
ฉลาด อมร และ บรรหาร
ฉลาด อมร และบรรหาร : มนุษย์สองหน้า โดย แคน สาริกา
เป็นไปตามความคาดหมาย กลุ่มพลังคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ได้เริ่มแสดงตัวกันแล้ว เช่นเดียวกับกลุ่มหนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็จัดการชุมนุมมวลชนครั้งใหญ่ไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
นักวิชาการบางคน ด้วยการย้อนอดีตการตั้ง "ส.ส.ร.1" เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ว่า มันมีความชอบธรรมทางรัฐศาสตร์จากเหตุการณ์บ้านเมืองในขณะนั้น หรือ "สถานการณ์สุกงอม" ผู้คนก็เห็นพ้องกันทั่วไปหมด
ฟังความแบบผิวเผินก็น่าจะเป็นไปตามนี้ แต่หากศึกษาประวัติศาสตร์การตั้ง ส.ส.ร.1 หรือการร่างรัฐธรรมนูญ 2540 จริงๆ แล้วมันไม่ได้ "สุกงอม" กันทั้งแผ่นดิน
พ.ศ.โน้น นักธุรกิจ คนชั้นกลาง และภาคประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย พากันชู "ธงเขียว" หนุนสุดตัว ตัวแทนระบอบอำมาตย์ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และลูกเสือชาวบ้านก็ชู "ธงเหลือง" ค้านสุดขั้ว
ส่วนพรรคการเมืองก็มีทั้งหนุนและค้าน ถ้าความจำไม่เสื่อม คงจำได้ว่า เสนาะ เทียนทอง เป็นหัวหอกต้านการร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ที่มี อานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
กล่าวอย่างถึงที่สุด ธงปฏิรูปการเมืองที่สูงเด่น หลังเหตุการณ์พฤษภา 2535 ต้องให้เครดิตผู้ชาย 3 คนคือ ร.ต.ฉลาด วรฉัตร, ศ.ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ และบรรหาร ศิลปอาชา
25 พฤษภาคม 2537 ร.ต.ฉลาด วรฉัตร เริ่มการอดอาหาร เพื่อเรียกร้องการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
แม้ ร.ต.ฉลาดจะอดอาหารเกือบจะครบ 68 วัน แต่รัฐบาลชวน หลีกภัย ในขณะนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2534 ซึ่งเป็นมรดกเผด็จการ รสช. เนื่องแนวคิดของแกนนำ ปชป.เชื่อว่า พวกเขามีอุดมการณ์ประชาธิปไตย จึงไม่เห็นความเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขกติกาของบ้านเมือง
กระทั่ง มารุต บุนนาค ประธานสภาสมัยนั้น ถอดสลัก "วิกฤติฉลาด" ด้วยการแต่งตั้ง "คณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย" (คพป.) ที่มี นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน เพื่อทำข้อเสนอเพื่อเป็นแนวทางของการปฏิรูปการเมือง
ศ.ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ นักกฎหมายมหาชนที่มีชื่อเสียงที่สุดของวงการกฎหมายไทย ได้นำเสนอแนวทางปฏิรูปการเมืองภายใต้แนวคิดเรื่อง "รัฐธรรมนูญนิยม" (Constitutionalism) ก่อนหน้า ร.ต.ฉลาด จะเริ่มปฏิบัติการอดอาหารประท้วง
โดยอาจารย์อมรเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2534 จัดตั้งองค์กรพิเศษขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และเห็นว่าไม่สมควรให้สมาชิกรัฐสภา ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเมืองเข้ามาเป็นผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ
อาจเปรียบสองคนนี้เสมือนเป็น "คนจุดโคม" แต่ผู้ที่มารับดวงโคมไปจุดไฟปฏิรูปการเมืองให้ส่องสว่าง ก็ยังไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ กลับเป็นพรรคชาติไทย ที่ถูกประทับตราว่าเป็น "พรรคมาร" จากกลุ่ม "ม็อบมือถือ"
เมื่อ บรรหาร ศิลปอาชา ก้าวเป็นนายกรัฐมนตรี ในปี 2538 ได้แต่งตั้ง "คณะปฏิรูปการเมือง" ที่มี ชุมพล ศิลปอาชา เป็นประธาน อันนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 211 แห่งรัฐธรรมนูญ 2534 จัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2540
ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่พลังธงเขียวแห่งคนชนชั้นกลางยอมรับว่า “สมบูรณ์ที่สุด” เท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา และมีส่วนสำคัญในการจัดตั้งองค์กรอิสระ อาทิศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครอง
ปี 2549 พลังธงเขียวจำนวนหนึ่งเห็นด้วยกับการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับที่สมบูรณ์ที่สุด แต่ธงเขียวอีกฟากฝ่ายหนึ่งเรียกร้องให้นำรัฐธรรมนูญ 2540 คืนกลับมา
สองปีกแห่งพลังธงเขียวในอดีต กำลังเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ณ ปัจจุบันขณะ ด้วยเหตุแห่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ!



