
สามัคคีนักรบไซเบอร์สู้เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
สามัคคีนักรบไซเบอร์สู้เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์: กระดานความคิด โดย พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ http://www.oknation.net/blog/nunrimfar
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ผ่านการทำประชามติจากประชาชนมาด้วยคะแนนเสียงประมาณ 15 ล้านคน (19 ส.ค.50) ใกล้เคียงกับคะแนนที่พรรคไทยรักไทยได้รับ สิ่งสำคัญคือ ตอนทำประชามติ รัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายจัดทำรัฐธรรมนูญไม่ได้หาเสียง แต่ฝ่ายต่อต้านกลับหาเสียง ถึงกับเช่าหน้าหนังสือพิมพ์โฆษณาคัดค้านอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จึงจำเป็นต้องผ่านการทำประชามติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าควรจะแก้หรือไม่ และประชาชนจะต้องการสิ่งที่แก้ไขไปหรือเปล่า ดังนั้นในระยะนี้เราจะเห็นการเริ่มต้นหาเสียงแบบกึ่งปิดกึ่งเปิดของพรรคเพื่อไทย เกิดขึ้นเป็นระยะๆ เช่น
• การประชุม ครม.สัญจร ให้งบประมาณจังหวัดต่างๆ ทั้งในภาคเหนือและภาคอีสาน
• การเตรียมเดินทางปราศรัยของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง โดยอ้างว่าเป็นการหาเสียงเรื่อง พ.ร.บ.ปรองดอง
• การเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบการชุมนุมทางการเมือง 7.5 ล้านบาท
• การเตรียมเดินสายของกลุ่มคนเสื้อแดงและจัดงานพบปะต่างๆ
• การเดินหน้านโยบายประชานิยมในหลายรูปแบบ
• การปล่อยให้กลุ่มนิติราษฎร์ออกมาดึงความสนใจของประชาชนไปจากเรื่องทางการเมืองและเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการประกาศเดินสายรณรงค์เรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ในต่างจังหวัดด้วย
• การวางแผนจะออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมข้าราชการที่เคยกระทำความผิด
ในขณะเดียวกัน กลไกสำคัญของการหาเสียงสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือ ข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยในปัจจุบันนี้ได้ตกอยู่ในมือของรัฐบาลแบบ 100% จากการย้ายแบบต่อเนื่องลงไปถึงระดับนายอำเภอ ดังนั้นการดำเนินงานทั้งหมดนี้จึงทำให้ทางพรรคเพื่อไทยมั่นใจเรื่องชนะในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากขึ้นแม้จะมีการลงประชามติ โดยแสดงความกระตือรือร้นมากกว่าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่มาจ่อคอหอยอยู่แล้ว รวมถึงความรุนแรงทางภาคใต้ ซึ่งไม่มีรัฐมนตรีเดินทางลงไปในพื้นที่ และการไม่สนใจต่อการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการออก พ.ร.ก.สีเทา, การพัฒนาการศึกษาโดยแจกแท็บเล็ต แทนที่จะเอาเงินนั้นไปยกระดับครูสอนเด็ก แบบที่ประเทศอื่นๆ เขาทำกัน ฯลฯ
จากปัญหาข้างต้นนี้ การรุกเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยจึงสะดวกมากขึ้น เป็นการหาเสียงแบบพูดด้านเดียวผ่านเครื่องมือของรัฐทุกชนิด ดังนั้นบทบาทของคนรักชาติในแวดวงไซเบอร์จะต้องจริงจังมากกว่านี้อีก มากกว่าการอยู่ที่บล็อกโอเคเนชั่นครับ ทุกคนควรลงมาเล่น “เฟซบุ๊ก” เพื่อใช้เป็นเครื่องมือไปสร้างความเข้าใจให้แก่เพื่อนฝูง ญาติมิตร อย่างเป็นระบบว่า ข้อดีของรัฐธรรมนูญคืออะไร ข้อเสียมีอย่างไร ควรแก้ตอนไหน แก้ได้แต่อย่าให้เรื่องดีๆ เรื่องป้องกันการทุจริตของนักการเมืองหมดไป อย่าให้ ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เพื่อกลับคืนไปสู่ระบบสภาผัวเมีย กลายเป็นการผลักดันพ่อค้า ผู้มีอิทธิพลเข้ามาสู่สภา ในขณะที่ ส.ส. มีสิทธิได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย แต่ ส.ส.ส่วนหนึ่งไปสนับสนุนให้ยกเลิกมาตรา 112
องค์กรอิสระต่างๆ จึงควรร่วมมือกับคนในแวดวงไซเบอร์สู้เพื่อชาติกันเถิดครับ เพื่อให้ประชาชนล่วงรู้ข่าวสาร เพราะสื่อมวลชนก็ถูกซื้อกันไปทีละฉบับ 2 ฉบับจนเกือบหมดแล้ว อย่างไรก็ตามรัฐบาลอาจจะถึงจุดจบได้ ถ้าไปแก้ไขหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือไปช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน ซึ่งจะทำให้เกิดกระแสต่อต้านขึ้นมาเองแบบต่อเนื่องได้โดยอัตโนมัติ
อย่าให้เกิดรัฐไทยใหม่ขึ้นเพราะพวกเราอยู่เฉยๆ เมื่อเรามีความสามารถด้านนี้ก็ช่วยกันทางด้านนี้ครับ เป็นการช่วยตัวเองในทางอ้อมด้วย เพื่อให้สามารถอยู่ในสังคมไทยได้อย่างมีความสุข รักษาวัฒนธรรม ประเพณี ให้อยู่รอด รักษาลูกหลานไม่ให้กลายพันธุ์เป็นคนก้าวร้าว ไม่กลายเป็นคนอกตัญญู ไม่รู้คุณคน จะได้เป็นขวัญตาขวัญใจของเราตลอดไป
ถ้าเกิดมาไม่ได้สู้หรือทำอะไรเพื่อชาติสักอย่างหนึ่งจะมีอะไรบอกกับลูกหลานเมื่อแก่ตัวไป ถ้าไม่เคยต่อสู้กับความทุกข์ ถึงแม้จะมีความสุข ก็เป็นความสุขแบบบางเบา ไม่เหมือนความสุขที่ได้มาจากการต่อสู้ โดยเฉพาะการต่อสู้เพื่อชาติครับ



