คอลัมนิสต์

จริยธรรมผู้นำ

จริยธรรมผู้นำ

20 ก.พ. 2555

จริยธรรมผู้นำ : บทบรรณาธิการประจำวันที่20ก.พ.2555

              การออกมายอมรับของนักอสังหาริมทรัพย์และผู้บริหารชื่อดังจากค่ายแสนสิริกรุ๊ป นายเศรษฐา ทวีสิน ว่าได้พบกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์จริง แต่เป็นการเข้าพบกันเป็นกลุ่ม 6-7 คน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทั้งประเด็นการเมือง เศรษฐกิจ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้เกียรติแก่นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นสุภาพสตรีด้วย มิเพียงแต่จะไม่สามารถดับไฟร้อนทางการเมืองตลอดสัปดาห์ที่หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความคลุมเครือของเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เป็นการเติมเชื้อไฟเข้าไปอีกเปลาะหนึ่ง
   
              เนื่องเพราะหลังกระแสข่าวถูกจุดขึ้นมา ก็ปรากฏว่าลิ่วล้อนายกรัฐมนตรีได้ออกมาแก้ต่างไปในทำนองเดียวกันว่า ไปประชุมที่ชั้น 7 กับนักธุรกิจ 7-9 คน ซึ่งเป็นธรรมดาของคนที่อยู่ในแวดวงธุรกิจมานานกว่า 20 ปี ที่อาจจะไปพบนักธุรกิจที่รู้จักเพื่อขอความเห็น ขอคำปรึกษา เพื่อนำมาปรับใช้กับนโยบายรัฐบาล การฟื้นฟูเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาน้ำท่วม ขณะที่นายกรัฐมนตรีบอกว่า "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ไม่มีจริงๆ" และเมื่อผู้สื่อข่าวซักถามอยู่นานก็กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า "ไม่ได้ประชุมหรอก ในฐานะนายกฯ สามารถเจอกับใครก็ได้ และที่สำคัญไปสถานที่เปิดเผย ไม่ได้เสียหายอะไร"
   
              คำถามในเรื่องจริยธรรมของนักการเมืองจึงเกิดขึ้นทันที แม้นายกรัฐมนตรีจะไปแห่งหนใดก็ได้และไม่ได้ทำอะไรเสียหายก็จริง แต่ในวันเกิดเหตุ 8 กุมภาพันธ์ ช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรีกลับไม่ร่วมประชุม แต่ไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัวกับภาคเอกชน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับนโยบายของรัฐบาล จนมีการเคลื่อนไหวจากภาคประชาชนขอให้ทางผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบจริยธรรมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ว่าเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขณะที่ฝ่ายค้านได้ยื่นกระทู้ถามข้อสงสัยดังกล่าวด้วย
   
              แต่ดูเหมือนนายกรัฐมนตรีจะมุ่งมั่นอยู่กับทัวร์นกขมิ้น ติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัย และการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ระหว่างวันที่ 13-17 กุมภาพันธ์ เป็นเหตุให้การประชุมสภาเมื่อวันพุธที่ผ่านมาต้องเกิดความวุ่นวายจนล่มไม่เป็นท่า ทิ้งความคลางแคลงใจอยู่เช่นเดิม พยายามหลีกเลี่ยงคำถามในเรื่องนี้ในทุกทีที่ถูกถาม  ที่สำคัญนายกรัฐมนตรีได้กล่าวในงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี "รู้สึกเศร้าใจที่คนไทยด้วยกันดูถูกดูแคลนกันเอง เพื่อความได้เปรียบในเรื่องทางเพศ การงานหรือแม้แต่ประโยชน์ของตนเองและทางการเมือง ขอเรียกร้องสตรีไทยต้องได้รับเกียรติและศักดิ์ศรีของตนคืนมา"
   
              หากเป็นเช่นนั้นจริง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ก็ควรรักษาศักดิ์ศรีในการเป็นผู้นำประเทศไทย ด้วยการออกมาชี้แจงความลับรหัส ว.5 ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ ให้เกิดความชัดเจนขึ้นในสังคม ในเมื่อเวทีเปิดให้ชี้แจงเสียขนาดนี้ คงไม่มีใครจะทำความกระจ่างในเรื่องนี้ได้ดีเท่าเจ้าตัวอีกแล้ว เมื่อไม่มีอะไรในกอไผ่ก็คงจะไม่มีอะไรเสียหาย อย่าให้การเรียกร้องเกียรติและศักดิ์ศรีของสตรีไทยเป็นเพียงคำโก้หรูที่อ่านตามสคริปต์ไปวันๆ เท่านั้น