คอลัมนิสต์

ทัวร์ปลายน้ำ

ทัวร์ปลายน้ำ

28 ก.พ. 2555

ทัวร์ปลายน้ำ : บทบรรณาธิการประจำวันที่28ก.พ.2555

               แผนการขุดลอกคูคลองหนองบึงต่างๆ เพื่อใช้รองรับและระบายน้ำลงทะเล ถือเป็นอีกหนึ่งแผนงานที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าแผนป้องกันอุทกภัยอื่นๆ เพราะไม่ว่าแผนการรับมือจะดีเลิศอย่างไร แต่หากพื้นที่ปลายน้ำไม่มีศักยภาพในบทบาทระบายน้ำลงทะเลได้ทันแล้ว ก็ต้องถือว่าโครงการที่วางไว้ก่อนหน้าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ขณะเดียวกันการขุดลอกคูคลองต่างๆ เพื่อการระบายน้ำนั้น แม้จะเป็นเรื่องของการลงทุน และการใช้เครื่องจักรกลเข้าทำงานเป็นด้านหลัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องนี้จะกระทบต่อบุคคล ชุมชน และวิถีชีวิตของชุมชนจำนวนมากเลยทีเดียว ดังนั้นรัฐบาลและคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) พึงต้องดำเนินแผนงานอย่างโปร่งใส คำนึงถึงการมีส่วนร่วม และที่สำคัญเหนืออื่นใด คือ ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูคูคลองให้หวนฟื้นคืนชีวิต และดำรงสถานะทางธรรมชาติต่อไปอย่างยั่งยืน
 
               แนวคลองต่างๆ ในพื้นที่ปลายน้ำเชื่อมกันเป็นโครงข่ายและเป็นพื้นที่ปลายน้ำ ไล่เรียงกันตั้งแต่คลองโยง หรือคลองบางใหญ่ คลองพระพิมล คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ คลองทวีวัฒนา เรื่อยลงมาทางด้านใต้ มีคลองภาษีเจริญ ซึ่งเชื่อมต่อแม่เจ้าพระยากับแม่น้ำท่าจีน คลองเลนเปน คลองบางน้ำจืด ย่านถนนพระราม 2 ซึ่งจะส่งน้ำให้คลองมหาชัยระบายน้ำลงทะเลตรงปากแม่น้ำท่าจีน คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต คลองประเวศบุรีรมย์ คลองสำโรง รับน้ำจากทางตะวันออกของกรุงเทพฯ ส่งลงแม่น้ำบางปะกง ถือเป็นโครงข่ายหลักที่จะรับบทบาทระบายน้ำเหนือ โดยรับน้ำจากพระนครศรีอยุธยา นครนายก ปทุมธานี และนครปฐม แถบ อ.บางเลน อย่างไรก็ตาม เมื่อมีเสียงเรียกร้องเมื่อเร็วๆ นี้ ให้นายกรัฐมนตรีจัดทัวร์นกขมิ้นพื้นที่ปลายน้ำ เพื่อรับทราบปัญหาและพัฒนาศักยภาพของคูคลองขึ้นมาแล้ว จึงเห็นว่า รัฐบาลและกยน.ควรจะใช้โอกาสนี้ ฟื้นฟูโครงข่ายคูคลองขึ้นมาให้มีศักยภาพที่มากไปกว่าการระบายน้ำ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และวิถีชีวิตของชุมชน ทั้งนี้ก็เพื่อให้โครงการเช่นว่าเป็นผลิตผลที่ยั่งยืน ไม่ใช่ต้องจัดเงินงบประมาณขุดลอกกันเป็นรายปี
 
               ต้องยอมรับว่า แทบทุกสายน้ำที่ได้ยกตัวอย่าง ล้วนแต่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมา ซึ่งเป็นฐานรากของชุมชนริมน้ำแห่งนั้นๆ แม้ว่าในปัจจุบันจะถูกทำให้ด้อยค่าลงด้วยวิถีชีวิตคนเมืองที่เร่งรีบและรุกล้ำเข้าไปในวิถีของคนริมคลอง หากแต่การฟื้นฟูบูรณะอย่างยั่งยืนก็ยังสามารถทำได้ โดยเน้นที่ศักยภาพของคลองเหล่านั้นแต่เดิม ควบคู่ไปกับการใช้สอยผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ทั้งการค้า และการท่องเที่ยว แม้กระทั่งการศึกษาศิลปวัฒนธรรม โดยที่ชาวชุมชนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมหรือถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะเป็นแกนนำในการฟื้นฟูเพื่อให้สมาชิกทุกๆ คนของชุมชนระลึกอยู่เสมอถึงการมีส่วนร่วมในอันที่จะช่วยกันดูแลปกปักรักษาคลองเอาไว้อย่างยั่งยืน และสนองตอบต่อวิถีชีวิตที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามยุคสมัยไม่หยุดหย่อน