คอลัมนิสต์

แก้ที่ต้นตอ

แก้ที่ต้นตอ

28 ก.พ. 2555

แก้ที่ต้นตอ : บทบรรณาธิการประจำวันที่29ก.พ.2555

             ถ้านับจำนวนปีที่หมอกควันปกคลุมหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือจำนวนมากจนถึงขั้นอันตรายต่อสุขภาพ และการคมนาคมทางอากาศแล้วก็เป็นจำนวนหลายปีติดต่อกันเลยทีเดียว แต่หากว่ากันถึงอันตราย หรือความหนาแน่น รวมทั้งจำนวนพื้นที่ที่หมอกควันปกคลุม ปีนี้ น่าจะอยู่ในลำดับต้นๆ ข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า 8 จังหวัดภาคเหนือค่าฝุ่นละอองยังคงเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง
 
              ในขณะเดียวกัน ตัวเลขการเจ็บป่วยของประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ และตาอักเสบก็พุ่งสูงมากเป็นประวัติการณ์ เฉพาะที่ จ.พะเยา ผู้ป่วยเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และภูมิแพ้เพิ่มมากขึ้นเกิน 70% สิ่งที่พอจะทำกันได้ก็คือ รักษากันตามอาการที่เกิดขึ้น ที่ยังไม่เจ็บไม่ป่วย ก็เอาหน้ากากอนามัยไปแจก แต่ทั้งหมดนั้นไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
 
              จริงอยู่ วิถีชีวิตดั้งเดิมของชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ภาคเหนือนั้นทำไร่เลื่อนลอย แต่เมื่อโครงการต่างๆ ได้เข้าไปฝึกอาชีพ สอนการปลูกพืช และหาตลาดให้ ก็ทำให้ชนกลุ่มน้อยเลิกใช้วิธีตัดแล้วเผา แต่ก็ยังมีบางพวกบางกลุ่มที่เผาเพื่อที่จะเก็บของป่าล่าสัตว์ หรือทำเพราะความเชื่อว่านั่นคือวิธีการเตรียมดินเพื่อรอฤดูการผลิตใหม่ที่กำลังจะมาถึง ขณะเดียวกัน กฎหมายของบ้านเราก็ยังไม่แรงพอที่จะจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะความรุนแรงของหมอกควันที่ผ่านมายังไม่มากถึงทุกวันนี้
 
              แนวโน้มความรุนแรงของหมอกควันทั้งปริมาตร และความเป็นพิษที่ส่งผลต่อร่างกายโดยตรงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแก้ปัญหาในแบบองค์รวม ไม่ใช่ปล่อยให้จังหวัดจัดการกันเอง โดยมีกฎหมายสาธารณสุขที่โทษเบาหวิวเป็นเครื่องมือไปเจรจาต่อรองกับประชาชนที่ส่วนหนึ่งยังเชื่อในวิถีชีวิตดั้งเดิม รัฐบาลที่มีเครื่องมือ มีกลไกทุกด้านจะต้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือ ขจัดปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพประชาชน มากกว่าการนั่งรอ พายุฤดูร้อน หรือความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมาจากประเทศจีน
 
              สิ่งที่เกิดขึ้นกับสุขภาพของผู้คนในจังหวัดภาคเหนืออย่างน้อย 8 จังหวัดนั้น กว่า 90% น่าจะยังไม่ส่งผลจนถึงกับเสียชีวิต แต่จะทำให้สุขภาพของพวกเขามีปัญหาในระยะยาว และนั่นก็เท่ากับเป็นการบั่นทอนศักยภาพในการผลิตของจังหวัดภาคเหนือ และยังจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดูแลสุขภาพที่ก็ต้องไม่พ้นการใช้งบประมาณแผ่นดินเข้าไปเสริมซึ่งก็น่าจะทำได้เพียงแค่บรรเทา เพราะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นตออย่างแท้จริง
 
              ถึงเวลาหรือยังที่รัฐบาลควรจะจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลปัญหานี้เป็นพิเศษ เพื่อระวังป้องกันจุดล่อแหลมที่เคยเกิดปัญหาไฟป่า ศึกษาวิถีชีวิตประชาชนในพื้นที่และเข้าไปให้คำแนะนำ รวมทั้งเสนอทางออกให้แก่พวกเขา หรือเมื่อเกิดปัญหาไฟป่าขึ้นแล้ว ก็มีความรู้ มีความสามารถ มีศักยภาพในการใช้เครื่องมือเข้าไประงับยับยั้งไม่ให้ลุกลามออกไปจนสร้างปัญหาเหมือนกับที่เกิดขึ้นในทุกๆ ปี เพราะว่ากันแล้วปัญหานี้ไม่น่าจะยืดเยื้อ หากแก้ที่ต้นตอได้อย่างเด็ดขาด