
สัญญาณเตือนตัวใครตัวมัน?
สัญญาณเตือนตัวใครตัวมัน? : ขยายปมร้อน โดยศรายุทธ สายคำมี [email protected]
ฟังแล้วก็น่าจะเป็นเรื่องดีที่พื้นที่ท้ายเขื่อนทั้งจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ พร่องน้ำเพื่อเตรียมรองรับหน้าฝนที่จะมาถึงในอีก 3 เดือนข้างหน้า
แต่ฟังเสียงชาวบ้านที่ อ.เสนา อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วเป็นใครก็ต้องตกใจ
แล้วไม่ใช่ว่าตกใจแค่ที่ 2 อำเภอนี้เท่านั้น หากแต่คนที่เพิ่งเจอกับน้ำท่วมใหญ่เมื่อปีที่แล้ว สะดุ้งโหยงไปตามๆ กัน
น้ำเพิ่งแห้งไปไม่ถึง 2 เดือน นี่จะมาอีกแล้วหรือ ?
แถมที่มานี่ก็ไม่ใช่มาในหน้าน้ำหลากอย่างที่เคยเป็น น้ำหลากปีที่ผ่านมาว่าวิปริตผิดฤดูแล้ว นี่ยังไม่ทันเริ่มเข้าหน้าร้อน น้ำก็เอ่อท่วมบ้านเรือน จนต้องทำสะพานไม้เชื่อมจากบ้านไปถนน ขนเรือออกมาเตรียมพร้อมกันอีกแล้ว
เสียงโอดครวญของประชาชนในพื้นที่บอกว่า ครั้งนี้ไม่เคยได้รับเสียงเตือน หรือบอกเล่าเก้าสิบจากหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบทั้งที่ ครม.ก็มีมติตั้ง องค์กรบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ (Single Commamand Authority) โดยมี นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) มี กยน.เป็นที่ปรึกษา
ในมุมหนึ่งก็น่าเห็นใจหน่วยงานรัฐเหมือนกันที่ไม่ได้ทันไปเตือนให้คน อ.เสนา-ผักไห่ ได้ รู้เนื้อรู้ตัวล่วงหน้า ก็เพราะหน่วยงานที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ นั่งเป็นประธานนั้น เพิ่งจะตั้งขึ้นเมื่อวันอังคาร แถมยังดูเหมือนจะมีแต่หัว ต้องอาศัยแขน-ขา จากคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ที่เป็นฝ่ายทำแผนจัดการน้ำ อาศัยสำนักนโยบายและการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (สนอช.) มาทำหน้าที่ตามแผนของ กบอ.อีกทอดหนึ่ง
นี่ยังไม่นับคณะกรรมการน้ำที่ประกอบด้วย กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 8 หน่วยงาน ที่ทำงานบริหารจัดการน้ำอยู่เดิมอีกต่างหาก
ที่ผ่านมามีแค่ 10 หน่วยงาน ข่าวสารกว่าจะไปถึงชาวบ้านน้ำก็ท่วมไปเรียบร้อย แถมไม่ได้ท่วมแค่ภาคกลางที่ต้องถือว่า ท่วมตามปกติ แต่ปีที่แล้วท่วมยันชานเมืองกรุงเทพฯ กวาดนิคมอุตสาหกรรมไป 7 นิคมรวด
แล้วคราวนี้หน่วยงานที่ดูแลปัญหาน้ำมันสลับซับซ้อนมากมายก่ายกองถึงขนาดนี้ ข่าวสารหรือคำเตือนจะเดินทางไปถึงชาวบ้านได้รวดเร็วแค่ไหน ถึงก่อนที่น้ำจะท่วมปากพวกเขาแบบปีที่แล้วหรือไม่
แค่ในวันนี้น้ำท่วมที่ อ.เสนา-ผักไห่ เพราะฝนตกที่นครสวรรค์ เมื่อ 3-4 วันก่อน ประกอบกับน้ำจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ที่พร่องน้ำลงมาวันละเกือบ 100 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ชาวบ้าน 2 อำเภอ ก็ยังงงเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่เคยพบเคยเจอว่าปลายหนาวจะเข้าร้อนจะมีน้ำท่วม
ใครจะไปรู้ว่า ช่วงปลายหนาวจะเข้าร้อนมันจะมีฝนมากมายจนทำให้ปริมาณน้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านได้มากขนาดนี้
แล้วก็คงไม่มีชาวบ้านคนไหนไปเปิดหาข้อมูลว่า วันนั้นวันนี้ เขื่อนใหญ่จะปล่อยน้ำลงมาวันละกี่มากน้อย ถ้าหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ไปเตือนให้พวกเขารู้แบบใกล้ชิด ว่าตอนนี้ น้ำไหลเข้าเขื่อนวันละเท่าไหร่ แล้วถ้าปล่อยไว้แบบนี้จนถึงเดือนพฤษภาคม เข้าฤดูฝนแล้วมันจะเหมือนกับปีที่ผ่านมา หายนะจะมาเยือนอย่างไร
ใครจะไปรู้ว่า ระดับน้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์นั้น อยู่ต่ำกว่าตลิ่ง 3-4 เมตร แล้วพอมาถึง จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วเป็นอย่างไร น้ำจากแม่น้ำน้อย ที่ผ่าน อ.ท่าโบสถ์ จริงๆ มีแค่ 84 ลบ.ม.ต่อวินาที ทั้งที่ตรงนี้รับได้ถึง 230 ลบ.ม.ต่อวินาที
ข้อมูลเหล่านี้หน่วยงานราชการรับรู้กันจนชาชิน แต่สำหรับชาวบ้านที่ยังหวาดผวาจากมหาอุทกภัยเมื่อปีที่แล้ว ท่วมแค่หน้าแข้งก็ขวัญหนีดีฝ่อกันหมดแล้ว
นั่นเป็นเพราะ "รูปธรรม" จากภาครัฐยังไม่ออกมาให้จับต้องได้
สิ่งที่ชาวบ้านสะดับตรับฟังมีแต่ผลการประชุมแล้วมีแผนนั่นนี่ แต่จับต้องไม่ได้
คนอำเภอสองพี่น้อง บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี สำลักน้ำอยู่เป็น 2-3 เดือน ถึงได้เครื่องสูบน้ำ 100 กว่าเครื่องไปสูบน้ำค้างทุ่งออก เช่นเดียวกับที่บางเลน จ.นครปฐม เพิ่งจะลดจำนวนเครื่องสูบน้ำลงเหลือ 5-6 ตัวเมื่อไม่นานมานี้
สมมุติฐานและการเตรียมพร้อมของ กยน.กุนซือใหญ่ด้านน้ำบอกว่า ทุกอย่างต้องเสร็จในต้นพฤษภาคม รวมทั้งเขื่อนใหญ่ที่ต้องเหลือน้ำกักเก็บเพียงแค่ 45%
นั่นคือเดาว่าฝนจะมาตามปกติ
แล้วมีใครกล้ารับประกันไหมว่าปีนี้จะปกติ เพราะสัญญาณที่ธรรมชาติส่งมาเตือน อย่างปริมาณฝนปลายหนาว หรือทันสมัยหน่อยก็ภาวะโลกร้อน ลานินญา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้
แล้วถ้ามาเป็นตัวเร่งให้ฝนมาเร็วกว่าปกติ ก่อนที่การเตรียมการตามปกติจะเสร็จสิ้นล่ะ ตัวใครตัวมันเหมือนปีที่แล้วใช่ไหม
..........
(หมายเหตุ : สัญญาณเตือนตัวใครตัวมัน? : ขยายปมร้อน โดยศรายุทธ สายคำมี [email protected])



