คอลัมนิสต์

ถอดถอน'ภักดี'พ้นปปช.หยิกเล็บเจ็บเนื้อ!

ถอดถอน'ภักดี'พ้นปปช.หยิกเล็บเจ็บเนื้อ!

15 ก.พ. 2555

ถอดถอน'ภักดี โพธิศิริ' พ้นปปช.หยิกเล็บเจ็บเนื้อ! : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์

             ดูการถ่ายทอดสดการประชุมวุฒิสภาพิจารณากรณีที่ "น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ" รมว.เทคโนโลยีและสารสนเทศและการสื่อสาร ในสมัยเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นคำร้องขอให้วุฒิสภาถอดถอน  "ภักดี โพธิศิริ" กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) พ้นจากตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 248 หลังจากพบว่า "ภักดี" กระทำการที่ขาดความเที่ยงธรรม จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ในการทำหน้าที่เป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตจัดซื้อคอมพิวเตอร์ของกระทรวงสาธารณสุข
 
             ถือเป็นครั้งแรกที่ "วุฒิสภา" ดำเนินการพิจารณาถอด "องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ" คือ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้พ้นจากตำแหน่ง
 
             ซึ่งก่อนหน้านี้สมาชิกวุฒิสภาเคยดำเนินการพิจารณาถอดถอน "นพดล ปัทมะ" และ "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" ให้พ้นจากตำแหน่งทางการเมือง แต่สุดท้ายเมื่อมีการลงมติคะแนนเสียงของสมาชิกวุฒิสภาไม่ถึงสามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
 
             และการพิจารณาดำเนินการครั้งนี้ของ "วุฒิสภา" ถือเป็นการพิจารณาถอด "กรรมการ ปปช." ซึ่งเป็นฝ่ายตรวจสอบให้พ้นจากตำแหน่ง
 
             ซึ่งปกติอำนาจหน้าที่ของ "ปปช." ที่โดดเด่นและเป็นที่พบเห็นและคุ้นเคย คือ
 
             - ไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่กล่าวหาและสรุปสำนวนพร้อมทั้งทำความเห็นเสนอต่อวุฒิสภา เกี่ยวกับการถอดถอนจากตำแหน่ง
 
             - ไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสำนวนพร้อมทั้งทำความเห็นส่งไปยังอัยการสูงสุด เพื่อฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญากับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา 308 ของรัฐธรรมนูญ
 
             - ไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐร่ำรวยผิดปรกติ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
 
             - การตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
 
             คดีที่เป็นข่าวใหญ่โตคือ "คดีซุกหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" ทำให้หลายคนรู้จัก "ปปช." มากขึ้น
 
             แต่การยื่นคำร้องของ "อนุดิษฐ์และเพื่อน ส.ส.พรรคเพื่อไทย" ครั้งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกที่ "หน่วยงานตรวจสอบ" กลับถูกตรวจสอบการใช้อำนาจของตัวเอง
 
             ซึ่งในทางสังคมถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกองค์กรควรโปร่งใสเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่โดยเฉพาะ "องค์กร" ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบองค์กรอื่น
 
             ถือว่า "อนุดิษฐ์" ได้ใช้ช่องทางของรัฐธรรมนูญในการยื่นคำร้องขอให้วุฒิสภาพิจารณาตรวจสอบการใช้อำนาจหน้าที่ของ "ภักดี" ในฐานะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
 
             มูลเหตุที่ทำให้ "อนุดิษฐ์" เข้ามาร้องวุฒิสภาให้ถอด "ภักดี" พ้นจากตำแหน่ง "ปปช." ครั้งนี้เพราะเห็นว่าการที่ "คณะกรรมการ ปปช." แต่งตั้งให้ "ภักดี" เป็น "ประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตจัดซื้อคอมพิวเตอร์ของกระทรวงสาธารณสุข" ในสมัย "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขถือว่าขัดต่อกฎหมายและระเบียบตามบทบัญญัติ พ.ร.บ.ปปช.ที่ห้ามผู้รับผิดชอบและรู้เห็นเหตุการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่จะไต่สวนมาดำรงตำแหน่งเป็น "ประธานอนุกรรมการไต่สวน"
 
             ดังนั้นการที่ "คณะกรรมการ ปปช." แต่งตั้ง "ภักดี" มาเป็น "ประธานคณะอนุกรรมการฯ" เพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีมีผู้ร้องเรียนกล่าวหา "คุณหญิงสุดารัตน์" เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กรณีการประกวดราคาซื้อและติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์โครงการจัดทำระบบคอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งขณะนั้น "ภักดี" เป็น "รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข" เป็นผู้รับผิดชอบโครงการดังกล่าวถือว่าการแต่งตั้งโดยไม่ชอบ
 
             นอกจากนี้ในคำร้องของ "อนุดิษฐ์" ยังระบุว่า "ภักดี" ได้ฝ่าฝืนบทบัญญัติ พ.ร.บ.ปปช.ที่ห้ามผู้ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการ ปปช.ต้องไม่ดำรงตำแหน่งใดๆ ในห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์การที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใด แต่ "ภักดี" เป็นกรรมการของบริษัท ไทยวัฒนาฟาร์มาซูติคัล เด็กซ์โทรส จำกัด จึงถือว่า "ภักดี" ขาดคุณสมบัติที่จะเป็นกรรมการ ปปช.
 
             การพิจารณาของวุฒิสภาครั้งนี้ดำเนินการอย่างเปิดเผยตั้งแต่กระบวนการไต่สวนทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้อง รวมทั้งการชี้แจงของพยานทั้งสองฝ่ายและล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นการ "ซักถาม" ทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกต้องเป็นการซักถามโดย "คณะกรรมาธิการซักถาม" ที่ตั้งขึ้นมาโดยที่ประชุมวุฒิสภา
 
             โดย "ผู้ร้อง" ได้แก่ "อนุดิษฐ์-สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีต รมว.สาธารณสุข-พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)" เป็นต้น ขณะที่ "ผู้ถูกร้อง" ได้แก่  "ภักดี-ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ ปปช.-วิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ปปช."
 
             หากประชาชนได้ฟังการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์รัฐสภาและสถานีวิทยุรัฐสภาจะทราบข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณา "คดีทุจริตจัดซื้อคอมพิวเตอร์ของกระทรวงสาธารณสุข" ของ คณะกรรมการ ปปช.
 
             บรรยากาศในห้องประชุมวุฒิสภาเหมือนกับ "การอภิปรายไม่ไว้วางใจ" เพียงแต่ผู้ที่ถูกอภิปรายในครั้งนี้คือ "ผู้ร้องและผู้ถูกร้อง"
 
             เรียกว่าประชาชนที่ชมและฟังได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ฟังดูแล้วเหมือนเป็นการสาวไส้ระหว่าง "นักการเมือง" กับ "ข้าราชการ" ที่เคยร่วมงานกันมาก่อน
 
             ส่วนผลการพิจารณาตามคำร้องขอให้ "ภักดี" พ้นจากตำแหน่ง "ปปช." ที่ประชุมวุฒิสภาจะลงคะแนนลับในวันที่ 9 มีนาคมนี้ โดยต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสมาชิกวุฒิสภาจึงจะสามารถถอดถอน "ภักดี" พ้นจากตำแหน่งได้

 

..................

(หมายเหตุ : ถอดถอน'ภักดี โพธิศิริ' พ้นปปช.หยิกเล็บเจ็บเนื้อ! : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)