
'เมษาปฏิวัติ'ส่งสัญญาณผ่านไปถึง'ปู'
'เมษาปฏิวัติ' ส่งสัญญาณผ่านไปถึง 'ปู' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
การออกมาเปิดเผยข้อมูลในเดือนเมษายนนี้จะมีการปฏิวัติ โดยอ้างรายงานจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐอเมริกาของ "ตู่" จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มองได้ว่าเป็นทั้งการ "ป้องปราม" ฝ่ายจะคิดกระทำการปฏิวัติและเป็นการ "เตือนรัฐบาล" ของตัวเองอีกทางหนึ่งด้วย
เพราะภาพ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ที่ยิ้มแย้มเดินเคียงคู่กับ "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์" ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ระหว่างร่วมงานเลี้ยงวันกองทัพบก เมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมาอาจขัดตาและขัดใจกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะขณะที่ไพร่พลคนเสื้อแดงออกมาตะโกนขับไล่ "ป๋าเปรม" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แต่ "แม่ทัพ" กลับยิ้มแย้มทักทาย "ป๋าเปรม"
แถมในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ รัฐบาลจะจัดงานเลี้ยงขอบคุณคณะทำงาน เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่ปฏิบัติงานที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเชิญ "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์" มาเป็นประธาน รวมทั้งเชิญคณะองคมนตรี ครม. คู่สมรส ผบ.เหล่าทัพ สภาหอการค้า มาร่วมงานอีกด้วย
ทำให้แกนนำคนเสื้อแดงบางส่วนตัดสินใจจะไม่ไปร่วมงานดังกล่าว โดยอ้างว่าเพื่อให้ภาพของรัฐบาลดูดีขึ้นในสายตาของสังคม เพื่อเรียกความมั่นใจจากนักลงทุนให้เกิดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลมากขึ้น
ดังนั้น ข่าวจะมีปฏิวัติที่ออกมาจากปากของ "ตู่" จึงถือเป็นการ "ตีปลาหน้าไซ" เพื่อประกาศให้สังคมโดยเฉพาะไพร่พลคนเสื้อแดงได้รับรู้และเตรียมการไว้ล่วงหน้า
ก่อนหน้านี้ "ตู่" เคยเปรยในที่ประชุมพรรคเพื่อไทย แต่มีผู้ใหญ่หลายคนไม่เชื่อ เพราะเห็นว่าขณะนี้ไม่มีเงื่อนไขใดที่จะทำให้เกิดการปฏิวัติ
ขณะที่ "แกนนำเสื้อแดง" ก็มองว่ารัฐบาลไม่ระมัดระวังตัวในเรื่องนี้ จึงไม่ได้เตรียมการตั้งรับ ทั้งที่มีอำนาจรัฐอยู่ในมือ
"แกนนำ นปช.มองว่า รัฐบาลไม่มีภัยที่ต้องระวัง แต่คนเสื้อแดงมีภัย (มีคดี) รัฐบาลจึงไม่ระวัง ไม่เตรียมการตั้งรับ แม้ว่าที่ประชุมพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่จะอ้างว่าไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติ ทำให้แกนนำ นปช.ไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องออกมาพูดกับสังคมเหมือนเป็นการตีปลาหน้าไซไว้ก่อน เพราะพูดในที่ประชุมพรรคแล้วส่วนใหญ่ไม่มีใครเชื่อ" หนึ่งในแกนนำ นปช. เล่าถึงที่มาที่ไปของข่าวปฏิวัติ
แต่ถ้าถามถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ "แกนนำคนเสื้อแดง" ยอมรับว่า ไม่มีเงื่อนไขให้ปฏิวัติในช่วงนี้ โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลประกาศยืนยันไม่แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่เชื่อว่ายังมีบุคคลบางกลุ่มที่ยังไม่ไว้ใจรัฐบาลกับคนเสื้อแดงอยู่
ข่าวจะมีปฏิวัติโดยระบุเดือนที่จะปฏิบัติการชัดเจนสร้างจุดสนใจและความตื่นตระหนกแก่สังคม นอกจากจะอ้างรายงานจาก "หน่วยข่าวกรองสหรัฐอเมริกา" แล้ว แกนนำคนเสื้อแดงยังบอกว่า มีทหารแตงโม ซึ่งมีหน้าที่คุมกำลัง ส่งสัญญาณมายังแกนนำคนเสื้อแดงด้วยเหมือนกัน
เมื่อวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา "แกนนำคนเสื้อแดง" ประมาณ 30 คน ได้นัดประชุมกันที่ จ.นครนายก ในที่ประชุมอย่างน้อยมีแกนนำ 4 คน นำข้อมูลจากแหล่งข่าวเรื่องการปฏิวัติมาแจ้งต่อสมาชิก
เมื่อข้อมูลตรงกันทำให้ข่าวเรื่องจะมีการปฏิวัติมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น ทางแกนนำเสื้อแดงจึงแจ้งข่าวไปยัง "แกนนำเสื้อแดงระดับจังหวัด" ให้เตรียมการเพื่อตั้งรับ เพราะเกรงว่าหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงครั้งนี้อาจทำให้แกนนำบางคนไม่มีแผ่นดินอยู่เหมือนในอดีตก็เป็นได้
"หลังจากได้ข้อมูลมาจากหน่วยข่าวต่างประเทศแล้ว เมื่อมาบวกกับข้อมูลในกองทัพ ซึ่งมีหน้าที่คุมกำลังสอดประสานหลายสายพูดตรงกันทำให้พวกเราต้องเพิ่มความระมัดระวัง รัฐบาลอาจไม่ระวัง เพราะภาพที่เห็นรัฐบาลกับกองทัพดูจะจี๋จ๋ากันดี เราจึงต้องเป็นหน่วยเฝ้าระวังปกป้องประชาธิปไตยเอง พร้อมกับแจ้งให้มวลชนคนเสื้อแดงติดตามข่าวเรื่องนี้" แกนนำคนเสื้อแดงรายหนึ่งกล่าว
การประชุม นปช.เมื่อวันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นอกจากจะหารือเรื่องการตั้งคณะกรรมการ นปช.ชุดถาวรแล้ว ยังได้มีการหารือเรื่องข่าวปฏิวัติอีกด้วย และที่ประชุมจึงตัดสินใจบอกกับสังคมถือเป็นการป้องปรามก่อนเกิดการปฏิวัติ
หลังจากเกิดข่าวจะมีปฏิวัติทำให้รูปแบบการจัดงานชุมนุมในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ จากรูปแบบรณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็จะเปลี่ยนเป็นต่อต้านรัฐประหารทุกรูปแบบ
"เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปได้ตามระบบประชาธิปไตย ให้ภาพรัฐบาลออกมาดูดี พวกเรายอมไม่สบายใจ ต้องวางเฉย เก็บความรู้สึก เพราะสถานการณ์มันบังคับ วันศุกร์นี้พวกเราบางส่วนจะไม่ไปแต่จะส่งใจไปให้กำลังใจรัฐบาลแทน" คำพูดจากใจ "แกนนำเสื้อแดง" ที่มีท่วงทำนองคล้ายตัดพ้อต่อว่าฝากไปถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์มากกว่า
..........
(หมายเหตุ : 'เมษาปฏิวัติ'ส่งสัญญาณผ่านไปถึง'ปู' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)



