คอลัมนิสต์

แก้นิสัยพฤติกรรมก่อนเถอะ

แก้นิสัยพฤติกรรมก่อนเถอะ

11 พ.ค. 2552

ช่วงนี้นักการเมืองหลายพรรค ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ ต่างออกมาเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปลดล็อกให้นักการเมืองทำกิจกรรมต้องห้ามต่างๆ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ซึ่งถูกจำกัดโดยรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 โดยอ้างว่าไม่เป็นประชาธิปไตย มีข้อบกพร่อง เป็นต้

 นักการเมืองบางกลุ่มได้เรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมนักการเมืองซึ่งมีพฤติกรรมต้องห้าม และละเมิดกฎหมายในลักษณะต้องรับผิดชอบร่วมกันของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งนักการเมืองต้องห้ามดังกล่าวมี 220 คน ล้วนเป็นตัวหลักของนักการเมืองทั้งในเครือข่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน

 เมื่อได้ยินข้อเรียกร้องของนักการเมืองกลุ่มนี้ ทำให้ประชาชนเห็นชัดว่าการเมืองไทยไม่ก้าวหน้า มีทุจริต คอรัปชั่น เพราะนักการเมืองไร้ศีลธรรม ยางอาย ไม่เคารพกฎหมาย แสวงหาผลประโยชน์ กระทำความผิดแล้วไม่ยอมรับผิดชอบ ทั้งบทบาทในสภายังยกมือเห็นชอบให้นักธุรกิจการเมืองออกกฎหมาย นโยบายเพื่อสนับสนุนในการทุจริต ทำให้โครงสร้างบ้านเมืองเสียหาย บ่มเพาะทัศนคติผิดๆ นำไปสู่ปัญหาสังคม ทำให้ยากแก่การแก้ไขปัญหาของประเทศโดยรวม

 การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนหลายครั้งได้ชี้ชัดว่านักการเมืองได้เป็นตัวปัญหาของประเทศหรือกลุ่มผู้ทำร้ายประเทศโดยมีพฤติกรรมไม่สร้างสรรค์ มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ และเอาแต่ได้ เป็นผู้ไม่ยอมรับผิดทำตัวอยู่เหนือระบบของกฎหมาย ร้ายยิ่งกว่าพวกนักฉกชิงวิ่งราวหรือลักเล็กขโมยน้อยเพราะต้องการหาทางออกสำหรับปัญหาความยากจน แต่นักการเมืองชั่วร้ายเปรียบเสมือนโจรเสื้อนอก ปล้นเงินภาษีของประชาชนในแต่ละโครงการเป็นจำนวนมหาศาล

 การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การนิรโทษกรรม และการปลดปล่อยนักการเมืองให้พ้นจากพันธะ ตามเสียงเรียกร้อง ต้องดูว่าคนเสนอบางรายนั้นมีความเป็นมาอย่างไร เคยทำประโยชน์ให้บ้านเมืองหรือไม่ หรือเป็นเพียงนักฉกฉวยโอกาสทางการเมือง ไร้จุดยืนแน่นอน เป็นพวกไม้หลักปักขี้ควายเหมือนคำเปรียบเปรยว่าไว้ หรือในยุคใหม่มีถ้อยคำเรียกว่าเฒ่าทารก มีความโลภไม่สิ้นสุด ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ ขาดจิตสำนึกด้านดี แม้จะมีอายุมากแล้วก็ตาม

 ประชาชนคนห่วงใยบ้านเมืองต้องไม่ยอมให้นักการเมืองเลวทรามต่ำช้าเหล่านี้แก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือเลือกเอาแต่ประโยชน์ตามใจ โดยไม่สำนึกถึงความเสียหายที่ตัวเองได้มีส่วนกระทำ ในประเทศที่การเมืองพัฒนาแล้ว นักการเมืองประเภทนี้ไม่สมควรเสนอหน้าตัวเองในสังคมอีกต่อไป หรือสังคมจะไม่ยอมให้มีบทบาท ต้องกลายเป็นตัวเสนียด ถูกดำเนินคดีอาญาและรับโทษสำหรับการสร้างความเสียหายให้บ้านเมือง ดังนั้นการแสดงความไม่เห็นด้วยของประชาชนเท่ากับเป็นการปกป้องบ้านเมืองให้รอดพ้นจากความพยายามของนักการเมืองชั่วร้ายกังฉิน ไม่ให้โกงกินประเทศอย่างที่เป็นมา