
เลว...ร้าย...ซ้ำซาก
เลว...ร้าย...ซ้ำซาก : กระดานความคิด โดยอัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง [email protected]
เหตุการณ์ที่ประชาชนถูกฆ่าด้วยอาวุธสงครามร้ายแรงจนทำให้มีการเสียชีวิตทันที 4 ศพและบาดเจ็บอีก 5 ราย ที่เกิดในเวลาค่ำวันที่ 29 มกราคม2555 ที่ผ่านมา ณ ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เราจะได้เห็นการแสดงออกของเจ้าหน้าที่บางหน่วยเป็นตัวบ่งชี้สำคัญต่อความเลวร้ายเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นกับพลเมืองไทย กล่าวคือมีการกระจายข่าวทันทีที่เมื่อข่าวคราวของความเลวร้ายในกรณีนี้ได้กระจายไปอย่างกว้างขวางในบรรดาประชาชนที่ได้เผยแพร่ปากต่อปากอย่างรวดเร็วและกว้างขวางตั้งแต่หลังเกิดเหตุการณ์ไม่กี่ชั่วโมงและเช่นเดียวกันบรรดาสื่อทั้งในท้องถิ่นและส่วนกลาง ตลอดจนในประเทศอาเซียนได้กระจายข่าวความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับประชาชนมากมาย ไม่แพ้เหตุการณ์ใกล้เคียงกันที่เกิดการฆ่าหมู่เช่นกรณีกรือเซะ ตากใบ และมัสยิดอัลฟุรกอน บ้านไอปาแยที่ผ่านมา
ปรากฏการณ์ที่มีการให้สัมภาษณ์ของผู้มีหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาทั้งในระดับภาคและระดับศูนย์กลางอำนาจในกรุงเทพฯ ออกมาใน 2 แนวทางคือ
ปกป้องสถาบันทหารและการกล่าวร้ายว่าชาวบ้านเป็นโจร ความพยายามของทางราชการที่จะสื่อให้สังคมไทยเข้าใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ถูกกระทำโดยแนวร่วมผู้ก่อการหรือเป็นพวกโจรโดยทันที ทั้งๆที่ความชัดเจนของเหตุการณ์ยังไม่ได้รับการตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงจากพื้นที่อย่างเป็นระบบ แต่...หลังการคลี่คลายความจริงจากพื้นที่ จากเหยื่อที่รอดจากกระสุนปืนตลอดจนข้อมูลเชิงลึกต่างพรั่งพรูจากสื่อมากมาย อีกทั้งความจริงจังในการจะแก้ปัญหานี้ของเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้และแม่ทัพภาค 4 จึงได้มีการแก้ข่าวและที่สุดต้องยอมจำนนต่อความจริงและการขอโทษ (ด้วยสายตาและอารมณ์?) จากผู้บัญชาการทหารบกในเวลาต่อมา
แต่คำกล่าวหาที่กล่าวก่อนหน้านั้นมันช่างไม่แตกต่างจากหลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้นึกถึงคำพูดของชาวบ้านธรรมดาทั่วๆ ไปที่ดูแล้วไม่ประสีประสาอะไร ทั้งเรื่องการเมืองและความเป็นไปของสังคมมากนัก ได้ตั้งคำถามลอยๆ ขึ้นหลังเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ร้านกาแฟในหมู่บ้านว่า “...เป็นบาปหนานะที่ฆ่าคนบริสุทธิ์ ทำไมเขาโหดร้าย (Zalem) ทำไมเจ้าหน้าที่ปล่อยให้คนบาดเจ็บและยังไม่ตายนอนร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดในรถยนต์ที่เกิดนานถึง 2 ชั่วโมง...ทำไมไม่พาเขาไปโรงพยาบาล สงสัยเขาคงคิดว่าคนเจ็บคนนั้นไม่ใช่มนุษย์กระมัง ถึงทำได้เช่นนั้น...ฉันไม่เคยได้ยินและไม่เคยเห็นการกระทำด้วยความเลวร้ายเช่นนี้มาก่อน ความเลวร้ายที่กระทำต่อคนบริสุทธิ์เช่นนี้จะต้องได้รับการลงโทษ (บาลอ) แก่สังคมนี้อีกมากเป็นแน่...?” คำพูดของผู้อาวุโสที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานกว่า 80 ปีผู้นี้ ทำให้ต้องสะดุดคิดว่า
“ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นในประเทศสารพัด ณ ขณะนี้คือส่วนหนึ่งที่ผู้นำและกลไกรัฐบางคนบางพวกกระทำชำเราประชาชนพลเมืองคนยากคนจน ผู้บริสุทธิ์ทั้งหลายด้วยความโหดร้าย คนขาดโอกาสในประเทศมากมาย ความเห็นแก่ตัว การฉ้อราษฎร์บังหลวง การสร้างอำนาจบารมีและความมั่งมีด้วยการค้าการขายที่หลอกลวง ค้าคน ค้าของเถื่อนและสารพัดที่ผิดกฎหมายและศีลธรรมที่ดีงาม ทำลายลูกหลานผู้อื่น (และลูกหลานตัวเอง )ด้วยการค้ายาและปล่อยปละละเลยให้ยาเสพติดแพร่ระบาดอย่างมหาศาล...และที่สำคัญความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีผู้บริสุทธิ์มากมายกลายเป็นเหยื่อของความรุนแรง”
บางทีความไม่สงบที่เกิดขึ้นจากการเป็นกบฏหรือต้องการเอาดินแดนคืนหรือต้องการเแบ่งแยกดินแดน เป็นประเด็นที่ปลีกย่อยมีสาระสำคัญไม่มากนัก เพราะจะมีองค์ประกอบมากมายที่จะมาหนุนเสริมให้เป็นจริงได้ แต่เมื่อมีข้อสรุปว่าปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดมานับร้อยปี เป็นประเด็นของความขัดแย้งที่มีเนื้อหาเรื่องอื่นมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นธรรม การขาดโอกาสในด้านต่างๆ ของสังคม การเอารัดเอาเปรียบ การดูถูกดูแคลน ศักดิ์ศรี อัตลักษณ์ วิถีความเป็นอยู่ ความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางกฎหมาย การใช้กฎอัยการศึก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ความมั่นคง ล้วนแล้วเป็นประเด็นที่ต้องมาใช้วิทยปัญญาอย่างจริงจังมาหาทางออกร่วมกัน มากกว่าจะใช้อาวุธและความรุนแรงที่ป่าเถื่อนมาเอาชนะกันมิใช่หรือ?



