
ภัยธรรมชาติที่ถูกลืม
ภัยธรรมชาติที่ถูกลืม : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 25 ก.พ.2555
ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยพระราชกำหนด 2 ฉบับว่าไม่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง โดยเฉพาะคำวินิจฉัยที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 จำนวน 3.5 แสนล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนเพื่อฟื้นฟูประเทศและวางระบบบริหารจัดการน้ำ คำวินิจฉัยดังกล่าวเท่ากับตอกย้ำว่า ต่อแต่นี้ไปรัฐบาลต้องปฏิบัติตามพันธสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะเร่งเดินหน้าวางระบบบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะหลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเดินทางไปติดตามการแก้ปัญหาต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ได้สั่งอัดฉีดงบประมาณ 4.9 พันล้านบาท ผุด 117 โครงการเร่งด่วนแก้น้ำท่วม รวมไปถึงโครงการแก้มลิง ซึ่งได้แก้มลิงแล้ว 1.5 ล้านไร่ จากที่ต้องการ 2 ล้านไร่ โครงการเร่งการระบายน้ำ โครงการป้องกันพื้นที่สำคัญ และ ฯลฯ
นอกเหนือจากการบริหารจัดการน้ำแล้ว รัฐบาลพึงจะต้องเตรียมการรับมือกับปัญหาภัยแล้งที่ส่อเค้าว่าจะรุนแรงและยาวนาน เนื่องจากแม่น้ำสายใหญ่ๆ หลายสายแห้งขอดเหลือแต่สันทราย จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหาภัยแล้งทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวอย่างเป็นระบบและเร่งด่วนเช่นกัน ไม่ใช่แค่มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดเตรียมโครงการจัดหาน้ำบาดาล เพื่อการอุปโภค-บริโภค และการเกษตรทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ราบลุ่มเจ้าพระยา ที่มีพื้นที่เกษตรกรรมจำนวนมาก เนื่องจากเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ข้าราชการประจำต้องทำเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว แต่ที่ต้องการมากกว่านั้นก็คือแผนระยะยาวที่เป็นรูปธรรมมากกว่า
สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลพึงตระหนักก็คือ ปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติไม่ได้มีแค่เฉพาะปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งเท่านั้น อีกปัญหาหนึ่งที่รัฐบาลควรให้ความสนใจและควรจัดทำแผนแม่บทเพื่อป้องกันไม่ให้รุนแรงขึ้นก็คือ ปัญหาไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากฝีมือของมนุษย์ที่เผาพื้นที่เกษตร โดยไม่คำนึงว่าส่งผลกระทบใหญ่หลวงทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่รอบๆ ที่ต้องสูดดมหมอกควันที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน
แม้ว่าภาพรวมของไฟป่าในช่วงนี้ยังน้อยกว่าปี 2554 โดยจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ มีพื้นที่ป่าอนุรักษ์กว่า 7,583 ไร่ทั่วประเทศได้รับความเสียหายจากไฟป่าที่เกิดขึ้นแล้ว 834 ครั้ง เทียบกับปี 2554 ที่เกิดไฟป่ารวม 2,492 ครั้ง พื้นที่เสียหาย 25,489 ไร่ แต่เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ควรประมาท ไม่เช่นนั้นจะยิ่งส่งผลกระทบในระยะยาวมากขึ้น



