
เมื่อความขัดแย้งถูกนิยามเป็นสงคราม
เมื่อความขัดแย้งถูกนิยามเป็นสงคราม : กระดานความคิด โดยอัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง [email protected]
สภาวะความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กำลังเดินไปข้างหน้าอย่างไม่ทราบทิศทางเป้าหมายสุดท้าย ? คงจะหาใครปฏิเสธได้ไม่ยากนักต่อข่าวการเคลื่อนไหวของแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบ เพราะอย่างน้อยๆ มีคนที่เกี่ยวข้องโดยตรงและโดยอ้อมอยู่หลายฝ่าย ขึ้นอยู่กับมุมมองว่าใครจะนิยามอย่างไร บ้างก็บอกว่าเป็นความขัดแย้งของฝ่ายขบวนการกู้เอกราชกับอีกฝ่ายหนึ่งคือฝ่ายรัฐบาล บ้างก็นิยามว่าเป็นสงครามแย่งประชาชนระหว่างรัฐกับกลุ่มขบวนการ บ้างเข้าใจว่านี่คือความขัดแย้งเรื่องศักดิ์ศรีของประชาชนในท้องถิ่นและรัฐบาลกลาง
มีวัยรุ่นในสถานอุดมศึกษาของรัฐนายหนึ่งกล่าวว่า...เรื่องที่ปรากฏอยู่ดูเหมือนมันใช่ทั้งหมด แต่...มันเป็นเพียงกระพี้เปลือกนอกเท่านั้น...ที่กลไกรัฐบางหน่วยพยายามให้คนไทยเข้าใจว่าที่นั่นมี “ขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่มีการซ่องสุมกำลังและสมาชิกแนวร่วมเป็นแสนคนกระจายไปทั่วบริเวณ เป็นการกระทำที่เป็นกบฏของแผ่นดิน จึงจำเป็นต้องจัดการยึดพื้นที่คืนอย่างเร่งด่วน ทันที...?” ทำให้มีความชอบธรรมในการเคลื่อนกองกำลัง ยุทโธปกรณ์ งบประมาณ ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา
เขากล่าวต่อไปว่า...เขาไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาที่ตั้งเป้าว่ามีแต่พวกกบฏ ต้องใช้กำลังความรุนแรงเพียงอย่างเดียวเพื่อจะได้หยุดยั้งความคิดและสร้างความขยาดหวาดกลัวจนโงหัวไม่ขึ้น เพราะรัฐต้องลงลึกถึงรากเหง้าที่แท้จริงว่ามันมีเหตุผลหนักแน่นและเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใดที่จะต้องมาโต้ตอบด้วยกองกำลังเช่นนั้น...เขากล่าว เมื่อถามต่อว่าที่รัฐเข้าใจและพบหลักฐานรวมทั้งจับตัวบุคคลที่อยู่ในขบวนการหลายร้อยคนว่าขบวนการแบ่งแยกดินแดนมีจริง...เขาสวนขึ้นมาทันทีว่า...จริงอยู่การจับสมาชิกที่เป็นนักรบของขบวนการที่แท้จริงถือเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว แต่การจับชาวบ้านมากมายอย่างที่เป็นข่าว มีหลายคนถูกทำร้าย ถูกทรมาน บางคนถูกซ้อมจนตายก็มีอยู่บ่อยๆ เพียงเพื่อเค้นหาคำสารภาพจากผู้ที่ถูกจับและถูกกล่าวหาและการตั้งข้อหาก่อนจะส่งถึงกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ศาลได้ดำเนินการลงโทษ แต่โทษฐานกบฏไม่สามารถประกันตัวได้เลย อย่างนี้เขาเข้าใจว่าจะผลัก “ประชาชนเป็นสมาชิกอิสระในกระบวนการต่อสู้ด้วยความรุนแรงมากขึ้นต่างหาก”
เพราะความเจ็บปวดและเคียดแค้นที่เขาถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม อย่างที่ทราบกันดีว่าผู้ต้องหามากมายที่ตกนรกทั้งเป็นเมื่อต้องนอนในคุกฟรีๆ เป็นปีๆ กว่าจะพิสูจน์ว่าเขาคือผู้บริสุทธิ์และศาลยกฟ้องในที่สุด...ในระหว่างนั้นผู้ที่ถูกจองจำนอกจากตัวเองจะไม่มีอิสรภาพแล้ว ลูกเมีย พ่อแม่และสมาชิกในครัวเรือนต้องมาตกระกำลำบาก เพราะขาดเสาหลักของครอบครัว เพียงแต่เขาเหล่านั้นยังมีโอกาส เพราะยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น หากเปรียบเทียบกับคนอื่นๆที่ตายไปในเหตุการณ์ทุกคนในครอบครัวจะยิ่งมีความลำบากและรู้สึกเจ็บปวดอีกหลายเท่านัก...
เขากล่าวต่อไปว่า...เมื่อก่อนเขาเข้าใจว่าการที่มีขบวนการกู้เอกราชปาตานี เป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้ยากและไม่น่าจะเป็นไปได้ในสภาวการณ์ทางการเมืองโลกในปัจจุบัน เมื่อพิจารณาอย่างถ้วนถี่แล้ว เขามีข้อสรุปว่า...ความเคลื่อนไหวของขบวนการคือการต่อสู้ทางความคิดเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ สิทธิและหน้าที่ที่พึงมีพึงประสงค์ที่เป็นธรรมและเสมอภาคกันภายใต้กฎหมายเดียวกันอย่างเป็นรูปธรรมในกระบวนการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เขามีความมั่นใจว่าหากรัฐเข้าใจในเป้าหมายและมองเห็นรากเหง้าของปัญหาความขัดแย้งทางความคิดที่ชัดเจน รัฐบาลไม่น่าจะมักง่ายในการประกาศสงครามและใช้ความรุนแรงกับพลเมืองของตนเอง จนเหตุการณ์บานปลายตอบโต้ด้วยอาวุธไปมากมายเช่นนี้...เขากล่าวในที่สุด
ความเสียหายของพื้นที่และประเทศ ณ ขณะนี้มากมายสาหัส อีกทั้งเหมือนจะโดนกรรมซัดให้ภาคใต้เต็มไปด้วยยาเสพติด น้ำมันเถื่อนเกลื่อนกลาดริมฟุตบาท อิทธิพลอำนาจมืดที่ครอบงำทุกคุ้มบ้าน สิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้มันมาและเติบโตเจริญพันธุ์ได้อย่างไรทั้งๆ ที่มีกองกำลังรักษาความมั่นคงที่รัฐจัดตั้งนับแสนคน ?



