
สบายๆ สไตล์สีกากี : พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ สายตรวจ...จู่โจม 'ปะ ฉะ ดะ'
รถช็อปเปอร์ขนาดกลาง 200 ซีซี สีดำมันวาว 17 คัน จอดเป็นระเบียบอยู่บนชั้น 3 หน้าห้องทำงานผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รอวันเวลาออกปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ "สายตรวจจู่โจม ปะ ฉะ ดะ" ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในเขต บก.น.1 วันที่ 16 พฤ
ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว (จู่โจม) ชุดนี้เป็นชุดที่ 3 นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติหน้าที่ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อนแล้วได้ผล สามารถช่วยป้องปรามอาชญากรรมจนเห็นผลเป็นรูปธรรมจับต้องได้
ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อมือปราบหูดำดำรงตำแหน่ง รอง ผบก.น.2 ครองยศ พ.ต.อ.โดยได้รับการสนับสนุนจากนักธุรกิจในพื้นที่ จัดซื้อรถจักรยานยนต์ 10 คัน พร้อมอุปกรณ์เครื่องแต่งกาย ทำหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ ออกตรวจตราดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชนในพื้นที่ ใช้ชื่อว่า "ชุด ปะ ฉะ ดะ"
เมื่อถูกย้ายไปดำรงตำแหน่ง รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ก็นำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ แม้จะใช้รถจักรยานยนต์ธรรมดาๆ ก็สามารถป้องกันปราบปรามอาชญากรรมจนเห็นผล จึงนำมาสานต่อกับโครงการล่าสุด
"ตอนนั้นผมเอาฝ่ายสืบสวนมาประกอบกำลังโรงพักละ 2 นาย ขี่รถจักรยานยนต์ออกตรวจตอนกลางคืน เวลาตรวจก็ไปกันเป็นชุดเลย ดำเนินการตรวจค้นต่างๆ ป้องกันอาชญากรรม ทั้งแก๊งลักรถ โจรกรรมรถ ลัก วิ่ง ชิง ปล้น แทบจะเรียกว่าป้องกันอาชญากรรมทุกรูปแบบไม่ให้เกิดขึ้น อย่างกรณีเจอผู้ต้องสงสัยยาเสพติดก็เข้าไปตรวจค้น เจอก็จับ ไม่เจอก็ทำประวัติไว้ ปรากฏว่าอาชญากรรมช่วงนั้นลดลงไปมากอย่างน่าดีใจ" พล.ต.ต.วิชัยเล่าถึงโครงการดีๆ ที่กำลังสานต่อ
ครั้งหนึ่งนายพลตำรวจผู้นี้มีโอกาสไปดูงานที่สหรัฐอเมริกา สังเกตเห็นรถสายตรวจของตำรวจอเมริกัน สวย สง่างาม จึงนำมาเป็นต้นแบบและประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสังคมไทย แต่เนื่องจากรถจักรยานยนต์ของตำรวจอเมริกาค่อนข้างแพง ไม่เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจ ตลอดจนลักษณะทางกายภาพของตำรวจและสังคมไทย แต่ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมที่ว่า "เวลาขับขี่แล้วดูสง่างาม ให้โจรผู้ร้ายรู้สึกเกรงขาม" สุดท้ายจึงได้ข้อสรุปที่รถจักรยานยนต์แพนทอม สีดำ ขนาด 200 ซีซี
"รุ่นนี้เวลาขี่แล้วดูสง่างาม ผมคัดเลือกอยู่หลายบริษัทนะ บางยี่ห้อรถคันใหญ่สวย เวลาขี่ตัวต้องลู่ไปตามลม" นายพลตำรวจเหยียดสองแขนไปข้างหน้าก้มตัวลงทำท่าประกอบ "แบบนี้คุณไม่มีสิทธิ์ไปดูอะไรเลยไง มันต้องแบบนี้ รุ่นนี้ มันเหมาะกับตำรวจไทย ขี่แล้วองอาจ สง่างาม น่าเกรงขาม โจรผู้ร้ายเห็นมันก็กลัว ประชาชนก็ศรัทธา"
เมื่อได้ข้อสรุป พล.ต.ต.วิชัยก็เดินหน้าขอบริจาคเงินสนับสนุน ทุกครั้งที่ไปพูดตามงานต่างๆ เขาไม่ลืมที่จะพูดถึงโครงการนี้ และผลที่จะได้รับกลับมา ไม่นานก็มีคนเห็นด้วย คนกลุ่มนี้มีทั้งนายแพทย์ นักธุรกิจ ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือแม้แต่พ่อค้าประชาชน เบ็ดเสร็จก็ได้รถมา 17 คันตามเป้าหมาย ราคาคันละ 87,500 บาท พร้อมอุปกรณ์เครื่องแต่งกายตกคันละแสนกว่า โดยผู้บริจาคจะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณและร่วมเป็นสักขีพยานในวันเปิดโครงการ 16 พฤษภาคมนี้
ส่วนภารกิจของชุดจู่โจมทั้ง 17 คัน จะปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 6 โมงเช้าไปจนถึง 6 โมงเย็น ออกตรวจตราในพื้นที่ บก.น.1 ซึ่งครอบคลุม 9 สถานี ได้แก่ สน.ชนะสงคราม สน.ดินแดง สน.ดุสิต สน.นางเลิ้ง สน.บางโพ สน.พญาไท สน.มักกะสัน สน.สามเสน และ สน.ห้วยขวาง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชั้นในที่มีความสำคัญและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง
"หัวใจของการป้องกันอาชญากรรม คือ การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ เพราะถ้าเกิดเหตุแล้วมันเสียเวลา กว่าจะตามจับได้เสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา บางทีผู้เสียหายถูกฆ่าไปแล้ว เราตามจับมาได้ก็ไม่มีประโยชน์ จึงป้องกันไว้ไม่ให้เกิดเสียก่อนดีกว่า"
ส่วนสาเหตุที่เน้นการออกตรวจตอนกลางวันนั้น มือปราบหูดำให้เหตุผลเอาไว้น่าฟังว่า สมัยก่อนคนร้ายมักก่อเหตุตอนกลางคืน แต่ปัจจุบันทุกอย่างเปลี่ยนไป ประชาชนทิ้งบ้านไปทำงานกันหมด ธนาคาร ร้านทอง เปิดทำงานตอนกลางวัน คดีอาชญากรรมทุกวันนี้จึงเกิดกลางวันเสียเป็นส่วนใหญ่ กลางคืนกลับเกิดน้อย จึงเน้นตรวจกลางวันเป็นหลัก ที่สำคัญชุดปฏิบัติการจู่โจมนี้จะวิ่งถนนใหญ่เป็นหลัก จะไม่เข้าตามตรอกซอกซอย เพราะเมื่อเข้าไปแล้วเวลาเกิดเหตุแล้วจะมาไม่ทันเวลา
ทั้งนี้ เมื่อได้ยานพาหนะแล้วก็มาถึงการคัดเลือกบุคลากรที่จะมาทำหน้าที่ พล.ต.ต.วิชัยจะคัดคนขี่รูปร่างสูงใหญ่ มีความสูง 175 เซนติเมตรขึ้นไปเท่านั้น ส่วนคนซ้อนไม่จำกัดส่วนสูง แต่ต้องผ่านการฝึกอบรมด้านยุทธวิธีมาอย่างเข้มข้น ภายใต้การควบคุมดูแลของ พ.ต.อ.ศรัญญู ชำนาญราช ผกก.สน.มักกะสัน หัวหน้าชุดหนุ่มไฟแรง สูงยาวเข่าดี
ด้าน พ.ต.อ.ศรัญญูเองก็รู้สึกปลื้มกับโครงการนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากมองว่าเป็นโครงการเชิงรุก ที่ช่วยลดอาชญากรรมในนครบาลที่มีค่อนข้างมากได้ ซึ่งการทำงานแบบเดิมๆ อาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที กรณีนี้สถานีตำรวจต่างๆ ก็ทำงานเหมือนเดิม เพียงแต่มีชุดจู่โจมเข้ามาเป็นตัวเสริม ซึ่งสามารถเข้าถึงปัญหาได้ก่อน
นอกจากจะเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าถึงเป้าหมายก่อนใครแล้ว ชุดปฏิบัติการพิเศษนี้ยังทำหน้าที่บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนไปในคราวเดียวกันด้วย
"ผมให้เขาท่องศัพท์ภาษาอังกฤษเหล่านี้ด้วยทุกวัน เวลาเจอนักท่องเที่ยวหลงทาง จะได้ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้" ผบก.น.1 หยิบหนังสือเล่มเล็กๆ "เรียนพูดภาษาอังกฤษ 1,000 คำ โดย ดร.แนม บุญสิทธิ์" มาให้ดู
แม้โครงการนี้จะไม่ใช่โครงการใหม่ ทว่าวิธีการที่แตกต่างไปจากรูปแบบเดิมๆ ทำให้หลายคนคาดหวังกับชุดจู่โจมนี้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ก็คาดหวังว่าจะสัมฤทธิผลอย่างเต็มเปี่ยม ถึงกับตั้งปณิธานเอาไว้ว่า "กอบกู้เกียรติศักดิ์ พิทักษ์ประชา เดินหน้าปราบอธรรม" พร้อมกับมอบคติประจำใจให้แก่สายตรวจ "ไบค์เกอร์" ให้ร่วมใจกันทำงานว่า "รับใช้นาย ตายเพื่อประชาชน"
แต่ก่อนจะออกไปอวดโฉมแก่ประชาชนในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ บ่ายคล้อยวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา ผู้การแต้มซักซ้อมแผนปฏิบัติขั้นสุดท้าย และนำรถออกมาทดลองขี่ พร้อมกับสาธิตการปฏิบัติหน้าที่ในฉบับย่นย่อ
...หลังจากปล่อยแถวแล้ว ขณะจอดติดไฟแดงสายตรวจไบค์เกอร์ท่าทีเคร่งขรึม แอบรถเข้าชิดขอบทาง แจ้งข้อความผ่านวิทยุ "ว.10 ลานพระรูป เปลี่ยน" ก่อนจะก้าวลงมายืนอยู่บนฟุตปาท มือกอดอก ท้าวขวาเหยียบอยู่บนที่พักเท้ามอเตอร์ไซค์ คอยสังเกตสังกาเหตุการณ์รอบๆ ตัว เมื่อครบ 5 นาทีจึงออกรถมุ่งหน้าไปตามเส้นทางตรวจตรา...
ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว (จู่โจม) หรือเรียกสั้นๆ ว่า "ชุดจู่โจม ปะ ฉะ ดะ" มีความหมายว่า
ปะ : คือเมื่อไปเจอร้ายหรือเหตุต้องสงสัย ต้องเข้าตรวจค้นทันที
ฉะ : ถ้าพบใครทำผิดกฎหมายต้องจับกุมทันที
ดะ : ไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น ไม่ว่าใครหน้าไหน ทำผิดต้องได้รับโทษ ไม่มียกเว้น
ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง
ศุภกิจ คุ้มกัน : ภาพ



