คอลัมนิสต์

อาเซียนกับซูจีต้องปรองดอง

อาเซียนกับซูจีต้องปรองดอง

14 ก.พ. 2555

อาเซียนกับซูจีต้องปรองดอง : โลกสาระจิปาถะ โดย กวี จงกิจถาวร

             เลขาธิการอาเซียน ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ จะพบกับนางออง ซาน ซูจี อาทิตย์หน้าที่กรุงย่างกุ้ง ถือว่าเป็นนิมิตอันดี ทั้งนี้ผู้นำทั้งสองไม่เคยพบกันมาก่อน ก่อนหน้านี้ไม่มีโอกาส มีประเด็นการมืองเข้ามาแทรกแซง หลังพม่ามีการปฏิรูปอย่างฉับพลันตั้งแต่สิงหาคมปีที่แล้ว ทำให้เกิดสภาพสิ่งแวดล้อมใหม่ที่ดึงดูดต่างประเทศ และยังทำให้หน้าตาอาเซียนดูดีขึ้น คือไม่ต้องถูกตราหน้าว่าปกป้องพม่าเผด็จการอีกต่อไป
 
              นางออง ซาน ซูจี ไม่ได้เป็นสตรีธรรมดา ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีตำแหน่งอะไรมากกว่าผู้นำฝ่ายค้าน แต่ประชาคมโลกให้ความนับถือเธออย่างมาก เรียกได้ว่า ในประวัติศาสตร์เอเชียอาคเนย์ไม่เคยมีใครได้รับการยอมรับมากเท่าเธอ พูดได้ว่า ตอนนี้เธอเป็นไอดอลผู้นำการเมืองในยุคใหม่เสียแล้ว เป็นแบรนด์เนมชั้นนำ ในภูมิภาคของเราไม่เคยมีผู้นำได้รับการยอมรับจากการต่อสู้ประชาธิปไตยมาก่อนแม้แต่คนเดียว ในอดีตมีเหมือนกัน แต่เป็นผู้นำเป็นเผด็จการ สามารถพัฒนาเศรษฐกิจได้ดี เช่น ลี กวน ยู, ซูฮาร์โต และมหาธีร์ โมฮัมหมัด เป็นต้น
 
              ฉะนั้นบารมีของ นางออง ซาน ซูจี มีมากล้นพ้น การพบปะ ดร.สุรินทร์จึงมีนัยสำคัญมาก อย่างน้อยๆ มันแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายได้ปรองดองกันแล้ว อย่าลืมว่า ตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ในช่วงที่เธอถูกกักบริเวณในหลายๆ ครั้งรวมกันเกือบ 15 ปีที่ผ่านนั้น อาเซียนในฐานะเป็นองค์กรหรือประเทศสมาชิกก็ตาม ไม่เคยช่วยอะไรเธอเลย แถมยังมีผู้นำอาเซียนบางคนดูถูกเธออีก
 
              ตั้งแต่พม่าเป็นสมาชิกอาเซียนใน 1997 ยังไม่เคยเชิญเลขาธิการอาเซียนเป็นทางการเลย ฉะนั้นครั้งนี้เป็นครั้งแรก ดร.สุรินทร์ ได้รับเชิญเป็นทางการ การเยือนครั้งนี้ถือว่า ทั้งสำนักเลขาธิการอาเซียนกับรัฐบาลพม่าได้ปรองดองเช่นกันในระดับหนึ่ง ที่ผ่านมาพม่าถูกตราหน้าว่าเป็นประเทศชอบเกเร ตามปกติรัฐบาลพม่าไม่ค่อยให้เครดิตอาเซียนในการมีส่วนช่วยชักจูงให้ต่างประเทศเลิกกีดกันพม่า และช่วยเหลือเหยื่อภัยพิบัติหลังไซโคลนนาร์กีส ถือดีว่าตัวเองมีนโยบายชัดเจนอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น โรดแม็พจัดขั้นตอน ที่ดำเนินมาไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอด 7 ปีที่ผ่านมา จนสำเร็จทุกขั้นตอน ประเด็นนี้ต้องชมผู้นำพม่า เนื่องจากมีความมุ่งมั่น (หัวดื้อ) ที่ไม่ยอมทำตามกระแสแรงกดดันโลก
 
              พม่ารู้ดีว่าอาเซียนมีประโยชน์มากในการฟื้นฟูสัมพันธ์กับต่างประเทศและเรียกร้องความน่าเชือถือให้กลับมา พม่าต้องการสิ่งนี้มากในการเพิ่มเงินลงทุนและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความยากจนแบบสุดๆ พม่ายังต้องปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการบริการจัดการในทุกระดับ สิ่งที่พม่าควรทำคือ ยอมรับบทบาทอาเซียนว่ามีส่วนการผลักดันการปฏิรูปและเปิดประเทศ
 
              พม่ายังต้องทำการบ้านอีกเยอะมาก เพื่อเข้าร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ของอาเซียน โดยเฉพาะแผนปฏิบัติกาทั้งหมด 667 แผน เพื่อนำไปสู่ประชาคมอาเซียน อีก 3 ปีข้างหน้า