว่าความเห็นของผู้ตรวจฯ ไม่น่าจะเป็นบวกต่อ "ณัฐวุฒิ" และ "นลินี"
โดยเฉพาะคำถามที่ว่า "สถานทูตอเมริกาได้เปิดเผยหรือไม่ว่า "นลินี" สามารถเดินเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้หรือไม่ "ผาณิต" เลือกที่จะตอบโดยให้ผู้สื่อข่าวไปดูเว็บไซต์ของสถานทูตอเมริกาเอาเองว่า "นลินี" สามารถเดินทางเข้าประเทศสหรัฐได้หรือไม่ พร้อมกับต่อด้วยประโยคที่ว่า สถานทูตอเมริกายังเปิดโอกาสให้ "นลินี" ยื่นอุทธรณ์ได้
นั่นหมายความว่า "นลินี" ถูกแบล็กลิสต์จากสหรัฐอเมริกาจริงจึงเปิดโอกาสให้ "นลินี" ยื่นอุทธรณ์ได้ ถ้าไม่ถูกขึ้นแบล็กลิสต์ทำไมต้องมีคำว่า "เปิดโอกาสให้ยื่นอุทธรณ์ได้"
ดังนั้นแม้ว่า "ผาณิต" จะระบุว่า เรื่องนี้ถ้าหากผู้ถูกร้องยังไม่ได้รับผลการพิจารณา ทางผู้ตรวจการฯ ก็ไม่สามารถเปิดเผยผลการประชุมได้ ก็น่าจะพอคาดเดาผลการหารือของผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาได้
เพียงแต่ต้องรอการเขียน "สำนวน" เพื่อแย้งความเห็นของ "นายกรัฐมนตรี" ที่แต่งตั้ง "ณัฐวุฒิ" และ "นลินี" เพื่อไม่ให้ฝ่ายการเมืองโต้แย้งหรือออกมาตำหนิผลการหารือของผู้ตรวจการแผ่นดินได้
การส่งเรื่องให้ "นายกรัฐมนตรี" ในฐานะกำกับดูแลพฤติกรรมของ "รัฐมนตรี" และ"ข้าราชการการเมือง" อื่นที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง หากมีการประพฤติปฏิบัติตนไม่ถูกต้องตามระเบียบให้ "นายกรัฐมตรี" ลงโทษ ถ้าเป็น "ส.ส." ก็ส่งให้ "ประธานสภา" ดำเนินการ
ขณะเดียวกัน "องค์กรอิสระ" และอาจหมายรวมถึง "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" กำลังถูกจับตามองและอาจถูกดึงไปเกี่ยวโยงกับเรื่องการเมืองไปด้วย
เพราะมีกรณีการร้องเรียนให้ "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ต้องตรวจสอบเรื่องจริยธรรมที่ "โด่งดัง" และเป็นข่าวใหญ่ คือ การร้องเรียนให้สอบจริยธรรม "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" กรณีไม่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่ไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัวกับนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์
และล่าสุดการยื่นสอบจริยธรรม "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กรณีที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ที่ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัวที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ อาจจะมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
ดังนั้น บทบาทของ "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ในวันที่ต้องเข้าไปตรวจสอบการกระทำผิดจริยธรรมอย่างรุนแรงของ "นักการเมือง" เวลานี้จึงต้องการ "คนกล้า"
โดยเฉพาะการตรวจสอบจริยธรรมนักการเมืองในยุค "แม่ปูสอนลูกปู" จึงถือเป็นการท้าทายความสามารถของ "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" อย่างมาก !
.........
(หมายเหตุ : สอบจริยธรรมนักการเมืองยุค 'แม่ปูสอนลูกปู' ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)



