คอลัมนิสต์

ไฉนวรเจตน์ ?

ไฉนวรเจตน์ ?

10 ก.พ. 2555

ไฉนวรเจตน์ ? : บทบรรณาธิการประจำวันที่10ก.พ.2555

               ถ้าพูดอย่างเป็นธรรม นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ หัวขบวนคณะนิติราษฎร์ ยังไม่มีการกระทำใดที่เป็นการล่วงละเมิดกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนเลย นอกจากการเสนอมุมมองทางวิชาการ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของนักวิชาการหลายคน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายธีรยุทธ บุญมี ก็เคยเสนอบทวิพากษ์รัฐบาลเป็นประเพณีประจำปี อาจารย์หลายๆ คนก็มีบทบาทในการเสนอความเห็นทางวิชาการต่อสาธารณะ เช่น นายเกษียร เตชะพีระ นายกิตติศักดิ์ ปรกติ แต่ไฉนนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ จึงถูกตั้งข้อสังเกต ข้อสงสัย จนกระทั่งขั้นคำพิพากษาของสังคมส่วนหนึ่งว่าเขาเป็นผู้เนรคุณในฐานะผู้ได้รับทุนอานันทมหิดล และมีความคิดที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์เพียงคนเดียว
 
               ในตอนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการเชื้อเชิญโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรม เดินลากรองเท้าแตะไปหาที่บริษัทสี่แยกราชวัตร ขอให้มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่านักการเมืองยุคนั้นยังล้าหลัง ก้าวไม่ทันกับวิวัฒนาการของโลกที่เปลี่ยนไป เขาเชื่อว่าวันหนึ่งคนจะเข้าใจ แนวคิดของนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ก็มีนัยสำคัญไม่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการเสนอทฤษฎีเสียงปืนหนึ่งนัด หรือคำอธิบายเรื่องสื่อยังเข้าไม่ถึงเนื้อแท้ของข้อเสนอทางวิชาการ หรือคนยังไม่เข้าใจข้อถกเถียงทางปัญญา ที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของสังคมไทย และกลับเป็นการปกป้อง เชิดชูสถาบัน แต่ถึงกระนั้นคนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจเจตนาของนายวรเจตน์ รวมทั้งนักวิชาการด้วยกันเอง
 
               ภายใต้สมมุติฐานว่านายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ไม่มีเจตนาแฝงเร้นอย่างอื่น นอกจากการเสนอแนวคิดทางวิชาการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ปัญหาของนายวรเจตน์ก็ย่อมเป็นท่าที หรือความสามารถในการสื่อสาร หรือความไม่เข้าใจในประเด็นที่เป็นเรื่องอ่อนไหวอย่างยิ่งสำหรับความรู้สึกของประชาชน นอกจากนั้นก็อาจเป็นปัญหาภาพในใจของสังคมที่มีต่อนายวรเจตน์ เช่น กรณีที่นายวรเจตน์แสดงความเห็นทางวิชาการ ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลฎีกาในการยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งต่อมาความเห็นนี้ถูกนำไปเป็นอุทธรณ์ในคดี แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ยุติธรรมสำหรับนายวรเจตน์ และนายวรเจตน์ก็มีภาระที่จะต้องยืนยันเจตนาและความมุ่งมั่นของตนเองต่อไป จนกว่าคนจะเห็นและเข้าใจ
 
               คณะกรรมการรณรงค์เพื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (คกก.112) ประกาศที่จะเดินหน้า ในขณะที่นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ แห่งคณะนิติราษฎร์ ในฐานะนักกฎหมายของกลุ่ม หมดหน้าที่แล้ว แต่การเคลื่อนไหวต่อไปของคนกลุ่มนี้ ก็ยังไม่อาจแยกขาดจากภาพนายวรเจตน์ไปได้ ถามว่าการเดินหน้าแก้มาตรา 112 จะมีผลอย่างไร หรือไม่ ในอนาคตยังคงตอบไม่ได้ แต่ในปัจจุบันมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญาได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งในหมู่ประชาชน และมีแนวโน้มที่อาจไปสู่ความรุนแรงในบางระดับได้ นี่เป็นความรับผิดชอบของใคร ของรัฐบาล ของประชาชน หรือของคณะนิติราษฎร์ วุฒิภาวะของคนน้ำใจนักกีฬาที่จะรู้แพ้ รู้ชนะ รู้ว่าอะไรควรไม่ควร นี่จะเป็นการวัดสำนึกความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง