
ไต่เส้นลวดไปกับนิติราษฎร์
ไต่เส้นลวดไปกับนิติราษฎร์ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
เป็นอีกครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกลุ่มนิติราษฎร์ ที่เป็นผู้เริ่มรณรงค์แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างตรงไปตรงมา
พล.อ.ประยุทธ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดการเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ เพราะที่สุดแล้วจะนำไปสู่ความแตกแยก เพราะเมื่อมีคนพยายามเสนอให้มีการแก้ไขก็จะมีอีกกลุ่มออกมาคัดค้าน การดำเนินคดีในมาตรานี้ก็มีถึง 2 ระดับ ที่ไม่มีทางนำไปกลั่นแกล้งใครได้ อีกทั้งสถาบันเองก็ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้อยู่แล้ว
ถ้อยแถลงอันยาวเหยียดของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันจันทร์ที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดนนั้นอาจเป็นเพราะได้รับ "ข่าวสาร" บางอย่าง
รายงานที่ไหลเข้ามาที่หน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ เรียกได้ว่า "ไม่ค่อยดีนัก"
"ขบวนการเปลี่ยนแปลง" กำลังทวีความรุนแรงและขยายวงกว้าง
หลังจากกลุ่มนิติราษฎร์ขับเคลื่อนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาอย่างต่อเนื่องและส่งมอบไปยัง "ครก.112" นั้น อาจจะเรียกได้ว่า "จุดติด" แล้ว
ที่ว่า "จุดติด" นั้นเป็นเพราะมีโครงข่ายของเสื้อแดงเข้ามารองรับ และแพร่ขยายไปยังพื้นที่อย่างรวดเร็ว
ไม่ต่างจากไฟลามทุ่ง
ข้อมูลที่เข้ามายังหน่วยงานด้านความมั่นคงระบุว่า การขยายตัวด้านแนวคิดในกรณีมาตรา 112 นั้น ทำให้เสื้อแดงประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและได้บทสรุปว่า อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเร็ววันนี้ !
เพราะฉะนั้นแนวทางที่ต้องเร่งดำเนินการก็คือ เร่งระดมกำลังเพื่อเตรียมพร้อมในการต่อต้านการยึดอำนาจ
อีกประเด็นที่สุ่มเสี่ยงต่อการเปิดทางให้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญเข้ามาก็คือ กรณีพระราชกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการเงินที่พรรคประชาธิปัตย์ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ
ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชกำหนดที่ว่าผิดหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็เท่ากับว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะต้องลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความรับผิดชอบ
จังหวะตรงนั้นแหละที่จะเป็นสุญญากาศ
มีโอกาสที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ทุกขณะ
ขณะเดียวกันรัฐมนตรีสายตรงทักษิณ ก็ต้องไปยกชุด เรื่องราวที่วางไว้ก็คงจะสะดุดหยุดกึก
ซึ่งก็อาจจะรวมถึงเรื่องพลังงานซึ่งกำลังเป็นที่ถกเถียงกันว่า จะแปรรูป ปตท.ด้วยการลดสัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังลงเหลือเพียง 49%
เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในช่วงที่ "ผีเสื้อจะออกจากดักแด้" ก็คือการเร่งระดมกำลังมวลชนเพื่อต่อต้านการยึดอำนาจ
เกมทุกเกมต้องรีบงัดออกมาเพื่อสร้างพลังกดดันกองทัพ
รวมทั้งการเร่งเร้าให้เปลี่ยนแปลงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการทหารบก" ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเกมเสี่ยง แต่หากถึงที่สุดแล้วก็จำเป็นต้องเล่น
เพราะกำลังของกองทัพบกนั้นมีอยู่ทั่วประเทศ พร้อมที่จะเดินตามผู้ที่กำหนดทิศให้อยู่แล้ว
ส่วนกองทัพเรือและกองทัพอากาศนั้น ถือว่ายังไม่อยู่ในส่วนที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เพราะกำลังพลยังไม่ครอบคลุม
นอกจากนี้ จะต้องเล่นเกม "ไฟลามทุ่ง" ให้ลุกฮือโหมให้มากที่สุด
เพราะนั่นคือ "แก้วสามประการ" ที่เกิดขึ้นมาอีกครั้งหลังเหตุการณ์เลือดนองราชประสงค์
นั่นก็คือ มีมวลชน มีกำลังซึ่งได้จากตำรวจ ทหาร บางส่วน และมีพรรคการเมือง
ส่วนการเร่งฟืนโหมไฟนั้น แทบไม่ต้องขยับ เพราะจะมีคนหรือหน่วยงานที่ทนไม่ได้กับการเคลื่อนไหวของนิติราษฎร์ออกมาเรียกร้อง ไปจนถึงฟ้องร้องนิติราษฎร์ด้วยข้อหาต่างๆ ที่อาจจะรุนแรงจนถึงล้มล้างการปกครอง
อย่างน้อยๆ ก็มี พล.อ.ประยุทธ์ คนหนึ่งที่แสดงความไม่พอใจต่อการเคลื่อนไหวของนิติราษฎร์เป็นหัวหอกอยู่แล้ว
ในส่วนของรัฐบาล โดยเฉพาะยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ต้องเคลื่อนไหวอะไรไปมากกว่านี้ แค่ยืนยันว่าไม่แก้ มาตรา 112 แต่ในส่วนของฐานเสียง หรือ ส.ส.ในพรรค อาจจะไปสนับสนุนก็เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ก็พอแล้ว
ใครจะว่าเล่นคนละบทบาทกับเสื้อแดง เพราะตามจริงสามารถสั่งการให้ตำรวจไปจัดการตรวจสอบว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ก็แล้วแต่ว่าใครจะรู้สึก
สิ่งที่พรรคเพื่อไทยจะเดินไปในจังหวะนี้ก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านมาตรา 291 เพื่อให้มีการเลือก ส.ส.ร.จาก 77 จังหวัด ซึ่งน่าเชื่อว่า ด้วยฐานเสียงของพรรค จะทำให้ได้ ส.ส.ร.เข้ามาจำนวนมากเกินกึ่งหนึ่ง นั่นก็ย่อมหมายความว่า การกำหนดเนื้อหา ประเด็นในการแก้ไขย่อมอยู่ในกำมือ
ฝันของทักษิณ ก็ย่อมอยู่แค่เอื้อม!
แต่ทั้งหมดนั้น แทบไม่ต่างจากการ "เดินไต่เส้นลวด" เพราะต้องทำให้ความขัดแย้งอยู่ในระดับที่พอดี ทุกฝ่ายรับได้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่มีใครฝ่ายไหนอยากให้เกิด
............
(หมายเหตุ : ไต่เส้นลวดไปกับนิติราษฎร์ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)



