คอลัมนิสต์

วิสาขบูชาเดย์ วันพระพุทธเจ้า

วิสาขบูชาเดย์ วันพระพุทธเจ้า

10 พ.ค. 2552

วิสาขบูชาเดย์ วันพระพุทธเจ้า วันที่หัวใจและอารมณ์ของชาวพุทธทั่วโลกเป็นสุข เป็นที่น่ายินดีสำหรับคนไทยที่ชาวโลกยกย่องให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนา จึงไม่แปลกใจที่ชาวพุทธทั่วโลกไม่น้อยกว่า 2,000 คน จาก 80 ประเทศ เดินทางมาประชุม เรื่องพระพุทธศาสนากับการแก้วิก

เพื่อสร้างความร่วมมืออันดีระหว่างชุมชนชาวพุทธและองค์กรชาวพุทธตั้งแต่ระดับประเทศถึงนานาชาติตามนโยบายของรัฐบาล การสร้างทางเลือกในการประยุกต์ใช้พระพุทธศาสนาแก้ปัญหาวิกฤติการณ์ของโลก และการประกาศหลักการทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นอารยธรรมสำคัญของโลกผ่านกิจกรรมทางวิชาการ ศาสนพิธี และวิถีชีวิตชุมชน

 หัวข้อที่ผู้นำชาวพุทธส่วนใหญ่ให้ความสำคัญคือ วิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการเมืองและสันติภาพซึ่งใช้หลักอริยสัจ 4 เป็นตัววิเคราะห์ปัญหา

 นักปราชญ์ด้านพุทธศาสนาหลายคน อาทิ ศ.เดวิด เจ. คาลุปาหะนะ จากมหาวิทยาลัยฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา และ ศ.โรนัลด์ วาย.นากาโซเน่ นักวิชาการจากประเทศสหรัฐอเมริกา มองว่า หลากหลายวิกฤติรอบด้านในโลก ต้นเหตุใจคนไร้ศีลธรรม และระบบทุนนิยมที่มุ่งสอนให้คนเห็นแก่ตัว ขาดจริยธรรม มุ่งแสวงแต่หาผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม จึงก่อให้เกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลก

 พร้อมกับเสนอปฏิญญากรุงเทพฯ ให้ทั่วโลกปลูกฝังความซื่อสัตย์ ให้แก่ประชากรตัวเอง หวังช่วยฟื้นระบบการเงิน ความโปร่งใสกลับคืน

 สันติสุข คือ ความสุขที่มนุษย์ปรารถนา การไม่เบียดเบียนกัน เป็นทางแห่งสันติสุข แต่มนุษย์ยังเบียดเบียนเพื่อให้ตนมีความสุข เมื่อยังเบียดเบียนกันจะบอกว่าแสดงว่าหาความสุขได้อย่างไร

 พระพุทธศาสนามียาดีคือ เมตตาและอภัย เพื่อเยียวยารักษาโรคภัยให้เกิดสันติสุขอยู่แล้ว

 ถ้ามนุษย์ไม่สามารถนำหลักธรรมคำสอนที่ดีๆ ในพระพุทธศาสนามาใช้ในเวลาวิกฤติ การมีพระพุทธศาสนาที่มีหลักธรรมคำสอนที่ดีๆ ในแผ่นดินนี้ก็จะไม่มีความหมายอะไรและต่อใครเลย

 ที่น่าสนใจคือการประชุมครั้งนี้มีการจัดทำปฏิญญากรุงเทพฯ ในเรื่องพระพุทธศาสนากับการแก้วิกฤติการณ์ของโลก ตามแนวทางรวม 9 ด้าน คือ

 1.ที่ประชุมรับรู้ถึงผลกระทบของวิกฤติทั่วโลกและตระหนักว่าวิกฤติเศรษฐกิจ การเมือง สิ่งแวดล้อม และสังคมมีสาเหตุมาจากการไร้ศีลธรรมภายในจิตใจของมนุษย์จึงต้องเพิ่มความพยายามมากยิ่งขึ้นในการส่งเสริมศีลธรรมภายในจิตใจ ซึ่งจะช่วยแก้วิกฤติการณ์ของโลกได้

 2.สนับสนุนให้มีระบบการเงินและเศรษฐกิจที่โปร่งใส และเอื้ออาทรต่อกัน ด้วยการปลูกฝังคุณธรรมที่สำคัญ เช่น ซื่อสัตย์ ความเพียร ไม่เบียดเบียน และการสงเคราะห์เพื่อให้เกิดความมั่นคงในสังคม เศรษฐกิจ และการพัฒนาที่ยั่งยืน

 3.สนับสนุนให้ใช้หลักธรรมาภิบาล ธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมเพื่อยุติความขัดแย้ง พัฒนาสันติภาพ และความสามัคคีในสังคม

 4.ตระหนักถึงผลกระทบที่พฤติกรรมของมนุษย์มีต่อโลก รวมทั้งส่งเสริมให้ตระหนักรู้ถึงหลักอิทัปปัจจยตาในพระพุทธศาสนา

 5.ส่งเสริมความเข้าใจเรื่องหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในหมู่สาธารณชนให้ดียิ่งขึ้น โดยเรียบเรียงตำราทางพระพุทธศาสนาฉบับสากลให้เห็นคำสอนที่หลากหลายของฝ่ายเถรวาท มหายาน และวัชรยาน

 6.พัฒนาสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติในการส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนบุคลากร นิสิต นักศึกษา และตั้งกองทุนร่วมกัน

 7.ริเริ่มแหล่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในสมาคมมหาวิทยาลัยพุทธศาสนานานาชาติ ในหัวข้อ “โครงการระบบดิจิตอลหลักในพระพุทธศาสน์ศึกษา” โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญชั้นนำจาก 23 สถาบันชั้นนำใน 16 ประเทศ รวมกลุ่มแลกเปลี่ยนข้อมูล และตั้งโครงการร่วมมือกันพัฒนาบัญชีรวมตำราพระพุทธศาสนาครั้งที่ 1 จากภาษาบาลี สันสกฤต จีน ทิเบต มองโกเลีย

 8.รับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลของสภาสากลวันวิสาขบูชา

 และ 9.เห็นชอบให้ศูนย์ประชุมสหประชาชาติกรุงเทพมหานครเป็นที่จัดประชุมวันวิสาขบูชา ประจำปี 2553 และให้ประเทศไทยและญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วมกัน

 อัลเฟรด ไวท์เฮด (Alfred N. Whitehead) เคยเขียนหนังสือ The Aims of Education อธิบายว่า การศึกษาคือสิ่งที่ยังคงเหลืออยู่ เมื่อเราลืมสิ่งที่เล่าเรียนมาแล้ว สิ่งที่คงเหลืออยู่ในตัวเราก็คือนิสัยในการคิด การพูด และการกระทำ

 การฉลองวันพระพุทธเจ้า วิสาขบูชาของชาวพุทธจากทั่วโลกครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งกระบวนทัศน์แห่งพุทธศาสตร์ที่จะช่วยให้เรา รู้จักคิด มีความรู้กว้างขวาง อยู่ในโลกแบบคนฉลาด คือ รู้จัก เลือก และ คิด คือผู้ที่ค้นหาคำตอบด้วยวิธีการของเหตุผลและใช้ปัญญาเป็นผู้ตัวนำชีวิต สามารถละทิ้งสิ่งที่ไม่สำคัญ และตีความหมายสิ่งที่สำคัญได้อย่างแท้จริง

 และหากเป็นเช่นนี้จริงๆ วิสาขบูชาเดย์ วันพระพุทธเจ้า ปีนี้หัวใจและอารมณ์ของชาวพุทธทั้งมวลคงเป็นสุขไม่น้อย 


ผศ.ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล มหาวิทยาลัยศรีปทุม