คอลัมนิสต์

แดงรวมพลเกมแก้รธน.บี้อำนาจนอกระบบ

แดงรวมพลเกมแก้รธน.บี้อำนาจนอกระบบ

27 ก.พ. 2555

นกหวีดรวมพล“คนสีแดง” เกมแก้รัฐธรรมนูญ บี้อำนาจนอกระบบ : ขยายปมร้อน โดย อรรถภูมิ อองกุลนะ

               ใครจะเรียกว่าตีเช็คเปล่า หรือมองว่ามีวาระซ่อนเร้น จนกระทั่งเป็นอีกชนวนขัดแย้ง แต่กับกลุ่มคนเสื้อแดงไม่มีแม้แต่วินาทีที่คิดเช่นนั้น ซ้ำการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับที่ 19 ให้เกิดขึ้นยังประหนึ่งวาระสำคัญ เป็นบันไดขั้นแรกบนฝั่งฝันประชาธิปไตยที่แท้จริง
   
               ทุกอารมณ์บนยอดหญ้าของทุ่งโบนันซ่า เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ระหว่างการรวมพลใหญ่ตลอดวันที่ 25 ถึงเช้าวันที่ 26 กุมภาพันธ์ จึงเต็มไปด้วยความเร่งเร้าและพุ่งเป้าตรงไปที่ความสำเร็จแห่งพลังมวลชน หากร่วมทำให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนที่รัฐธรรมนูญฉบับปฏิวัติรัฐประหารสำเร็จ
   
               กิจกรรมที่ต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม พร้อมไปกับการสร้างวาระ วางเป้าหมายในแต่ละช่วง ไม่ต่างอะไรกับภาคบังคับสำหรับการล่อเลี้ยงพลังมวลชนให้คงอยู่ มิให้ย่อยสลายไปตามกาลเวลา ทั้งนี้เพื่อรอ “สัญญาณ” รวมพลเมื่อถึงคราวต้องสำแดงพลังอีกครั้ง
   
                "คอนเสิร์ตหยุดรัฐประหาร เปลี่ยนผ่านรัฐธรรมนูญ" ของคนเสื้อแดงที่ผ่านมาก็เช่นกัน และมีความหมายมากกว่ากิจกรรมครั้งอื่นๆ ก็ตรงที่ นอกจากสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ ที่รัฐสภาเพิ่งมีมติรับหลักการแล้ว การรวมตัวที่ว่ายังมองไกลไปถึงการร่วมปกป้อง “กระบวนการ” ระหว่างทางทำคลอดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
   
               นับตั้งแต่ระยะสั้นในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในตลอด 30 วัน ยาวไปถึงการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) การประชาพิจารณ์รับฟังความเห็น การยกร่างของกมธ. จนถึงการรณรงค์ออกเสียงลงประชามติเห็นชอบกับกฎหมายฉบับใหม่
   
               หรือแม้แต่เป็น “กันชน” หากมีปัจจัยแทรกซ้อนใดๆ แบบไม่คาดคิด หลังกลุ่มตรงข้ามเปิดหน้า-เริ่มแสดงตัว ออกอาการหวงแหนผลผลิตจากคณะรัฐประหารอีกรอบ

               ในทางหนึ่ง แม้การกำหนดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญขึ้นอยู่กับปลายปากกาผู้เป็น สสร.ในฐานะ ผู้แทนประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน แต่การสร้างแรงหนุนพร้อมๆ กับหล่อเลี้ยงกระแสอย่างต่อเนื่องนั้น ก็น่าจะส่งผลต่ออิทธิพลทางความคิดสู่สังคม ก่อนส่งผ่านไปยังตัวเนื้อหาได้ไม่มากก็น้อย

               ถึงเช่นนั้นเมื่อสังเกตเนื้อหาบนเวทีโบนันซ่า กลับพบว่าการปราศรัยในครั้งนี้ดูจะสงวนท่าทีไม่ลงลึกในรายละเอียดมากนัก ผิดกับก่อนหน้านี้ที่แกนนำบางราย และนักวิชาการปีกที่สนับสนุนเลือกที่จะอธิบายอย่างชัดเจน
              
               แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อหากลองประมวลบนฐานอุดมการณ์ต่อต้านอำนาจนอกระบบของคนเสื้อแดง ก็พอจะนึกได้ว่าแม้จะมีรายละเอียดยิบย่อยที่ยังไม่ตกผลึก แต่กับหลักการใหญ่ๆ ก็ค่อนข้าง “นิ่ง” และชัดเจนแล้วว่า รัฐธรรมนูญตามอุดมคติของคนเสื้อแดงนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร
   
               ไล่ตั้งแต่การลดทอนอำนาจสมาชิกวุฒิสภาประเภทหน่อเนื้อรัฐประหาร ตามมาตรา 111 ที่คนเสื้อแดงต้องการให้มีที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดอย่างชัดเจน หรือที่สุดหากเสียง สสร.ยังเห็นด้วยกับการคานอำนาจการเลือกตั้ง เพราะหวั่นเกิดสภาผัว-เมีย แต่เช่นนั้นกระบวนการสรรหาตามมาตรา 113-114 ต้องมีการปรับวิธีการใหม่ เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน ระหว่างผู้ที่จะดำรงตำแหน่งเป็น ส.ว.กับองค์กรอิสระบางองค์กร ในลักษณะผู้เลือก-ผู้ถูกเลือก มีสิทธิที่จะถอดถอนกันเองได้ภายหลัง
   
               อำนาจหน้าที่ของ ส.ว.สรรหา ยังไม่ควรจะมีสิทธิในการร่วมถอดถอน ส.ส.ได้ จะคงไว้เพียงเฉพาะการรับรองกฎหมายเท่านั้น เปรียบเสมือนกับที่ “พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เคยระบุกลางสภาว่า ไม่ควรจะกลับตรรกะประชาธิปไตย แบบผู้ได้รับการแต่งตั้งมีสิทธิ์หักล้างอำนาจของผู้ได้รับการเลือกตั้ง
   
               นอกจากนี้ อำนาจนอกระบบเลือกตั้งที่ขวางหูขวางตาของคนเสื้อแดงชนิดทนเห็นไม่ได้ ยังหมายถึงการดำรงตำแหน่งขององค์กรอิสระอย่าง ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ทั้งในประเด็นที่มา และอายุการดำรงตำแหน่งที่มากเกินไป

               หรือกระทั่งองค์กรตามรัฐธรรมนูญบางองค์กร อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่คนเสื้อแดงคาใจถึงขอบเขตอำนาจซึ่งมากไปกว่าการควบคุมการเลือกตั้ง ไม่เว้นในกรณีขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ อาทิ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ไม่จำเป็นต้องระบุในรัฐธรรมนูญ เพียงออกแบบคงไว้ตามพระราชบัญญัติเป็นพอ
   
               ไม่นับไปถึง “ประเด็นร่วม” ของนักเลือกตั้ง อย่างมาตรา 237 ว่าด้วยการตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค และยุบพรรคการเมืองซึ่งมักถูกอ้างว่าขัดกับหลักนิติธรรมและลดทอนความเข้มแข็งของพรรคการเมือง มาตรา 266 ว่าด้วยการให้อำนาจ ส.ส.-ส.ว.ยุ่งเกี่ยวกับการบริหารราชการ ที่คาดว่าน่าจะโดนหั่นในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นแน่
   
               แค่เปิดหัวมาก็พอจะเดาไม่ยาก ถึงแรงคับแค้นที่คนเสื้อแดงมีต่อ “อำนาจนอกระบบ” และแน่นอนว่าความต้องการเหล่านี้ ล้วนตรงข้ามกับ “ความเชื่อ” ที่อีกฝ่ายยึดถือมาตลอด จนไม่แปลกหากใครจะมองว่าเปลวไฟประกายแรกของประเด็นแก้รัฐธรรมนูญถูกสุมอย่างเป็นทางการแล้วนับตั้งแต่มติที่ประชุมร่วมเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
   
               ระดมพลที่โบนันซ่าหนนี้ แม้จะต่างจาก 2 ครั้งก่อนเพราะคนเสื้อแดงมีรัฐบาลของตัวเอง แต่สิ่งที่พวกเขากำลังต่อสู้ และพยายามรุกล้ำพื้นที่ผ่านพลังมวลชน ล้วนคือ “สิ่งเดิม” ซึ่งก็ยังเดาได้ยากว่าเมื่อเสียงนกหวีดหมดเวลา ใครจะได้รับการชูมือในฐานะผู้ชนะ

........

(หมายเหตุ : นกหวีดรวมพล“คนสีแดง” เกมแก้รัฐธรรมนูญ บี้อำนาจนอกระบบ : ขยายปมร้อน โดย อรรถภูมิ อองกุลนะ)