
โครงสร้างราคาอาหาร
โครงสร้างราคาอาหาร : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 7 ก.พ.2555
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายในได้ออกมาเปิดเผยถึงโครงสร้างต้นทุนอาหารปรุงสำเร็จ 1 จาน ของร้านอาหารทั่วไป โดยให้รายละเอียดว่า เมื่อแจกแจงเป็นต้นทุนวัตถุดิบ ได้แก่ ข้าว เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ผัก น้ำมันพืช เครื่องปรุงรส ค่าแรงงาน ค่าเช่าพื้นที่ และอื่นๆ พบว่าข้าวไข่เจียว 1 จาน มีต้นทุนรวม 13.07 บาท หากขายปลีกราคาจานละ 20 บาท จะมีกำไรจานละ 6.93 บาท ข้าวกะเพราหมู 1 จาน ต้นทุนรวม 20.53 บาท ขายปลีก 25 บาท ยังมีกำไร 4.47 บาท ข้าวกะเพราหมูรวมไข่ดาว ต้นทุนจานละ 25.53 บาท ขายปลีก 30 บาท มีกำไรจานละ 4.47 บาท ส่วนข้าวไข่พะโล้ ต้นทุนจานละ 20.04 บาท ขายปลีก 25 บาท มีกำไร 4.96 บาท และก๋วยเตี๋ยวต้นทุนรวมแล้วชามละ 20.65 บาท ขายปลีกชามละ 25 บาท ยังมีกำไรอยู่อีก 4.35 บาท
ตัวเลขดังที่อธิบดีกรมการค้าภายในยกตัวอย่างขึ้นมาข้างต้นนั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่หรือว่าเป็นเรื่องที่รู้กันดีในหมู่ผู้ค้าและผู้บริโภคอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ไม่ได้วิเคราะห์แจกแจงลงรายละเอียดเช่นนี้มาก่อน เช่นเดียวกับการขาดการดูแลเอาใจใส่ เข้มงวดกวดขันมิให้ผู้ค้าเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างที่ผ่านมา จนดูเสมือนว่า ผู้ค้าโดยเฉพาะรายย่อยอย่างร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง ร้านก๋วยเตี๋ยว สามารถปรับขึ้นราคาค่าอาหารได้เองตามอำเภอใจ โดยที่ไม่มีหน่วยงานใดลงไปดูแลอย่างจริงจัง อย่างมากที่สุดก็คือเป็นข่าวทางสื่ออยู่พักหนึ่งว่า ข้าวของแพง คนหาเช้ากินค่ำกำลังลำบาก แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆ โดยที่ผู้ค้าไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่มีใครไปบังคับให้ผู้ค้าลดราคาค่าอาหารปรุงสำเร็จลงได้ แม้ว่าต้นทุนการผลิตได้ลดลงไปก่อนหน้าแล้วก็ตาม
ปรากฏการณ์ราคาไข่ และข้าวไข่เจียว น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ที่แสดงให้เห็นว่า ถ้าหากภาครัฐขาดการเอาใจใส่แล้ว การเอาเปรียบผู้บริโภคก็จะเกิดขึ้นได้เสมอๆ อย่างเช่น เมื่อราคาไข่ไก่ และไข่เป็ดปรับขึ้นไปถึงฟองละ 6-8 บาท ผู้ค้าก็ไม่รีรอที่จะผลักภาระความรับผิดชอบให้แก่ผู้บริโภคด้วยการปรับขึ้นราคาข้าวไข่เขียวไปจากเดิมถึงจานละประมาณ 5 บาท ทั้งๆ ที่ต้นทุนการผลิตเมื่อคำนวณเป็นไข่แต่ละฟองอาจเพิ่มเพียง 2-3 บาทเท่านั้น ซ้ำร้ายเมื่อราคาไข่ถูกลง ผู้ค้ากลับไม่ได้ลดราคาตามไปด้วย
ยังมีราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอีกหลายรายการ รวมทิ้งสินค้าบริการที่ภาครัฐจะต้องสอดส่องดูแลเพื่อไม่ให้ผู้ค้าหรือผู้ให้บริการเอาเปรียบผู้บริโภคตามอำเภอใจ อย่างเช่น ราคาค่าบริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างตามตรอกซอกซอยต่างๆ ที่ยังไม่ได้ควบคุมกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการจัดวิเคราะห์โครงสร้างราคาให้เห็นชัดๆ อย่างเช่น อาหารปรุงสำเร็จ เพื่อกำหนดเป็นมาตรฐานเดียวกันภายใต้เงื่อนไขของราคาน้ำมัน ระยะทาง เวลา ฯลฯ ทั้งหมดดังกล่างมานี้ อาจถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ในอันที่ภาครัฐจะต้องเข้าไปสอดส่องดูแลในเรื่องปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย คนรากหญ้าหาเช้ากินค่ำ ซึ่งมักจะถูกปล่อยปละละเลยให้ต่อสู้อยู่กับปัญหาการครองชีพในแต่ละวันอยู่เพียงลำพังมาโดยตลอด



