คอลัมนิสต์

ปลายทางของแผน

ปลายทางของแผน

21 ก.พ. 2555

ปลายทางของแผน : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 21 ก.พ.2555

            การเดินสายต่างจังหวัดเพื่อผลักดันแผนงานรับมืออุทกภัยตั้งแต่ต้นน้ำยันท้ายน้ำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เสร็จสิ้นลงไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 พร้อมกับการอนุมัติแผนงานนับร้อยแผน กับเงินงบประมาณดำเนินการอีกมหาศาล ซึ่งจะว่าไปแล้ว แผนงานนั้นจะสัมฤทธิผลหรือไม่ อย่างเร็วที่สุดก็ต้องรอเวลาให้ถึงหน้าน้ำหลาก หรืออีก 3 เดือนข้างหน้าเสียก่อน แต่ถึงกระนั้น การเอาใจใส่ เร่งรัดติดตามแผนต่างหากที่จะให้อุ่นใจได้ว่า จะสามารถรับมือกับภาวะน้ำท่วมได้ ไม่ว่าจะมากจะน้อยขนาดไหนก็ตาม
 
              คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ได้แบ่งพื้นที่ลุ่มน้ำที่ออกมาเป็นช่วงๆ ได้แก่ พื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ กลางน้ำตอนล่าง และพื้นที่ปลายน้ำ ซึ่งจังหวัดทั้งหลายที่ถูกกำหนดโดย กยน.ล้วนแต่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยเมื่อปีที่แล้วทั้งสิ้น มากบ้างน้อยบ้างแบ่งกันไป อย่างไรก็ตาม มีเรื่องใหญ่ที่น่าห่วงใยอยู่ไม่น้อย สำหรับแผนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่กลางน้ำตอนล่าง อันประกอบด้วย จ.สุพรรณบุรี อยุธยา ปราจีนบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี และนครนายก กับพื้นที่ปลายน้ำ ซึ่งได้แก่ จ.นนทบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา นครปฐม ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร เพราะจังหวัดเหล่านี้เนืองแน่นไปด้วยอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ภาคเกษตรกรรมที่เรียกกันว่าอู่ข้าวอู่น้ำ และภาคการพาณิชย์ ธุรกิจและที่อยู่อาศัย อันล้วนแต่มีปัญหาหลากหลายที่จะส่งผลให้การบริหารจัดการน้ำไม่เป็นไปตามแผน
 
              โครงการจัดหาแก้มลิงจำนวน 2 ล้านไร่ก็ดี แผนงานสร้างเดินน้ำหรือฟลัดเวย์ก็ดี หากจะกล่าวว่า ถ้าไปเจรจากับชาวบ้านในพื้นที่ต้นน้ำกับกลางน้ำเห็นทีจะง่ายกว่าการทำความเข้าใจกับผู้ที่จะได้รับผลกระทบในพื้นที่กลางน้ำตอนล่างและพื้นที่ปลายน้ำคงไม่ผิดนัก อย่างเช่นที่มีนักการเมืองได้แสดงความไม่พอใจต่อหน้านายกรัฐมนตรีในระหว่างทัวร์วันสุดท้ายในพื้นที่กลางน้ำตอนล่างกับปลายน้ำมาแล้ว นั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า นายกรัฐมนตรี และกยน.จะต้องลงเจาะพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจและผลักดันแผนงานให้เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็ว โดยเฉพาะเมื่อเล็งเห็นแล้วว่า จังหวัดเหล่านี้เสมือน "ปลายท่อ" ระบายน้ำที่จะต้องไม่ตีบตัน
 
              ในความเป็นจริงแล้ว แม้ว่าแม่น้ำลำคลองทั้งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ซึ่งมีลักษณะคดเคี้ยวเลี้ยวลดไม่เหมาะแก่การระบายน้ำ ขณะที่คลองขุด ซึ่งมีอายุนับร้อยปีมาแล้ว แม้จะเป็นคลองตรง แต่ก็มีปัญหา คือ นอกจากจะเสื่อมสภาพลงไปมากแล้ว ยังมีลักษณะขุดขวาง เพื่อการสัญจรและการเกษตรระหว่างสามลุ่มน้ำ คือ เจ้าพระยา ท่าจีน บางปะกง มากกว่าการระบายน้ำ อย่างเช่น คลองภาษีเจริญ คลองมหาสวัสดิ์ คลองมหาชัย ฯลฯ ดังนั้น เมื่อไม่มีความเป็นไปได้เลยที่จะร้องขอความเสียสละ หรือยอมชดเชยให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่รับน้ำ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลและกยน.จะต้องเร่งใช้เวลาที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่เดือน บูรณะฟื้นฟูคูคลองทั้งหลายเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพพร้อมระบายน้ำให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว แผนการอื่นๆ ที่วางไว้ก่อนหน้าก็จะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง